xs
xsm
sm
md
lg

[In Clip] “ประชัย เลี่่ยวไพรัตน์” ลั่นกลองรบ ลงทุน “เขตพัฒนาเฉพาะกิจ” ที่ชายแดนใต้ รวบรัด EIA “เมืองอุตฯ” เชื่อมต่อ “EEC”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์




“ประชัย เลี่่ยวไพรัตน์” ลั่นกลองรบ ลงทุน “เขตพัฒนาเฉพาะกิจ” ที่ชายแดนใต้ รวบรัด EIA “เมืองอุตฯ” เชื่อมต่อ “EEC”

นับแต่เดือน มิ.ย. 2563 สังคมไทย โดยเฉพาะคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ กำลังจะเจอวิกฤตครั้งใหม่ จากแผนปลุกปั้น “เมืองอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต จะนะ”

15 พ.ค. 2563 หลังจาก “พ่ายแพ้ในยกแรก” ที่ ศอ.บต.ต้องเลื่อนการจัดเวทีรับฟังข้อคิดเห็นชาวบ้านก่อนการจัดงานเพียง 1 วัน นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ บิ๊กบอสเครือ “ทีพีไอ” ทำหนังสือถึงเลขาธิการ ศอ.บต. สัญญาว่าจะยังเดินหน้าลงทุนมูลค่า 600,000 ล้านบาท พร้อมระบุชัดว่าเดือน มิ.ย.จะเริ่มทำ EIA รวมทั้งจัดตั้งกลไกบริหารจัดการเชิงพื้นที่ตามที่ ศอ.บต.ได้ทำไว้ และขอผ่อนผันให้ใช้สถิติเดิมที่เคยจัดทำไว้มาใช้ประกอบเพื่อประหยัดเวลา

เท่ากับว่า เดือน มิ.ย. 2563 จะเป็นการเริ่มต้นนับหนึ่ง “ความขัดแย้ง” ที่น่าจะนำไปสู่ “เหตุการณ์ปะทะ” กับฝ่ายต่อต้านโครงการได้ทุกเมื่อ ท่ามกลางความสงสัยว่าเหตุใด โครงการใหญ่ขนาดนี้ไม่ทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) และใช้เวลาศึกษาข้อมูลให้เพียงพอ

ต้องไม่ลืมว่าหลายสิบปีมาแล้ว ขณะที่รัฐเดินหน้าหวังปักหมุดเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ลงใน อ.จะนะ และพื้นที่ใกล้เคียงนั้น ล้วนเคยเกิดการ “ปะทะเดือด” ชนิดถูกหามเข้าโรงพยาบาลและกรงขัง ทั้งโรงแยกก๊าซและท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย โรงไฟฟ้าจะนะ โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ท่าเรือน้ำลึกสงขลา 2

หน่วยงานที่รับผิดชอบจะยังปล่อยให้ “ประวัติศาสตร์ความรุนแรง” ได้เกิดขึ้นแบบวนเวียนมาซ้ำรอยเดิมอีกหรือไม่ โดยเฉพาะกับ ศอ.บต.

“จะนะเมืองอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต” เคยอยู่ในอ้อมกอดสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ “สภาพัฒน์” มาตลอด แต่อยู่ดีๆ รัฐบาล คสช.ก็อนุมัติทิ้งทวนโยกให้มาใช้กฎหมายพิเศษคือ “พ.ร.บ.ศอ.บต.” ขับเคลื่อนแทน จึงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นเพราะกลุ่มทุนกับรัฐเห็นพ้องกันว่า อยากแจ้งเกิดให้ได้เร็วทันใจ เพราะมี 2 หน่วยงานหลักเป็นมือไม้รองรับ นอกจาก ศอ.บต. ยังมี “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ฝ่ายทหาร

มีอีกคำถามที่ผู้นำรัฐบาลโดยเฉพาะกับผู้บริหาร ศอ.บต.ยังไม่เคยมีใครให้คำตอบ ในหนังสือที่บิ๊กบอสทีพีไอพีพี ส่งให้ ศอ.บต.ระบุชัดว่า บริษัทมีแผนจะขยายการลงทุนจากที่ดินแรกเริ่ม 10,800 ไร่ออกไปอย่างกว้างขวางแทบไม่สิ้นสุด และไม่ใช่เพียงครอบคลุมแค่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ แต่รวมถึง “ทั้ง 14 จังหวัดใต้” หรือทาบทับลงไปแนวคิด “ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor : SEC)” ที่ใต้ตอนบน แล้วไปเชื่อมต่อการพัฒนากับ “ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC)”

การขยายการลงทุนเกินพื้นที่ ศอ.บต. รับผิดชอบคือ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่นนี้ไม่ขัดกับ “วัตถุประสงค์หลัก” ที่ใช้โยกความรับผิดชอบจาก สภาพัฒน์ มาให้ดูแลหรือ?!

นอกจากนี้ ยังมีคำถามที่สำคัญมากคือ นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ยืนยันผ่านหนังสือถึง ศอ.บต.ไว้ว่า การลงทุนใน โครงการเมืองอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตจะไม่ให้มี “อุตสาหกรรมปิโตรเคมีต้นน้ำ” และแม้ “ดร.เจ๋ง” หรือ นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. จะการันตีด้วยว่า มีมติ ครม.รองรับอยู่ แต่กลับไม่ได้สร้างความเชื่อและไว้ใจได้ เนื่องจากเมื่อไหร่ที่ทุนและรัฐต้องการ “เปลี่ยนสีผังเมือง” หรือแม้กระทั่ง “เปลี่ยนมติ ครม.” ก็มักจะเป็นไปตามนั้นได้อย่างง่ายดาย กรณีการใช้ “คำสั่ง ม.44” สมัยรัฐบาล คสช.เป็นตัวอย่างได้กระจ่างแล้ว และนั่นก็ยังมีผลบังคับต่อเนื่องมาจนวันนี้มิใช่หรือ

และเป็นที่น่าสังเกตว่าแผนปั้น “เมืองอุตสาหกรรมก้าวแหน้าแห่งอนาคต” ในฐานะ “เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ” ที่ชายแดนใต้ที่จู่ๆ ก็ถูกเพิ่มเข้ามาให้เป็น “เมืองต้นแบบที่ 4” ลำดับสุดท้ายจากที่ตั้งไว้ก่อนหน้าแล้ว 3 เมืองตามแนวคิด “โครงการสามเหลี่ยมมั่งคง มั่นคั่ง ยั่งยืน” หากตรวจเช็กไปลึกๆ แล้วจะพบว่าไม่ได้ถูกบรรจุไว้อยู่ใน “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” แถมไม่สอดรับกับ “ยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัด” ที่ทั้ง 5 จังหวัดชายแดนใต้ถูกกระจายไปอยู่ถึงใน 3 กลุ่มจังหวัด นี่จึงต้องจับตากันต่อไปว่าความต้องการใช้ “เงื่อนไขพิเศษเฉพาะกิจ” แบบนี้หน่วยงานที่รับขับเคลื่อนหลักคือ “ศอ.บต.” และ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” จะทำได้สำเร็จหรือไม่


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...