xs
xsm
sm
md
lg

ประมวล “คำถาม” คาใจคนสงขลา! จากกรณี “ตม.ด่านสะเดา” ติดเชื้อโควิด-19

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



โดย... ศูนย์ข่าวภาคใต้




พลันที่มีข่าวว่า “เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา” อ.สะเดา จ.สงขลา ติดเชื้อโควิด-19 ถึง 2 คนในช่วงเวลาต่อเนื่อง 2 วัน พร้อมกับต้องคัดกรองและกักตัวเจ้าหน้าที่ร่วมด่านอีกกว่า 100 คน เพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อโรค

“แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของคนสงขลา” ก็คล้ายจะ “หายวับไปกับตา” พร้อมกับอีกหลายคำถามที่ยังค้างคาใจผู้คนจำนวนมาก?!

ตลอดระยะเวลา 15 วัน หรือนับตั้งแต่วันที่ 5-19 เม.ย.2563 ปรากฏว่าในพื้นที่ของ จ.สงขลา ไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นแม้แต่คนเดียว ส่วนหนึ่งก็ต้องยกให้เป็น “ความร่วมมือร่วมใจของชาวสงขลา” และอีกส่วนก็มาจากมาตรการต่างๆ ของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด ที่มี นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลานั่งเป็นประธาน โดยเฉพาะกับคำสั่ง “ล็อกดาวน์” หรือปิดพื้นที่ห้ามคนเข้าออกนับตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.2563 พร้อมกับ “ยาแรง” อีกหลายมาตรการ

เมื่อสถานการณ์เริ่มดีวันดีคืน ความมั่นใจเริ่มมากันมากขึ้น วันนี้ 16 เม.ย.2563 เพจเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ “ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา” ถึงขั้นโพสต์ข้อความว่า “เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แล้ว” คนสงขลาต่างเข้ามาแสดงความยินดี หลายคนเริ่มมีความหวังว่า โดยเฉพาะต่างวาดฝันว่าวันที่ 1 พ.ค.2563 ที่จะถึงนี้จะมี “ข่าวดี” หรือมีคำสั่ง “ปลดล็อก” และ “ลดยาแรง” หลายๆ อย่าง อันจะทำให้ชาวสงขลาได้กลับมาทำมาหากิน แต่ก็มีบางคนเตือนว่า

“อย่าชะล่าใจ จนลืมการระมัดระวัง”!

และแล้ววันที่ 20 เม.ย.2563 ก็มีข่าวสะพัดว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สะเดาติดเชื้อโควิด-19 โดยเพจเดิม “ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา” รวมถึงเพจ “Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา” โพสต์ข้อความระบุเป็นเสียงเดียวกันว่า

“ติดเชื้อหลังจากกลับจากต่างจังหวัด”!

อีกหนึ่งวันถัดมาคือ วันที่ 21 เม.ย.2563 ก็มีเจ้าหน้าที่ประจำด่านสะเดาอีก 1 คนติดเชื้อเช่นกัน โดยข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สงขลา ระบุว่า

“เป็นการติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ มีปัจจัยเสี่ยงจากการปฏิบัติตัวส่วนบุคคล”!


คนสงขลายังแทบไม่ทันได้พักหายใจ วันที่ 22 เม.ย.2563 ก็มีข่าวพบเจ้าหน้าที่ด่านสะเดาถึง 4 คนติดเชื้อโควิด-19 ตามมาอีกระลอก เมื่อนับนิ้วรวม 3 วัน ระหว่าง 20-22 เม.ย.2563 พบว่า มีเจ้าหน้าที่ประจำด่านสะเดาติดเชื้อแล้วถึง 6 คน ข่าวนี้ได้ทำให้ผู้ว่าฯ สงขลาถึงกับต้องเปิดแถลงข่าวถึงเรื่องดังกล่าวเป็นการด่วนในช่วงเย็นวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา พร้อมให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า

เจ้าหน้าที่ ตม.ที่ตกเป็นผู้ป่วยเป็นรายแรก ติดเชื้อโควิด-19 จาก “คนต่างด้าว”!

"ทีมแพทย์ได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า น้องคนนี้เขากลับบ้านที่ปัตตานีจริง ไป 3 วัน แต่ว่าไม่ได้เอาโรคจากปัตตานีมา เพราะลูกเมียครอบครัวผลตรวจเป็นลบ ดังนั้น ตอนที่เขาไปปัตตานี เขาไม่ได้ติดเชื้อ แต่พอเขากลับมาทำงาน วันที่ 15 เม.ย.ต้องไปดูแลคนต่างด้าว ซึ่งเป็นคนจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่เราเตรียมตัวส่งกลับประเทศ ปรากฏว่า มีที่ต้องพูดคุยใกล้ชิด ซึ่งเพิ่งได้รับแจ้งว่า หลังจากส่งตัวกลับไปแล้ว คนนั้นติดเชื้อโควิด-19"

ข้อความข้างต้นเก็บจากการถอดความชนิดคำต่อคำผ่านเรียวปากของ นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ซึ่งนั่งเป็นประธานแถลงข่าว ขนาบข้างด้วย นพ.อุทิศศักดิ์ หริรัตนกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา กับ พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง รอง ผบก.รรท.ผกก.ตม.สข.

