xs
xsm
sm
md
lg

“ณัฐกิตติ์ จันดำ” เกษตรกร 4.0 บริโภครู้ที่มา-ผลิตมีที่ไป ปลดล็อกผันผวน ยากจน ไร้สมดุล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

เรื่อง : ขวัญฤทัย ปานนุ้ย / รูป : โตมร อภิวันทนากร


“ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” คำกล่าวที่สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ในทรัพยากรทางการเกษตรและอาหารของไทย ที่ไม่ใช่แค่มากพอต่อการเลี้ยงประชากรในประเทศเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพถึงขั้นสามารถส่งออกสินค้าทางการเกษตรเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

“เกษตรกรรม” จึงเป็นทั้งความมั่นคงทางด้านอาหารและฐานรายได้ของประเทศ แต่ด้วยเหตุใด “เกษตรกร” จำนวนมากถึงกลับกลายเป็นกลุ่มคนผู้ยากจนของประเทศ ซึ่งอาจนำไปสู่การเข้าไม่ถึงอาหารที่มีคุณภาพเพียงพอต่อการบริโภค ทั้งที่เป็น “ผู้ผลิตอาหาร”
“ถ้าทำแล้วยังโหยหิว ก็ไม่มีความสุข สินค้าดีมีคุณภาพ แต่ผู้บริโภคซื้อไม่ได้ ก็ไม่มีความสุข”

คือคำพูดของเกษตรกรรุ่นใหม่ “พัง-ณัฐกิตติ์ จันดำ” ผู้พยายามก้าวข้ามปัญหาเดิมๆ โดยการผนวกทักษะแห่งยุคสมัยเข้ากับการจัดการการเกษตร โดยใช้ข้อมูลความรู้ที่หลากหลาย สอดคล้อง เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน ในการพัฒนาคุณภาพผลผลิตและสร้างโอกาสทางการตลาด เพื่อความแน่นอนทางรายได้ที่จะกระจายสู่กลุ่มเกษตรกรรายย่อย ไม่ใช่ทุนใหญ่ที่กำลังมีอำนาจเหนือการตลาด


“เกษตรกร” อาชีพที่ชอบ ชีวิตที่ใช่

เริ่มสนใจเรื่องการเกษตรมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 ได้เข้าอบรมการเกษตรกับหน่วยงานต่างๆ ศึกษาเรียนรู้แนวทางจากหลายคนหลายพื้นที่ สั่งสมทักษะความรู้มาเรื่อยๆ จนได้เป็น อาสาสมัครเกษตร สามารถให้คำแนะนำถ่ายทอดความรู้แก่คนอื่นๆ ได้

เคยทำสวนยางมาก่อน ราวช่วงปี พ.ศ.2557 ราคายางตกต่ำลง และเห็นว่าไม่คุ้มเมื่อเทียบกับการปลูกพืชชนิดอื่นๆ จึงตัดสินใจเลิกทำสวนยาง แล้วใช้ความรู้ทางการเกษตรที่มีอยู่มาเริ่มทดลอง ทำสวนผสมผสาน แทน โดยวิเคราะห์บทเรียนความสำเร็จของเกษตรกรคนอื่น เลือกปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวเองและพื้นที่

จนมีความลงตัวมากขึ้นในปี พ.ศ.2558 เกิดเป็น สวนเกษตรแบบผสมผสาน ภายใต้ชื่อ “สวนเติมฝันเกษตรกรรมยั่งยืน” ใน ต.คลองเปรียะ อ.จะนะ จ.สงขลา และยังได้ทำหน้าที่เป็นรองประธาน “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรรมหนุกหนาน”




แหล่งผลิตอาหารปลอดภัย สู่ตลาดอาหารสุขภาพชุมชน

ในปี พ.ศ.2562 ก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการตลาดอาหารสุขภาพบ้านไทรขึง อ.จะนะ จ.สงขลา รวมกลุ่มเกษตรกรในชุมชนเพื่อร่วมกันผลิตอาหารปลอดภัย ซึ่งกว่าจะได้เป็นผลผลิตนำออกไปขายสู่ตลาด ต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ ทำความเข้าใจร่วมกันมาพอสมควร เริ่มจากเก็บข้อมูลแหล่งผลิตอาหารในชุมชน สำรวจแปลงเกษตร ทั้งที่ปลูกเพื่อกินและขาย

