xs
xsm
sm
md
lg

2 เรื่องกล้วยๆ “ตัดไม้ทำลายป่า-เยียวยา 3 ศพเขาตะเว” ยังแก้ไม่ได้ แล้วจะหวังอะไรกับการดับไฟใต้?!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

คอลัมน์ : จุดคบไฟใต้ / โดย... ไชยยงค์ มณีพิลึก



แม้ว่าสถานการณ์การก่อการร้ายโดย “บีอาร์เอ็น” ในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะลดน้อยลง เพราะแกนนำขบวนการแบ่งแยกดินแดนยังยึดมั่นกับสัญญามวลชนว่ายังจะ “หยุดยิง” ต่อไป และพร้อมที่จะ “เจรจา” กับคณะพูดคุยสันติสุขของรัฐไทยที่มี พล.อ.พัลลพ รักเสนาะ เป็นหัวหน้า

แต่ปัญหาไม่ได้มีแค่เรื่องของการก่อการร้ายด้วยการใช้อาวุธปืน ใช้ระเบิดแสวงเครื่องและการวางเพลิงเพียงเท่านั้น เพราะยังมีเรื่องอื่นๆ ที่ต้องแก้ไขอีกบานตะเกียง

เมื่อไม่กี่วันก่อนเห็นคำสั่งของ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เรื่อง “การเอาผิดกับผู้ตัดไม้ทำลายป่า” ในพื้นที่ชายแดนใต้แล้ว ให้สะทกสะท้อนใจเป็นอย่างยิ่ง

เนื่องเพราะตลอดเวลาที่มีสถานการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นในพื้นที่ มีภาพของป่าไม้ที่ถูกทำลาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิด แต่เป็นเรื่องที่ “เพิ่งจะเห็นคำสั่งให้เอาจริงเอาจังของแม่ทัพภาคที่ 4” ในตอนนี้

ประเด็นการออกคำสั่งช้าหรือเร็ว นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะถึงจะออกคำสั่งช้า แต่ก็ยังไม่สาย เนื่องจากยังมีป่าไม้ในพื้นที่ให้เร่งป้องกันการถูกทำลายอยู่อีกไม่น้อย

แต่ประเด็นที่ต้องตั้งข้อสงสัยคือ ตลอดระยะเวลากว่า 16 ปีที่มีสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยในพื้นที่นั้น มีแต่ภาพของป่าไม้ที่ถูกทำลาย ทั้งการโค่นต้นไม้ใหญ่เพื่อแปรรูปไปขาย และการโค่นป่าเพื่อนำเอาพื้นที่ไปทำการเกษตร เช่น การทำสวนยาง สวนผลไม้ หรือขายต่อให้แก่ผู้ต้องการ

เรื่องราวเหล่านี้มีปรากฏในช่องทาง “โชเชียลมีเดีย” อย่างเป็นด้านหลัก ส่วนทาง “สื่อกระแสหลัก” นั้นแทบไม่เคยปรากฏข่าวเหล่านี้ ทั้งที่เป็นเรื่องใหญ่ เพราะเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญยิ่งของชายแดนใต้

สิ่งที่ไม่เคยปรากฏและไม่เคยเป็นข่าวคือ “ท่อนซุง” หรือ “ไม้ที่ถูกแปรรูป” แล้วหายไปอยู่ที่ไหน ถูกลำเลียงออกไปจากพื้นที่โดยวิธีใด และนำไปจำหน่ายอย่างไร ที่ไหนและใครรับซื้อไป แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ทำไมจึงไม่มีการจับกุมจากเจ้าหน้าที่ปรากฏให้เห็นเลย ทั้งที่ถนนแทบทุกในพื้นที่ชายแดนใต้เต็มไปด้วยด่านตรวจถี่ยิบ

ข้อสำคัญไม้ซุงและไม้แปรรูย่อมไม่ใช่ “ไม้จิ้มฟัน” ที่จะสามารถพกพาใส่กระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงไปไหนต่อไหนได้ เพื่อให้รอดพ้นจากการตรวจจับของเจ้าหน้าที่

