xs
xsm
sm
md
lg

ยะลาแถลงยอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากสุด 12 ราย พบมาจาก “กลุ่มดาวะห์” ที่กลับจากอินโดฯ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



 
ยะลา - จังหวัดยะลา แถลงข่าวยอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากสุด 12 ราย พบมาจาก “กลุ่มดาวะห์” ที่เดินทางกลับมาจากประเทศอินโดนีเซีย และกลุ่มผู้ชุมนุมกิจกรรมทางศาสนาในพื้นที่ ล่าสุดยอดผู้ป่วยสะสมอยูที่ 68 ราย

วันนี้ (8 เม.ย.) ที่ศาลากลางจังหวัดยะลา หลังจากการประชุมมาตรการสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นการประชุมความคืบหน้าสถานการณ์ใน จ.ยะลา เป็นประจำทุกวัน ภายหลังการประชุมวันนี้ นายวรเชษฐ์ พรมโอภาษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วย นพ.สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา ได้ร่วมกันแถลงความคืบหน้าสถานการณ์ หลังจากที่ในวันนี้ (8 เม.ย.) จังหวัดยะลา มียอดผู้ป่วยที่พบใหม่เพิ่มขึ้น 12 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสมอยูที่ 68 ราย

นายวรเชษฐ์ พรมโอภาษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า เดิมที จ.ยะลานั้น จะต้องรอผลตรวจจากแลปของ จ.สงขลา แต่ปัจจุบันโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ได้มีห้องแลปตรวจเชื้อได้แล้ว และเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้รู้ผลรวดเร็วขึ้น และปัจจัยที่ 2 ที่ทำให้ยอดผู้ป่วยของ จ.ยะลา พุ่งสูง เนื่องจากมีผู้ที่เดินทางกลับจากดาวะห์ที่อินโดนีเซีย พบว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อ 7 คน ทำให้ยอดพบผู้ป่วยใหม่ในวันนี้ของ จ.ยะลา เพิ่มขึ้นถึง 12 ราย

โดยยอมรับว่ารู้ตั้งแต่ต้นทางแล้วว่ากลุ่มผู้เดินทางมาจากต่างประเทศป่วย แต่ทั้งนี้ กลุ่มคนเหล่านี้ก็ไม่มีโอกาสที่จะไปแพร่เชื้อในหมู่บ้าน หรือชุมชน เนื่องจากว่าเมื่อกลับมาถึงก็จะต้องถูกกักกันตัวเพื่อตรวจหาเชื้อ และเข้ารับการรักษาโดยทันที ทั้งนี้ ก็ต้องขอความร่วมมือจากผู้ที่อยู่ในชุมชนที่จะเปิดเผยข้อความให้กับทางเจ้าหน้าที่ เมื่อมีการสืบสวนคัดกรอง เพื่อเป็นการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ซึ่งที่ผ่านมานั้น จ.ยะลา ได้มีการสั่งปิดหมู่บ้านไปแล้ว 32 หมู่บ้านกับอีก 1 ชุมชนใน 5 อำเภอ เพื่อเป็นการควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส
 


 
ด้าน นพ.สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา กล่าวว่า จากกรณีที่กลุ่มดาวะห์คนไทยที่กลับมาจากประเทศอินโดนีเซีย โดยกลับมาที่ จ.ยะลา 8 คน และเป็นผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อ 7 ราย โดย 6 รายได้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลยะลา อีก 1 รายอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา ส่วนอีก 1 รายที่ยังไม่เจอเชื้อก็อยู่ที่ศูนย์กักกันตัวเฝ้าสังเกตอาการ ที่เป็นเขตกักกันของ อ.เมืองยะลา และต้องเฝ้าดูอาการต่อเนื่องไปจนครบ 14 วัน และ 5 วันหลังจากสังเกตอาการ ก็จะทำการตรวจเชื้ออีกครั้ง ในส่วนผู้ป่วยอีก 5 รายในจำนวนยอดพบผู้ป่วยใหม่ 12 รายนั้น ก็เป็นผู้ที่อยู่ในงานชุมนุมกิจกรรมทางศาสนาฮัรลาเกาะห์ ที่บ้านพงยามู อ.บันนังสตา จ.ยะลา 3 ราย และอีก 2 ราย ก็เป็นเด็กที่ใกล้ชิดสัมผัสผู้ติดเชื้อจากทั้ง 3 ราย ซึ่งทั้งหมดนี้ก็อยู่ในระหว่างกระบวนการสอบสวนโรค และทำการรักษา