จากนั้นได้มีการพัฒนาแปลง โดยการแนะนำถ่ายทอดความรู้ให้แก่กลุ่มเกษตรกรในการผลิตอาหารปลอดภัย โดยส่งเสริมเกษตรกรให้ใช้ปุ๋ยหมัก แทนการใช้สารเคมีทางการเกษตร สื่อสารทำความเข้าใจเรื่องตลาดที่จะรองรับผลผลิต เกษตรกรจึงยินดีที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิต

นำไปสู่การเกิด ตลาดอาหารสุขภาพชุมชน ซึ่งเป็นการให้ผู้บริโภคกับผู้ผลิตมาเจอกัน โดยที่เราเป็นคนประสาน สร้างให้คนกินรู้จักคนขาย ผู้ผลิต-ผู้บริโภค สามารถตกลงร่วมกันในการซื้อขาย ซึ่งผู้บริโภคทุกคนจะรู้ว่าสินค้าที่วางขายนั้นผลิตมาจากที่ไหน


ขายไป สื่อสารไป ผู้ซื้อเป็นใคร ขายให้ตรงความต้องการเขา

ใช้กลยุทธ์การขายให้ลูกค้ารู้สึกดี ขายไป สื่อสารไป ให้ข้อมูลคำแนะนำ กระตุ้นให้คนอยากซื้อ อยากลอง วางสินค้าให้เห็น ให้เกิดการถาม เพื่อจะได้มีการสื่อสารต่อ ขายไม่ได้ อย่างน้อยก็ได้สื่อสาร อธิบายให้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องประโยชน์ สรรพคุณ ผลดีต่อสุขภาพ รสชาติความอร่อย หรืออาจจะใช้ความแปลกเข้ามาช่วยดึงดูดความสนใจ

หากขายในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นสถานที่ที่คนมารักษาสุขภาพ เราก็จะเน้นสื่อสารเรื่องการดูแลสุขภาพ เช่น แนะนำว่าข้าวพันธุ์ กข43 มีดัชนีน้ำตาลต่ำ กินแล้วอิ่มนาน เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ตอบโจทย์การแก้ปัญหาสุขภาพของผู้ป่วย เขาก็สนใจต้องการสินค้าของเรา วางแผนไว้ต่อไปว่าจะเข้าไปขายให้ตรงวันที่มีคลินิกความดัน หรือวันที่มีการตรวจตาและเท้าผู้ป่วยเบาหวาน


การตลาดออนไลน์ สร้างโอกาสเกษตรกร

ในการทำงานช่วงแรกๆ พบปัญหาว่า ไม่มีตลาด ผลผลิตที่ทำออกมาไม่รู้จะขายใคร ทำให้มีรายได้น้อยกว่ารายจ่าย เริ่มเบื่อและท้อ

ช่วงปี พ.ศ.2561 ก็เห็นโอกาสของ การสื่อสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย จึงเริ่มคิดพัฒนาเรื่องการสื่อสารโดยสร้าง เพจเฟซบุ๊ก “สวนเติมฝันเกษตรกรรมยั่งยืน” เพื่อจะสื่อสารสิ่งที่เราทำให้คนภายนอกได้รับรู้ ปลูกอะไรขายอะไรบ้าง เช่น คลิปวิดีโอวิธีการปลูก รูปผลผลิตสวยๆ กระตุ้นให้ลูกค้าสนใจอยากสั่งซื้อ

ต่อมาก็ได้มีการสื่อสารเพิ่มทาง ช่องยูทูบ “เกษตรหนุกหนาน สงขลา” และทาง กลุ่มไลน์ เมื่อมีการสื่อสารที่หลากหลายช่องทาง ทำให้มีคนรับรู้มากขึ้น คนสนใจสินค้าที่เป็นคนไกลก็ยังขายไม่ได้ เพราะติดเรื่องการขนส่ง จึงเป็นแค่การโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้า แต่ก็ส่งผลต่อคนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงเกิดความสนใจสั่งซื้อสินค้ากันมากขึ้น ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการใช้สื่อออนไลน์