หลังแถลงข่าวที่มีการถ่ายทอดสัญญาณผ่านสื่อสังคมออนไลน์หลายช่องทางครานั้น ปรากฏว่าจนถึงวันนี้ได้ก่อให้เกิด “คำถาม” ตามมามากมายจากประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะเป็นชาวสงขลา โดยจากการประมวลจากโซเซียลมีเดียพบมีประเด็นสำคัญๆ ประกอบด้วย

คำถามประเด็นหนึ่งคือ ในเมื่อ จ.สงขลา และ จ.ปัตตานี มีคำสั่งล็อกดาวน์หรือปิดจังหวัดไปแล้ว โดยของ จ.ปัตตานี เริ่มตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.2563 ส่วนของ จ.สงขลา เริ่มตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.2563 ห้ามคนเข้าออกพื้นที่ ยกเว้นมีเหตุจำเป็นจริงๆ เช่น เพื่อประโยชน์ในการรักษาพยาบาล การขนส่งสินค้าที่จำเป็น

แล้วเจ้าหน้าที่ ตม.ด่านสะเดาที่ติดเชื้อโควิด-19 เป็นรายแรกที่ระบุว่า ได้เดินทางข้ามจังหวัดไป-กลับจาก จ.สงขลา และ จ.ปัตตานี มีเหตุจำเป็นอะไรจึงได้รับอนุญาต?!


คำถามอีกประเด็นคือ ผู้ว่าฯ ปัตตานีมีคำสั่งเมื่อวันที่ 27 มี.ค.2563 กำหนดให้ จ.ปัตตานี เป็น “พื้นที่เสี่ยงต่อการติดต่อเชื้อโควิด-19” การที่เจ้าหน้าที่ ตม.ที่กลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัวที่ปัตตานีเป็นเวลา 3 วัน ก่อนที่จะกลับมาทำงานที่ด่านสะเดาตามปกติเมื่อวันที่ 15 เม.ย.2563

ทำไมเจ้าหน้าที่ ตม.ท่านนี้ที่ได้เดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงต่อการติดต่อเชื้อโควิด-19 เมื่อกลับมาจึงไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและถูกกักตัวเป็นเวลา 14 วัน?!

และคำถามในประเด็นสุดท้าย “คนต่างด้าว” จากประเทศเพื่อนบ้านที่เจ้าหน้าที่ ตม.ด่านสะเดาได้เข้าไปให้การดูแลเมื่อวันที่ 15 เม.ย.2563 หลังเดินทางกลับจาก จ.ปัตตานี ซึ่งในภายหลังที่ถูกส่งตัวกลับบ้านเกิดเมืองนอนแล้ว ปรากฏการตรวจของแพทย์ในประเทศเพื่อนบ้านพบว่าเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 นั้น

มีไทม์ไลน์การเดินทางของ “คนต่างด้าว” หรือไม่ว่า อาศัยอยู่หรือเพิ่งเดินทางเข้าในพื้นที่ จ.สงขลา อย่างไร นานเท่าไหร่ และที่สำคัญได้ไปสัมผัสใกล้ชิดกับใครอีกหรือไม่?!

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกสิ่งที่ผู้คนยังคงค้างคาใจ แม้จะมีเสียงเรียกร้องกันตั้งแต่วันแรกที่มีข่าว ตม.ด่านสะเดาเป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่คือ “ไทม์ไลน์” แต่วันนี้ก็ยังไม่เห็นมีการออกมาเปิดเผย ไม่ว่าจะเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ มีเพียงคำบอกเล่ากว้างๆ จากการแถลงครั้งนั้นให้ผู้คนได้นำไปปะติดปะต่อกันเอง

จากการประมวลน่าจะได้ “ไทม์ไลน์” คร่าวๆ ดังนี้ ได้เดินทางไปยัง จ.ปัตตานี 3 วัน แล้วกลับสู่ จ.สงขลา วันที่ 15 เม.ย. ก็ได้ไปทำงานสัมผัสใกล้ชิดกับ “คนต่างด้าว” ต่อมา วันที่ 17 เม.ย.อยู่เวรที่ ตม.สะเดา แล้ววันที่ 18 เม.ย.เริ่มมีอาการไข้ จากนั้นวันที่ 19 เม.ย.ได้ไปตรวจที่ รพ.สงขลานครินทร์

นับเป็นความรู้สึกดียิ่งที่ผู้ว่าฯ ในฐานะแม่ทัพนำคนสงขลาต่อสู้ศึกแพร่ระบาดของเชื้อโรคร้าย ท่านได้บอกกับชาวสงขลาว่า “อย่ายอมแพ้” ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ที่ จ.สงขลา ได้ออกประกาศไปอย่างเคร่งครัดและจริงจัง เพื่อที่จะได้ผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยกัน




Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...