xs
xsm
sm
md
lg

ชายแดนใต้เครียด! “องค์กรจัดตั้ง” ส่งคนข้ามไปมาเลย์ปลุกปั่นหัว 8,000 คนไทยขอกลับบ้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภาคใต้ - แกะรอย 8,000 คนไทยในมาลย์ที่จะกลับบ้าน เชื่อมโยง 3 กลุ่มฝ่ายความมั่นคง เผยมี “องค์กรประชาสังคม” ชายแดนใต้ส่งคนข้ามฝั่งไปปลุกระดมเครือข่ายแรงงาน จี้ให้ยกเลิกใช้ใบรับรองแพทย์เสือเหลืองเป็นหลักฐาน ทำเอาฝ่ายตั้ง 5 จชต.รับเครียดกันไปทั่ว

วันนี้ (16 เม.ย.) “MGR Online ภาคใต้” ได้รับการเปิดเผยจากผู้สื่อข่าวพิเศษที่ติดตามกรณีภาครัฐเตรียมการพาคนไทยในประเทศมาเลเซียกลับบ้านว่า ตอนนี้มีการประเมินว่าน่าจะมีจำนวนราว 8,000 คนจากทั้ง 13 รัฐในแดนเสือเหลือง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพี่น้องมุสลิมจากพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไปค้าแรงงานอยู่ที่นั่น โดยได้มีการจัดระเบียบให้เดินทางผ่านด่านพรมแดนใน 4 จังหวัด คือ สงขลา สตูล ยะลา และนราธิวาส รวมจำนวนวันละไม่เกิน 300 คน เพื่อง่ายในการบริหารจัดการ และเมื่อผ่านด่านข้ามกลับเข้ามายังฝั่งไทยทุกคนจะต้องถูกกักตัวต่อ 14 วัน โดยจะกระจายไปในสถานที่ที่แต่ละจังหวัดจัดเตรียมไว้

มีรายงานข่าวระบุด้วยว่า ก่อนหน้านี้ได้มีกลุ่มคนที่อ้างว่าสังกัดองค์กรภาคประชาสังคมในชายแดนใต้ได้เดินทางข้ามไปยังฝั่งมาเลเซียเพื่อให้การช่วยเหลือบรรดาแรงงานไทยที่กำลังเดินเรื่องขอกลับบ้าน โดยได้ปลุกปั่นให้รวมกลุ่มกันต่อรองกับทางการไทยว่า ขอให้ยกเลิกการบังคับให้ไปตรวจกับแพทย์ในมาเลเซีย เพื่อให้ออกใบรับรองแพทย์ ที่ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทาง โดยในใบรับรองแพทย์ต้องระบุข้อความ “Fit to Travel” และมีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงในขณะเดินทางกลับเข้าประเทศไทย เนื่องจากมีค่าตรวจแพงมากอยู่ที่ราว 30 ริงกิต/คน หรือกว่า 200 บาท แถมยังต้องเสียเงินจำนวนมากมายเหมาแท็กซี่ไปยังโรงพยาบาลที่อยู่ห่างไกล เพราะระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ถูกคำสั่งทางการมาเลเซียหยุดบริการชั่วคราว

ประเด็นนี้กำลังเป็นปัญหากดดันหนักต่อทางการไทย ไม่เฉพาะกับฝ่ายความมั่นคงเท่านั้น เจ้าหน้าที่ของสถานทูตและสถานกงสุลไทยที่นั่นก็กำลังเครียด เพราะกลุ่มแรงงานที่ได้รับการปลุกปั่นเคยต่อรองให้สถานทูตแบกรับค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้แทน แต่ก็ทำไม่ได้ และเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมา ฝ่ายสาธารณสุขไทยก็ไม่เห็นด้วย เพราะการตรวจร่างกายและการมีใบรับรองแพทย์จากประเทศต้นทาง ถือเป็นกระบวนการสอบสวนโรคเบื้องต้นที่ควรต้องทำ เรื่องนี้กระทรวงต่างประเทศก็ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยเช่นกัน เพราะหากแรงงานไทยเดินทางกลับโดยไม่มีใบรับรองแพทย์อาจจะเป็นการเพิ่มการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ได้