พัฒนารูปแบบการขาย คุณภาพเหมือนเดิมเพิ่มเติมความสะดวก ลดความเสี่ยงสินค้าคงเหลือ

เมื่อเห็นว่าเริ่มไปได้ จึงนำมาใช้กับวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรหนุกหนาน ผมช่วยสื่อสารออกไป แล้วรับรายการสั่งซื้อ หากยังไม่มีสินค้าก็ให้ลูกค้าแจ้งชื่อ แจ้งสินค้าที่ต้องการ เบอร์โทรศัพท์ เพื่อดึงลูกค้าไว้ โดยมีการประสานติดต่อแจ้งความเคลื่อนไหวของสินค้าให้ทราบ เกิดเป็น การตลาดล่วงหน้า ซึ่งลูกค้าจะเป็นคนละกลุ่มกันกับการขายในตลาดจริงๆ ขายออนไลน์ตลาดจะกว้างกว่าขายได้มากกว่า

คิดว่าต่อไปจะทำการตลาดล่วงหน้ากับคนในบริเวณใกล้เคียงด้วย วางแผนไว้ว่าจะทำ QR code แปะไว้ที่โรงพยาบาลและศาลากลางจังหวัด ให้บุคลากรสแกนเข้ากลุ่มไลน์ เพื่อสามารถสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าไว้ แล้วเราจะให้บริการส่งตรงถึงหน้าบ้านลูกค้าได้เลย เพราะมีบางคนสนใจสินค้า แต่ไม่สะดวกมาซื้อ หรืออยากซื้อแต่ไม่สะดวกที่จะถือกลับบ้าน เป็นการพัฒนารูปแบบการขายคือ นอกจากขายในตลาด แล้วยังมีการขายทางออนไลน์

สถานที่ที่มีกลุ่มลูกค้าอยู่คือ โรงพยาบาล โรงเรียน ธนาคาร ไปรษณีย์ ที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจ ถ้าจัดการตามนี้ได้ จะทำให้สามารถวางแผนการผลิตได้ล่วงหน้าตามความต้องการตลาด ลดความเสี่ยงที่สินค้าจะเหลือหรือเสีย ทั้งนี้ ความปลอดภัยยังต้องมาก่อน สินค้ามีคุณภาพเพิ่มเติมความสะดวกให้ เป็นการเพิ่มยอดขาย เกษตรกรก็จะอยู่ได้มีรายได้ที่แน่นอนมากขึ้น


การจัดการการผลิต ขับเคลื่อนกลุ่มเกษตรกร

การสื่อสารทางโซเชียลมีเดียทำให้เกิดการตลาดล่วงหน้าจำนวนมาก กลายเป็นปัญหาสินค้าผลิตไม่ทันตามความต้องการของตลาด ทำแล้วไม่มีที่ขายรายได้ไม่เกิด มีที่ขายแต่ไม่มีผลผลิตก็ไม่มีรายได้ ตลาดใหญ่เกินกำลัง จึงต้องเพิ่มกำลังในการผลิต ทุกคนในกลุ่มมีศักยภาพในการขาย แต่ยังมีกำลังในการผลิตน้อย

ปัญหาคือเกษตรกรในกลุ่มส่วนใหญ่ปลูกยางพาราเป็นหลัก ยังไม่อยากเปลี่ยนหรือแบ่งพื้นที่มาปลูกพืชอย่างอื่นอย่างจริงจัง พืชอาหารปลูกเพื่อขายเป็นรายได้เสริมเท่านั้น ยังคงหวังพึ่งยางเป็นหลัก ยากจะเปลี่ยนค่านิยมเดิมที่ยึดติดกันอยู่

ดังนั้น สมาชิกในกลุ่มจึงต้องมีจำนวนมาก เพราะจำนวนแปลงยังมีน้อย ปีที่แล้วจึงได้รวมกลุ่มเกษตรกรในชุมชนบ้านไทรขึงและชุมชนรอบๆ มาร่วมแลกเปลี่ยน วางแผนพัฒนาการขาย-การผลิต เพื่อให้สามารถทำการตลาดล่วงหน้าได้ ทั้งจำนวนผลผลิต รูปแบบผลผลิตที่ต้องแตกต่างหลากหลายไม่ซ้ำกัน จะได้ไม่เกิดปัญหาการล้นตลาด และช่วงระยะเวลาของการออกผลผลิตให้สามารถมีผลผลิตได้ตลอดทั้งปี

