xs
xsm
sm
md
lg

ผบ.ทร.ลงพื้นที่อ่าวบ้านดอน ส่งหน่วยซีลขจัดอิทธิพลเถื่อน ยึดคืนพื้นที่สร้างคอกหอยให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สุราษฎร์ธานี - ผู้บัญชาการทหารเรือลงพื้นติดตามแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะอ่าวบ้านดอน พร้อมส่งหน่วยซีลลงพื้นที่ และเน้นย้ำทำหน้าที่อย่างเคร่งคัด ขจัดอิทธิพลเถื่อน เพื่อนำพื้นที่อ่าวบ้านดอนกลับมาให้ประชาชนทุกคนใช้ประโยชน์ร่วมกัน

วันนี้ (24 มิ.ย.) ที่วัดชลธาร ต.บางไทร อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ/รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พร้อมคณะ ศรชล. พล.ร.ท.สำเริง จันทร์โส ผอ.ศรชล.ภาค 2 ได้เดินทางลงตรวจเยี่ยมกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยและแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะอ่าวบ้านดอน โดยนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะ ผอ.ศรชล.จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยส่วนราชการและผู้เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ ก่อนเดินทางลงเรือเพื่อสำรวจข้อเท็จจริงการบุกรุกพื้นที่สาธารณะอ่าวบ้านดอน

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีมีการบุกรุกพื้นที่สาธารณะและเกิดความขัดแย้งขึ้นจากการทำประมงคอกหอยในพื้นที่บริเวณอ่าวบ้านดอน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งพื้นที่อ่าวบ้านดอนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับนานาชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 พ.ค.52 มีพื้นที่สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล และเป็นที่ฟักตัวของสัตว์น้ำวัยอ่อนและเป็นแหล่งกำเนิดลูกหอยตามธรรมชาติ จึงก่อให้เกิดการบุกรุกพื้นที่สาธารณะและครอบครองพื้นที่เพื่อต้องการลูกหอยแครงจึงมีความขัดแย้งอย่างรุนแรงตามมา ซึ่งที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของ ศรชล. ได้เข้าเจรจาและทำความเข้าใจกับกลุ่มต่างๆ และได้จัดชุดสนับสนุนรักษาความสงบเรียบร้อยอ่าวบ้านดอน เพื่อป้องกันเหตุขัดแย้งระหว่างชาวประมงพื้นบ้านกับกลุ่มนายทุนผู้ประกอบการคอกหอยในพื้นที่


นอกจากนี้ ได้หารือกับหน่วยเกี่ยวข้องในจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีข้อยุติในเบื้องต้นเกี่ยวกับแนวทางการรื้อถอนคอกหอย และสิ่งปลูกสร้าง โดยแบ่งการดำเนินการออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 พื้นที่ อ.เมือง และ อ.พุนพิน ระยะที่ 2 พื้นที่ อ.กาญจนดิษฐ์ ระยะที่ 3 พื้นที่ อ.ท่าฉาง และ อ.ไชยา ซึ่งผู้ที่สร้างคอกหอยและสิ่งปลูกสร้างต้องรื้อถอนให้เสร็จสิ้นภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ออกประกาศ

ขณะนี้ทางสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสุราษฎร์ธานี ได้แจ้งความดำเนินคดีต่อเจ้าของขนำในคอกหอยในพื้นที่เขตอำเภอเมืองไปแล้ว จำนวน 50 หลัง จาก 70 หลัง แต่ในขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานียังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีต่อผู้ประกอบการเลี้ยงหอยแครงที่บุกรุกครอบครองเลี้ยงหอยแครงในพื้นที่สาธารณะตาม 79 พ.ร.บ.กรมประมงที่ห้ามมิให้ผู้ใดทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินแต่อย่างใด

สำหรับแผนงานการดำเนินการของ ศรชล. ประกอบด้วย แผนระยะสั้น บังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิดทั้งในส่วนของการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ การทำประมงผิดกฎหมาย จัดเจ้าหน้าที่และยุทโธปกรณ์ ลาดตระเวนเฝ้าตรวจเพื่อระวังป้องกันกำรกระทำผิดกฎหมาย และระวังป้องกันความขัดแย้งระหว่างประชาชนในพื้นที่ และแผนระยะยาว ระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำเป็นแนวทางการอนุรักษ์และแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างเท่าเทียมกันและอย่างยั่งยืน สร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ทั้งนี้ ในห้วงต่อไป ศรชล.จะได้กำกับดูแลและควบคุมการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการจัดการต่อปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่องต่อไป


ด้าน พล.ร.อ.ลือชัย ได้เน้นย้ำให้ใช้กฎหมายและคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลักประชาชนต้องใช้ประโยชน์ร่วมกันและอยู่ร่วมกันได้ พร้อมยืนยันว่า ศรชล.มี 6 หน่วยงานหลัก ประกอบด้วย ตำรวจน้ำ เจ้าท่า ประมง ทช. ศุลการกร และทหารเรือ จะใช้กฎหมายที่มีอยู่เข้าจัดการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทอ่าวบ้านดอนให้ดีที่สุด ภายใต้ความร่วมมือที่ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเกรงใจหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง รวมถึงกลุ่มผู้มีอิทธิพลใดๆเพราะเชื่อว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้ ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่มีผู้ประกอบการขับเจ็ตสกีออกมายิงปืนข่มขู่นับว่าเป็นเหตุที่รุนแรงมาก ทาง ศรชล.ส่วนกลางจึงต้องส่งชุดหน่วยซีลลงมาดูแลป้องกันเหตุ และให้ดูตัวอย่างที่ขุนน้ำนางนอน หน่วยซีลไม่เคยใช้ความรุนแรงก็สามารถดำเนินการได้

“สถานการณ์อ่าวบ้านดอนจะกลับมาเป็นพื้นที่ประชาชนทุกคนใช้ประโยชน์ร่วมกันไม่มีใครมาจับจองหรือเป็นของผู้ใดอย่างเด็ดขาดถึงแม้ปัญหาที่เกิดขึ้นมันสะสมมาหลาย 10 ปีก็ตาม แต่เมื่อ ศรชล.เกิดขึ้นทุกอย่างจะเรียบร้อย” ผบ.ทร.กล่าว

ส่วนการลงเรือตรวจอ่าวบ้านดอนวันนี้ ระดับน้ำทะเลเป็นอุปสรรค เนื่องจากวันนี้ระดับน้ำลงต่ำสุดในรอบวัน ทำให้เรือไม่สามารถเข้าสู่เป้าหมายที่มีการรื้อขนำได้ ทางคณะจึงได้เข้าไปตรวจสอบขนำหรูหลังสีแดง 3 ชั้น ที่มีมูลค่ากว่า 3 ล้านบาทแทน ทางคณะ ผบ.ทร.ได้ใช้เวลาขึ้นไปตรวจสอบบนขนำประมาณ 20 นาที จึงมาและเดินทางกลับเข้าฝั่งจากนั้นได้เดินทางกลับ กทม.ทันที


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...