xs
xsm
sm
md
lg

“เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น” บุกศาลากลางยื่น จม.จี้ “บิ๊กตู่” หยุดจัดฉากตั้งเวทีให้ชาวบ้านหนุนตั้ง “นิคมอุตฯ ปิโตรเคมี” เอื้อทุนใหญ่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - “เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น” หลายสิบชีวิตบุกศาลากลางสงขลา ยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าฯ จี้บิ๊กตู่ให้สั่ง ศอ.บต.เลิกจัดฉากตั้งเวทีรับฟังความคิดคน 3 ตำบลเพื่อดันตั้ง “เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ” และทำโครงการ “จะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต” เอื้อทุนยักษ์ปิโตรเคมี




วันนี้ (12 พ.ค.) เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ซึ่งเกิดการจากรวมตัวของกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านและประชาชนในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา หลายสิบคนได้รวมตัวกันเดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดสงขลา เพื่อยื่นหนังสือถึงนายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เรื่อง “ขอให้ยกเลิกการจัดเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ตำบลสะกอม ตำบลตลิ่งชัน และตำบลนาทับ จังหวัดสงขลา เกี่ยวกับการขับเคลื่อนโครงการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา และทบทวน ‘โครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต’ โดยด่วน” โดยระหว่างการยื่นหนังสือและนั่งการตอบรับ เครือข่ายได้มีการจัดระเบียบเว้นระยะและสวมเครื่องป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างเรียบร้อย

ทั้งนี้ รายละเอียดของหนังสือที่ยื่นให้แก่ผู้ว่าฯ มีเนื้อหาดังนี้ ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 เห็นชอบหลักการการขยายผลโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ไปสู่เมืองต้นแบบที่ 4 อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็น “เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต” และได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2563 เห็นชอบประกาศศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เรื่องกำหนดให้อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ในฐานะเมืองต้นแบบที่ 4 “เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตเป็นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ” โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนจำนวน 18,680 ล้านบาท โดยมี ศอ.บต.เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการโครงการ



และภายหลังจากการมีมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวแล้ว ทาง ศอ.บต.ได้ปฏิบัติการในฐานะหน่วยงานผู้เป็นเจ้าของโครงการ มีการจัดเวทีนำเสนอโครงการและรับฟังความคิดเห็นทั้งเวทีเล็กและใหญ่ แต่ในเวทีเหล่านั้นไม่มีการให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งก่อนและในเวทีรับฟังความคิดเห็น รวมถึงมีลักษณะการปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เช่น ห้ามคนต่างหมู่บ้านที่อยู่ในตำบลเดียวกันแสดงความคิดเห็น หรือสอบถามข้อมูล โดยอ้างว่าไม่ใช่คนในพื้นที่ ทั้งๆ ที่โครงการดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ในวงกว้าง

ทางเครือข่ายเห็นว่า การดำเนินการที่ผ่านมานั้นเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้องตามหลักการของกระบวนการมีส่วนร่วม และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ทั้งที่โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ศอ.บต.จึงควรให้ความสำคัญต่อการดำเนินการดังกล่าวอย่างมีมาตรฐาน และมีธรรมาภิบาล และขณะนี้ ศอ.บต.ยังได้มีการออกประกาศเรื่องเชิญชวนประชาชนแสดงข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการขับเคลื่อนโครงการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โดยจะมีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในช่วงวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 ถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2563


การดำเนินโครงการ “การขับเคลื่อนโครงการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา” ซึ่งจะมีการปรับปรุงการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมืองเดิม เปลี่ยนจากพื้นที่เกษตรกรรม เป็นพื้นที่รองรับอุตสาหกรรม มีแผนการดำเนินการด้านโครงข่ายการขนส่ง การคมนาคม ด้านพลังงาน รวมทั้งมีการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อเป็นการสนับสนุนให้มีการมาลงทุนในพื้นที่ โดยตามแผนส่วนใหญ่โครงการที่จะมาลงทุนเป็นโครงการขนาดใหญ่จากนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ จะก่อให้เกิดกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนและทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดสงขลา และจังหวัดใกล้เคียงอย่างกว้างขวาง

แต่รัฐกลับไม่ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสินใจต่อทิศทางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้อย่างแท้จริง ขัดต่อหลักธรรมาภิบาลการพัฒนาอย่างยั่งยืน และไม่สอดคล้องต่อศักยภาพ และความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่ โดยเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นในฐานะประชาชนผู้มีส่วนได้เสียที่จะได้รับผลกระทบเห็นว่า กระบวนการประกาศรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อโครงการดังกล่าวของ ศอ.บต. มีปัญหาความไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ชอบธรรมหลายประการ


ดังนั้น ทางเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการให้ ศอ.บต.ยกเลิกการจัดเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ตำบลสะกอม ตำบลตลิ่งชัน และตำบลนาทับ จังหวัดสงขลา เกี่ยวกับการขับเคลื่อนโครงการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ในวันที่ 14-20 พฤษภาคม 2563 และทบทวนโครงการ “จะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต” โดยด่วน

มีรายงานด้วยว่า เนื่องจากเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นและคนในพื้นที่ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดเป็นพี่น้องมุสลิม ซึ่งระหว่างนี้ยังอยู่ในเดือนถือศีลอด หรือเดือนรอมฎอน ทางเครือข่ายจึงเห็นว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของคนในพื้นที่ทั้ง 3 ตำบลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากยื่นหนังสือแล้ว คนจำนวนหนึ่งได้เดินทางกลับเพราะต้องถือศีลอด แต่มีเด็กสาวลูกชาวประมงคนหนึ่งยืนยันจะนั่งรอที่บริเวณลานหน้าศาลากลางจนกว่าจะได้รับคำตอบจากผู้ว่าฯ ทำให้มีชาวบ้านร่วมนั่งเป็นเพื่อนอยู่จำนวนหนึ่งเช่นกัน




Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...