และที่สำคัญมากยิ่งแล้วคือ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ซึ่งมีงบการข่าวจำนวนมหาศาล ทำไมงานการข่าวในเรื่องการตัดไม้ทำลายป่าจึงไม่เคยมี ทั้งที่เป็นเรื่องอาชญากรรมธรรมดาแบบทั่วๆ ไป ซึ่งไม่มีอะไรลึกลับซับซ้อนเหมือนอย่างการก่อการร้าย หรือการก่อวินาศกรรมที่การเข้าถึงข่าวมีความยากลำบากกว่าเยอะมาก

เนื่องแค่งานการข่าวเรื่องการตัดไม้ทำลายป่าที่เป็นงานการข่าวธรรมดายัง “มืดบอด” แล้จะฝากความหวังในเรื่อง “การข่าวชั้นสูง” ที่จะรู้ความเคลื่อนไหวของ “แนวร่วม” ขบวนการก่อการร้ายในพื้นที่ว่าจะมีแผนในการวางระเบิดหรือการก่อการร้ายได้อย่างไร

นี่แสดงให้เห็นว่าในพื้นที่ที่มีการทำผิดกฎหมายเรื่องตัดไม้ทำลายป่านั้น “ผู้นำท้องที่” ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ (ผรส.) ที่มีการแต่งตั้งให้กิน “เงินเดือนหลวง” ถือเป็นคนของหลวง เป็นคนของกรมการปกครอง แถมยังได้ “กินเงินเดือน 4,500 บาท” ในฐานะเป็นคนของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ปรากฏว่าแทบไม่มีใคร “ทำประโยชน์ให้แก่แผ่นดิน” แม้แต่คนเดียว

ทุกพื้นที่ปล่อยให้มีการตัดไม้ทำลายป่ากันโครมๆ โดยที่ไม่ได้แจ้งข่าวให้ทางการได้รับรู้ รวมทั้งคำถามต่อมาคือ “หน่วยทหาร” ไม่ว่าจะเป็น ฉก.เลข 2 ตัว หรือ ฉก.เลข 3 ตัว ที่ตั้งฐานอยู่ในพื้นที่ ทำอะไรกันอยู่จึงปล่อยให้มีการทำลายป่ากันได้ขนาดนี้ รวมทั้ง “ชป.จรยุทธ์” ไปจรยุทธ์กันอยู่ตรงไหน ถึงไม่เคยได้รับรู้ ไม่เคยได้ยินเสียงเครื่องเลื่อยที่โค่นไม้กันอยู่โครมคราม

ประเด็นนี้ต่างหากที่ “ท่านแม่ทัพ” ต้องพิจารณาและให้ความสำคัญกว่าหนังสือสั่งการให้เอาผิดกับผู้ทำลายทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ เพราะแม้มีคำสั่งออกไป แต่ถ้าผู้รับผิดชอบไม่ทำตาม ก็เป็นได้แค่ “กระดาษใบหนึ่ง” ที่ไม่มีความหมายในทางปฏิบัติแต่อย่างใด

แต่เอาเถอะก็จะติดตามต่อไปว่าหลังมีคำสั่งแล้ว ในทางปฏิบัตินั้นมีกำลังจากหน่วยไหนบ้างที่จะไปไล่จับผู้ต้องหา จับรถบรรทุกไม้และหยุดการทำลายป่าในพื้นที่ได้ผลอย่างจริงจัง

ส่วนเรื่องที่ 2 ที่ต้องนำมาเขียนถึงไว้ ณ ที่นี้คือ เรื่องเหตุการณ์ “วิสามัญชาวบ้าน 3 ศพบนเทือกเขาตะเว” อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งผ่านมาแล้วราว 7 เดือน โดยในข้อเท็จจริง “แม่ทัพภาคที่ 4” ได้ยอมรับความจริงกับญาติของผู้เสียชีวิตและประชาชนไปแล้วว่า เป็นการกระทำของฝ่ายทหาร “ชป.จรยุทธ์” โดยเข้าใจผิดว่าคนทั้ง 3 เป็นแนวร่วมขบวนการบีอาร์เอ็น

