xs
xsm
sm
md
lg

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง จ.ตรัง เร่งวางทุ่นคุ้มครองสัตว์ทะเลหายาก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตรัง - เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง จ.ตรัง จับมือหลายฝ่ายเร่งวางทุ่นแนวเขตคุ้มครองสัตว์ทะเลหายาก โดยเฉพาะพะยูน เพื่อต้องการให้เป็นพื้นที่ที่สงบและปลอดภัย หลังพบจำนวนมากขึ้นในช่วงโควิด-19

วันนี้ (27 เม.ย.) นายชัยพฤกษ์ วีระวงศ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง จ.ตรัง พร้อมด้วย นายวรรณ ชาตรี ผอ.ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 7 เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง จ.ตรัง เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 7 กลุ่มพิทักษ์ดุหยง และเครือข่ายประมงพื้นบ้าน พร้อมเรือ จำนวน 6 ลำ ร่วมกันนำทุ่นไข่ปลาออกไปวางบริเวณแนวเขตหญ้าทะเล บริเวณหน้าที่ทำการเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง-แหลมจูโหย ภายในเขตห้ามล่าฯ พื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 จ.ตรัง สามารถบันทึกภาพพะยูนฝูงใหญ่ได้มากถึง 22 ตัว รวมทั้งพะยูนคู่แม่ลูกครั้งล่าสุด โดยเป็นแหล่งหญ้าทะเลผืนใหญ่ ถิ่นหากินและอาศัยสำคัญของพะยูนในทะเลตรัง


สำหรับในครั้งนี้สามารถวางทุ่นได้ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2,000 ไร่ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อกำหนดพื้นที่คุ้มครองแหล่งหญ้าทะเล คุ้มครองพะยูน ไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการทำประมง การท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้าทางทะเล พร้อมเดินหน้าบริหารจัดการคุ้มครองพื้นที่ให้เข้มข้นอย่างเป็นระบบและครอบคลุม เพื่อความยั่งยืนของทรัพยากรชายฝั่ง และสัตว์ทะเลหายาก ประเภทเต่าทะเล โลมา และพะยูน รวมทั้งสัตว์น้ำวัยอ่อน โดยจัดทำเป็นเขตพิเศษอภัยทาน ปลอดเครื่องมือทำประมง และเรือทุกชนิด เพื่อต้องการให้เป็นพื้นที่ไข่แดงสำหรับการอยู่อาศัย หรือหากินของสัตว์ทะเลหายาก โดยเฉพาะพะยูน

นายสุเทพ ขันชัย ประธานกลุ่มพิทักษ์ดุหยง กล่าวว่า จากการบินสำรวจพบพะยูนจำนวนมาก เกิดจากที่เราร่วมมือร่วมใจกันของกลุ่มอนุรักษ์ และเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าฯ ที่กำหนดเขตพื้นที่อนุรักษ์ ครั้นจะพึ่งพาจิตสำนึกของชาวบ้านอย่างเดียวคงเป็นไปไม่ได้ โดยส่วนตัวรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นจิตอาสาอนุรักษ์ท้องทะเล ร่วมกันอนุรักษ์อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลประสบความสำเร็จ จนนำไปสู่การอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากไว้ได้อย่างยั่งยืน ทำให้ทุกคนต้องทำงานหนักขึ้นในการดูแลอนุรักษ์พะยูน รวมทั้งตอนนี้เราได้รับการคัดเลือกเป็นมรดกทางทะเลอาเซียน เราต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาทรัพยากรไว้


ด้าน นายชัยพฤกษ์ วีระวงศ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง จ.ตรัง กล่าวว่า บริเวณหน้าที่ทำการเขตห้ามล่าแหลมจุโหย เป็นโซนที่สงบไม่มีกิจกรรมการท่องเที่ยว กิจกรรมการประมง และอุดมสมบูรณ์ด้วยหญ้าทะเล จึงเหมาะต่อการอาศัยของพะยูน โดยช่วงโควิด-19 ระบาด มีส่วนให้พะยูนเติบโตและมีจำนวนมากขึ้น เพราะเรือท่องเที่ยวน้อยลง จึงจำเป็นต้องแบ่งเขตอย่างชัดเจน และอยากให้ตรงนี้เป็นพื้นที่สงบของสัตว์ทะเลอย่างแท้จริง หรือปลอดเครื่องมือประมงเข้าไปรบกวน

ทั้งนี้ เราพยายามวางแนวทุ่นให้ครอบคลุมพื้นที่ 18,000 ไร่ ตอนนี้วางแล้วบริเวณอ่าวทุ่งจีน 5,000 ไร่ และครั้งนี้วางอีก 2,000 ไร่ รวมทั้งสิ้น 7,000 ไร่ ในส่วนหญ้าทะเลที่ตายเมื่อคราวก่อนเป็นจำนวนมาก คือ หญ้าทะเลใบยาว สาเหตุเกิดจากตะกอนดินทับถมจนตาย ตอนนี้เริ่มแตกหน่อแล้ว ส่วนหญ้าทะเลมะกรูด ซึ่งเป็นอาหารของพะยูน มีเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...