มีรายงานข่าวเพิ่มเติมด้วยว่า เวลานี้เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศและฝ่ายสาธารณสุขที่รับผิดชอบต่างหวั่นไหวกันว่า ฝ่ายปกครองและฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะหน่วยงานสำคัญคือ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะยินยอมผ่อนตาม เนื่องจากมองแค่ขอให้นำคนไทยกลุ่มนี้กลับมาก่อนเพื่อลดแรงกดดัน โดยไม่สนใจว่าจะมีกลุ่มคนไปปลุกปั่นหรือมีองค์กรใดๆ แอบแฝงอยู่เบื้องหลังหรือไม่


ด้านแหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงในมาเลเซียให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กลุ่มคนไทยที่กำลังจะกลับบ้านควรต้องถือเป็นกลุ่มเสี่ยงพิเศษ เพราะเดินทางมารวมตัวกันเป็นกลุ่มๆ แบบไร้มาตรการควบคุม อยู่กันแบบยากลำบากทั้งที่พักและอาหารการกิน จึงยากที่ทำตามหลักป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค แถมทางการเสือเหลืองก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้มาก เนื่องจากไม่ใช่คนมาเลย์ ซึ่งหากทางการไทยยอมลดเงื่อนไขหรือทำไปแบบปล่อยปละละเลย สิ่งนี้จะเป็นตัวอย่างไม่ดีและจะมีการนำไปเปรียบเทียบกับคนไทยนอกประเทศกลุ่มอื่นๆ ที่กำลังขอกลับบ้าน ที่สำคัญเวลานี้ชาวบ้านในแต่ละพื้นที่ที่จะมีการนำคนกลุ่มนี้ไปกักตัวต่างก็กำลังตื่นกลัวกันอยู่

ทั้งนี้ ยังมีคนไทยที่ตกค้างในมาเลเซียหลายหมื่นคน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มแรกมี 4,000-5,000 คน ซึ่งได้ลงทะเบียนกับสถานทูตขอกลับไทยไปแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือกลุ่มแรงงานที่ขอยกเว้นเรื่องใบรับรองแพทย์นั่นเอง กลุ่มที่ 2 มีอยู่ 3,000-4,000 คนตอนนี้ยังไม่ขอกลับบ้าน โดยอ้างว่าอยากให้พวกที่มีความจำเป็นก่อน แต่ก็ได้ยื่นข้อเรียกร้องขอรับเงินช่วยเหลือรัฐบาลไทย และกลุ่มที่ 3 มีประมาณ 3,000 คน ถือเป็นกลุ่มที่มีสัมพันธ์แนบแน่นกับขบวนการแบ่งแยกดินแดนในภาคใต้ของไทย ที่ผ่านมา คนกลุ่มนี้ก็พยายามหาช่องทางลับลอบกลับเข้าไทย เพื่อมาช่วยเหลือแนวร่วมในพื้นที่ลุยเพิ่มมวลชนโดยอาศัยเงื่อนไขการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในเวลานี้

“คนกลุ่มหลังนี้สมควรที่ทางการไทยต้องระวังอย่างเป็นพิเศษให้มากๆ ไม่เฉพาะเรื่องความมั่นคงเท่านั้น แต่ในการเป็นพาหะนำเชื้อโควิด-19 ข้ามจากมาเลเซียมาแพร่เชื้อต่อในบ้านเรา ประเด็นนี้น่าวิตกมาก เพราะพวกเขามักลักลอบกลับเขามาตามช่องทางธรรมชาติแบบไม่ผ่านกระบวนการสอบสวนโรค อย่างที่มีข่าวว่าเมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา มีการจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองได้เกือบ 100 คน ที่ชายแดน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ความจริงแล้วมีข้อมูลยืนยันว่าคนกลุ่มนี้ลอบเข้ามาได้กว่า 200 คน แสดงว่าที่เหลือเกินครึ่งได้แยกย้ายกันกลับเข้าหมู่บ้าน หรือชุมชนเมืองกันหมดแล้ว” แหล่งข่าวระบุ



อย่างไรก็ตาม เวลานี้มีรายงานข่าวว่า องค์กรภาคประชาสังคมที่แฝงตัวไปปลุกปั่นแรงงานไทยในฝั่งมาเลเซียที่กำลังเดินเรื่องขอกลับบ้าน ได้หยิบเอาข้อความในรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 47 ที่ระบุสาระสำคัญว่า บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการบริการสาธารณสุขของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แล้วปรากฏว่าล่าสุดได้มีความพยายามดึงให้นักวิชาการบางกลุ่มออกมาให้ข้อมูลในเรื่องนี้ เพื่อให้สอดรับต่อความเคลื่อนไหวแล้ว



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...