xs
xsm
sm
md
lg

เริ่มรื้อแล้วขนำเฝ้าคอกหอยนอกเขตอนุญาตของหุ้นส่วนกำนันคนดังในพื้นที่ อ.กาญจนดิษฐ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สุราษฎร์ธานี - ผู้ประกอบการเลี้ยงหอยหุ้นส่วนกำนันคนดังในพื้นที่ อ.กาญจนดิษฐ์ รื้อขนำเฝ้าคอกหอยแครงที่สร้างอยู่นอกเขตอนุญาตเป็นแห่งแรก หลังจังหวัดประกาศให้รื้อภายใน 60 วัน


จากกรณีทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ออกประกาศให้มีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง อาคาร (ขนำเฝ้าหอย และโฮมสเตย์) หรือสิ่งใดๆ ที่ได้ก่อสร้างหรือติดตั้งในที่จับสัตว์น้ำอ่าวบ้านดอน จ.สุราษฎร์ธานี ลงวันที่ 12 มิ.ย. โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ เป็นผู้ลงนาม และให้รื้อถอนให้เสร็จภายใน 60 วัน

ล่าสุด วันนี้ (15 มิ.ย.) ที่บริเวณอ่าวบ้านดอน ต.ท่าทอง อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ประกอบการเลี้ยงหอยแครงรายหนึ่งในพื้นที่ อ.กาญจนดิษฐ์ ได้ว่าจ้างชาวบ้านในพื้นที่เข้ารื้อขนำขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นขนำขนาด 2 ชั้น เนื่องจากสร้างในพื้นที่นอกเขตที่อนุญาตให้เลี้ยงหอยแครงในพื้นที่ อ.กาญจนดิษฐ์

การรื้อขนำหลังดังกล่าว ถือว่าเป็นขนำแรกที่ผู้ประกอบการยอมรื้อถอนเอง หลังจากทางจังหวัดได้ออกประกาศให้มีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง อาคาร (ขนำเฝ้าหอย และโฮมสเตย์) หรือสิ่งใดๆ ที่ได้ก่อสร้างหรือติดตั้งในที่จับสัตว์น้ำอ่าวบ้านดอน จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา ส่วนขนำอื่นๆ นั้นยังไม่มีการเคลื่อนไหวหรือรื้อถอนแต่อย่างใด สำหรับขนำที่มีการถอนในวันนี้ (15 มิ.ย.) เป็นขนำของผู้ประกอบการรายหนึ่งซึ่งเป็นหุ้นส่วนของกำนันคนดังในพื้นที่อำเภอกาญจนดิษฐ์


อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามแหล่งข่าวรายหนึ่ง พบว่า ในพื้นที่อ่าวบ้านดอนมีขนำเฝ้าหอยแครงที่อยู่นอกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตมีไม่ต่ำกว่า 500 หลัง ที่เข้าข่ายต้องรื้อถอนตามคำประกาศของจังหวัด ภายใน 60 วัน ซึ่งกระจายอยู่ทั้ง 6 อำเภอ รอบอ่าวบ้านดอน

นอกจากนั้น แหล่งข่าวรายเดิมยังได้กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่อ่าวบ้านดอนขณะนี้ว่า สาเหตุที่ทำให้ชาวบ้านลุกฮือขึ้นมาทวงสิทธิการทำมาหากินในทะเลเขค 1,000 เมตร เกิดจากกำนันคนหนึ่งที่มีอิทธิพลในพื้นที่ร่วมกับข้าราชการ เข้าไปจับจองพื้นที่ใน 1,000 เมตร เป็นหมื่นไหร่โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีลูกหอยจำนวนมาก เพื่อนำพื้นที่ที่จับจองมาแบ่งขายให้นายทุนในราคาตั้งแต่ 5-30 ล้านบาท ซึ่งราคาขึ้นอยู่กับจำนวนพื้นที่และการเกิดของลูกหอย

จากพฤติกรรมดังกล่าวทำให้พื้นที่ทำกินของชาวบ้านลดลง และในช่วงที่หอยเกิด ยังลักลอบมาลากหอยไปใส่ในคอกที่ได้จับจองไว้ซึ่งอยู่ใน 1,000 เมตร ทำให้ชาวบ้านแทบจะไม่มีพื้นที่หาหอยจึงต้องเข้าไปจับในเขตที่มีการจับจองไว้ จนเกิดการกระทบกระทั่งระหว่างชาวประมงพื้นบ้านกับผู้ประกอบการจนกลายเป็นปัญหาลุกลาม จนหน่ายงานภาครัฐต้องเข้ามาแก้ไขปัญหา และผู้บริหารระดับสูงของจังหวัด ออกมาพูดว่า ลูกหอยเกิดขึ้นตามธรรมชาติในพื้นที่สาธารณะใครก็สามารถเก็บได้ ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านลุกฮือเข้าไปเก็บลูกหอยในคอกหอยของผู้ประกอบการ จากเดิมที่มีวันละประมาณ 300-400 คน เพิ่มเป็นวันละเป็นหมื่นคน มาจากทั่วสารทิศ เพราะการจับลูกหอยสร้างรายได้วันละเป็นหมื่นๆ


สำหรับการลุยไปจับหอยของชาวประมงพื้นบ้านไม่ได้หยุดอยู่แค่พื้นที่ อ.เมือง แต่ได้ลุกลามไปถึงพื้นที่ อ.พุนพิน จนเกิดการไล่ยิงตามที่เป็นข่าวมาแล้ว

แหล่งข่าวรายเดิม กล่าวว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวประมงกับผู้เลี้ยงหอย ทางภาครัฐจะต้องบังคับใช้กฎหมายโดยการรื้อสิ่งปลูกสร้างที่อยู่นอกเขตอนุญาตทั้งหมดเหมือนกับเป็นการล้างไพ่ และจะต้องหาทางช่วยเหลือผู้ประกอบการเลี้ยงหอยที่ถูกหลอกให้มาซื้อคอกหอยที่อยู่นอกเขตอนุญาต รวมทั้งจะต้องจัดให้มีเวทีพูดคุยกันถึงต้นตอของปัญหาว่าเกิดจากอะไร เพื่อกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้ยั่งยืน ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาของจังหวัดที่ประกาศให้รื้อสิ่งปลูกสร้างภายใน 60 วัน เชื่อว่าไม่สามารถดำเนินการได้อย่างแน่นอน และจะมีต้องแรงต้านจากผู้ประกอบการเนื่องจากแต่ละแห่งมีการลงทุนไปเป็นจำนวนหลักหลายล้านบาท ถ้ารื้อถอนออกจะทำให้คนที่ลงทุนไปแล้วประสบปัญหาขาดทุนอย่างแน่นอน


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...