โดยในวันนี้ทางทีมเจ้าหน้าที่สอบสวนโรค สสจ.ยะลา ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของ อ.บันนังสตา ก็ได้ลงพื้นที่ติดตามสอบสวนโรคผู้ใกล้ชิด หรือผู้ที่คาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มเสี่ยงในการติดเชื้อ อย่างเนื่อง เพื่อเป็นการยับยั้ง และสกัดกั้นไม่ให้มีการแพร่กระจายเชื้อเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งทุกฝ่ายก็เร่งทำงานอย่างเต็มที่ และเต็มความสามารถ
 


 
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา เปิดเผยด้วยว่า จากการวิเคราะห์สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ใน จ.ยะลา จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา โดยวิเคราะห์จากยอดผู้ป่วยสะสม ณ ปัจจุบัน จำนวน 68 ราย

โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก คือกลุ่ม Index Case ซึ่งเป็นเคสผู้ป่วยกลุ่มแรกของจังหวัด ส่วนใหญ่จะมาจากกลุ่มที่ไปปฏิบัติศาสนากิจในการชุมนุมกิจกรรมทางศาสนาที่ประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งมาเลเซีย และอินโดนีเซีย นับเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มที่ 2 ก็จะเป็นกลุ่มที่มีการสัมผัสโดยตรงจากกลุ่มแรก กลุ่มที่ทำกิจกรรมทางศาสนาเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ และที่เหลือคือกลุ่มใหม่ หรือกลุ่มวงที่ 3 ที่เกิดจากการสัมผัสจากผู้สัมผัส หรือสัมผัสต่อจากกลุ่มที่ 2 ทำให้ทางการต้องเปิดมาตรการในการปิดหมู่บ้านเสี่ยง เพื่อสแกนค้นหาแบบปูพรมทุกคนที่อยู่ในหมู่บ้านในพื้นที่เสี่ยงเหล่านั้น โดยพุ่งเป้าไปยังกลุ่มผู้ที่กลับมาจากต่างประเทศ หรือต่างจังหวัด ซึ่งอาจจะหลุดมาจากกระบวนการคัดกรองระดับจังหวัดเข้าไปอยู่ในชุมชน โดยจะให้ อสม.และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล เข้าดำเนินการติดตามคัดกรอง และสอบสวนโรคจากกลุ่มดังกล่าว โดยเฉพาะกลุ่มที่ไปทำกิจกรรมฮัรลาเกาะห์ ที่บ้านพงยามู่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ระหว่างวันที่ 11-31 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา

และจากการสอบสวนโรคของทีม จ.ปัตตานี ก็ทราบว่ามีคน จ.ปัตตานี มาร่วมกิจกรรมัสตูรอ ที่มัรกัส จ.ยะลา เมื่อวันที่ 22-26 มีนาคม 2563 ซึ่งพบผู้ป่วยยืนยันที่ จ.ปัตตานี ทาง จ.ยะลา จึงมีความจำเป็นต้องประกาศหากลุ่มบุคคลที่เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว ในระยะช่วงฟักตัวของเชื้อ และยังไม่มีอาการ แต่สามารถที่จะแพร่เชื้อได้ เพราะฉะนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องตามกลุ่มคนเหล่านี้มา เพื่อตรวจสุขภาพอีกครั้ง และทางจังหวัดเองก็ต้องเร่งดำเนินการกลุ่มเหล่านี้ให้จบ เพราะเท่าที่ทราบนั้นจะมีกลุ่มดาวะห์จากอินเดีย ขอเดินทางกลับเข้ามาอีก โดยมีการลงทะเบียนแล้วเกือบ 2 พันกว่าคน จึงขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการสอบสวนโรค เพื่อเป็นการป้องกัน และสกัดกั้นการแพร่เชื้อไวรัสต่อไป
 




Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...