ล่าสุด แม่ของผู้เสียชีวิตได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังทั้ง ส.ส.นราธิวาส เลขาธิการและหัวหน้าพรรคประชาชาติ เพื่อขอให้ติดตามความคืบหน้าของการเยียวยาและการดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิด ซึ่งถือเป็นคดีความที่ต้องดำเนินการตาม ป.วิอาญา

เพราะทั้ง 3 ครอบครัวได้รับการเยียวยาจาก “ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)” แต่เพียงเท่านั้น ส่วนการเยียวยาจาก “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ยังไม่เคยมีปรากฏให้เห็นแม้แต่น้อย

อันเป็นการสวนทางกับคำแถลงของ “บรรดากระบอกเสียง” ของ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ที่ระบุชัดว่า มีการเยียวยาจากตรงนั้น ตรงนี้ ที่ล้วนเป็น “หน่วยทหาร” ในพื้นที่รวมกันแล้วกว่าเกือบ 2 ล้านบาทต่อราย ประเด็นนี้ ใครเท็จ ใครจริง หรือแท้จริงแล้วเงิน 2 ล้านบาทไปอยู่ที่ใคร เรื่องราวเหล่านี้ต้องสร้างความกระจ่างให้เกิดขึ้นโดยเร็ว

ทั้งที่โดยข้อเท็จจริงแล้ว กรณีเจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้กระทำต่อประชาชนมีกฎหมายรองรับชัดเจนว่า รัฐต้องจ่ายเยียวยา “7.5 ล้านบาท/ศพ” โดยการพิจารณาของ “คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.)” ถามว่าวันนี้ยังมีการบังคับใช้อยู่ในหรือกับกรณีของจังหวัดชายแดนภาคใต้

ถ้าเรื่องนี้ยังมีผลบังคับใช้อยู่หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องก็ต้องตอบให้ชัดว่า รัฐจะจ่ายเยียวยาแค่ 1 ล้านบาท/ศพ หรือ 2 ล้านบาท/ศพ หรือจะเท่าไหร่กันแน่ เรื่องนี้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต้องบอกให้ครอบครัวผู้สูญเสียได้รับรู้ไว้ หรือเอาเป็นว่าไม่มีการจ่ายเยียวยาในส่วนของเงินจำนวนนี้แล้ว ยิ่งต้องบอกให้ชัดเจนเพื่อที่จะได้ตัดประเด็นนี้ออกไป

เนื่องจากเท่าที่ได้รับรู้มาคือ รัฐบาลชุดนี้ “ไม่ได้มีการประชุมของ กพต.” มานานเกือบจะครบปีแล้ว ซึ่งในกรณีของ “ความผิดพลาดวิสามัญ 3 ศพบนเทือกเขาตะเว” นี้ กพต.ควรต้องมีการประชุมและมีมติเป็นอันสิ้นสุดออกมานานแล้ว

ประเด็นเหล่านี้ถ้ารัฐไม่พยายามสร้างความกระจ่างให้เกิดขึ้น นั่นก็จะกลายเป็น “เงื่อนไขใหม่” ในสังคม โดยเฉพาะกับผู้คนในพื้นที่ รวมถึงจะลามไปสู่ “โต๊ะเจรจา” ระหว่างตัวแทนของรัฐไทยกับบีอาร์เอ็นด้วย แถมอาจจะถูกผูกโยงไปยังเวทีสากลต่างๆ โดยเฉพาะใน “เวทีสหประชาชาติ (ยูเอ็น)” ซึ่งล้วนแล้วแต่ไม่ใช้เรื่องที่ดีสำหรับการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้แน่นอน

จริงๆ แล้วยังมีเรื่องที่ต้องถามไถ่อีกหลายประเด็น แต่เอาแค่ 2 เรื่องนี้ให้จบก่อนก็จะถือเป็นคุณูปการต่อการ “ดับไฟใต้” มากแล้ว เพราะถ้าเรื่อง “กล้วยๆ” อย่างนี้ยังทำไม่สำเร็จ ก็อย่างหวังว่าจะทำงานที่ยากกว่าได้ดีอีกต่อไป


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...