ตอนนี้พยายามขับเคลื่อนกลุ่มให้ไปได้ ด้วยการจัดการการผลิตและการตลาด ต้องมีการขยายแปลง เพื่อขยายผลผลิตให้สอดคล้องกับตลาด ให้เกิดการกระจายรายได้ในกลุ่มเกษตรกร ตลาดโต แต่แหล่งผลิตไม่โตไม่ได้


วิเคราะห์ความคุ้มค่า รักษาคุณภาพ ยั่งยืนด้วยวิถีที่ปลอดภัย

มีการประชุมกลุ่มร่วมกันทุกวันอังคาร เพื่อสรุปถอดบทเรียนหลังการขาย ปรับปรุงแก้ไขการทำงานของกลุ่มอยู่ตลอด มีการวิเคราะห์ความคุ้มค่า เพื่อลดความเสี่ยง ผลิตสินค้าเพิ่มในส่วนที่จำเป็น ตัดส่วนที่ไม่คุ้มออก เลือกตลาดที่ขายได้ เลือกกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังในการซื้อ เพราะอาหารสุขภาพมีราคาสูง ลูกค้าที่เต็มใจจ่ายยังมีจำนวนน้อย ต้องหาสินค้าที่ตอบโจทย์ลูกค้าโดยตรง ให้ลูกค้าสามารถเลือกเองได้ ขายราคาสูงกว่าได้ แต่สินค้าต้องมีคุณภาพ ไม่ใช่เน้นแต่ปริมาณ โดยไม่สนใจผู้บริโภค

สามารถเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าด้วยการ ขายเมล็ดพันธุ์หรือต้นพันธุ์ ซึ่งต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม พัฒนาค้นหาสายพันธุ์ใหม่ๆ โดยเลือกจากความอร่อยก่อน หากไม่อร่อยก็ขายสรรพคุณ ถ้าได้ทั้ง 2 อย่างก็จบเลย และต้องทดลองปลูกจนได้ผลเองก่อน ถึงจะขายเพื่อให้มีข้อมูลที่ถูกต้องให้แก่ลูกค้า ต้องเป็นต้นกำเนิดถึงจะยั่งยืน ไม่ทำตามสิ่งที่คนอื่นทำมามากแล้ว ข้อมูลและการวางแผนเป็นหัวใจสำคัญ หากสามารถทำตามแผนได้กลุ่มเกษตรกรก็จะอยู่ได้

ปัจจุบันเริ่มมองเห็นแนวทางความเป็นไปได้มากขึ้น ตราบใดที่ผู้ผลิตและผู้บริโภคยังรักตัวเอง ก็จะต้องเลือกวิถีที่ปลอดภัย ทุกคนไม่อยากเริ่มต้นใหม่ เพราะได้ฟื้นฟูพื้นที่ปรับเปลี่ยนวิธีการทำกันมาจนทุกอย่างลงตัวแล้ว ตอนนี้เกือบทุกคนในชุมชนทำแบบนี้ ลูกค้าในปัจจุบันก็มีความต้องการ อาหารที่ปลอดภัยมากขึ้น ความปลอดภัยกลายเป็นจุดขายของร้านอาหาร ปลอดภัยคือรู้ที่มา โดยมีกลุ่มเป็นตัวการันตีรับรองความปลอดภัย ซึ่งเป็นที่รู้จักและเชื่อถือในวงการเกษตรจากการสื่อสารที่ได้ทำมา


ระหว่างทางของความสำเร็จ

ปัจจุบันถือว่ายังอยู่ ระหว่างทางของความสำเร็จ ลืมตา แต่ยังไม่ได้อ้าปาก ลืมตารู้แล้ว แต่ยังนำมากินไม่ได้ เมื่อก่อนมัวแต่ประชุม ไม่ได้ลงมือทำ ถอดบทเรียนมองตนเอง ถามตนเอง จนพบว่าเราต้องพาตัวเองให้รอดก่อน จึงจะถ่ายทอดช่วยเหลือคนอื่นได้ อยู่ร่วมกันพึ่งพากัน แต่ต้องไม่เป็นภาระกัน แบ่งปันความรับผิดชอบด้วยกัน ด้วยเศรษฐกิจ และภาระที่มีมากขึ้นต้องมีการปรับตัวถึงจะอยู่ได้

ท้อได้ แต่ต้องวิเคราะห์ทบทวนตัวเอง แก้ไขจุดอ่อน ตัดบทบาทที่เสียเวลาออกไป หากยังไม่สำเร็จ แสดงว่าสิ่งที่ทำอยู่ยังไม่ตอบโจทย์ชีวิต ถ้าทำแล้วยังโหยหิว ก็ไม่มีความสุข สินค้าดีมีคุณภาพ แต่ผู้บริโภคซื้อไม่ได้ ก็ไม่มีความสุข มีคนแค่จำนวนหนึ่งที่กล้าซื้อสินค้าคุณภาพ แต่เราต้องการคนจำนวนมากเพื่อการดำรงชีวิต เชื่อว่าคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ด้วยการลงมือทำและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

ทางรอดของเกษตรกรในโลกยุคใหม่ นอกจากการพึ่งตนเองแล้ว ยังต้องปรับตัว ปรับเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อการทำเกษตร กล้าออกมาจากความคุ้นเคยเดิมๆ เพิ่มทักษะต่อยอดความรู้พัฒนาตัวเองไปสู่การเป็นผู้ประกอบการทางการเกษตร โดยมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ สามารถวิเคราะห์และเข้าถึงข้อมูล เพื่อการวางแผนพัฒนาการผลิต เพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยการสร้างความแตกต่าง และพัฒนาคุณภาพอยู่เสมอ ใช้เทคโนโลยีและการสื่อสารเข้ามาสร้างโอกาสทางการตลาด พัฒนายกระดับไปอีกขั้น ด้วยการสร้างกลุ่มเครือข่ายทางการเกษตร ซึ่งขับเคลื่อนงานอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องต่อความเป็นชุมชน

อย่างไรก็ตาม ความพยายามทั้งหมดที่เกษตรกรได้ทำมาทั้งระบบ ตั้งแต่ผลิตจนถึงการส่งมอบสู่ผู้บริโภค จะไม่สูญเปล่าได้อย่างไรเมื่อต้องเจอกับ แผนเร่งด่วนการลงทุนของรัฐใน “เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ” อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นไปตามที่รัฐบาลต้องการขยายผล “เมืองต้นแบบ” ตามนโยบาย “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ซึ่งอำเภอจะนะจะกลายเป็น “เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต” โดยไม่ได้มองเห็นหรือรับรู้ถึงศักยภาพทางการเกษตรของพื้นที่ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัยของประเทศ ที่ผู้คนในชุมชนร่วมสร้างและส่งมอบให้สังคมนี้

ในสายตาของรัฐ ใครกันคือผู้กำหนดความเป็นไปของพื้นที่ดังกล่าว ใครเป็นผู้ได้รับความมั่นคง มั่งคั่ง ยังยืน ที่รัฐมอบให้ ใครจำต้องกลายเป็นผู้เสียสละ ตามวาทกรรมการพัฒนา “คนส่วนน้อยต้องเสียสละเพื่อคนส่วนใหญ่”

แม้ว่าวันนี้เรายังไม่ได้อุดหนุนแหล่งผลิตที่นี่โดยตรงก็ตาม แต่หากระบบการผลิตอาหารปลอดภัยที่นี่สูญเสียไป นั่นหมายความว่า โอกาสของเราทุกคนที่จะเข้าถึงอาหารปลอดภัยนั้นลดลง





หมายเหตุ : ติดตาม 10 พลเมืองสงขลา จากยุทธศาสตร์สู่ปฏิบัติการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สังคมเป็นสุข สิ่งแวดล้อมยั่งยืน ได้ที่ https://www.facebook.com/SongkhlaFlagshipNode/



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...