xs
xsm
sm
md
lg

ชาวบ้านโวยก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะพิทักษ์เกือบ 30 ล้านไม่เสร็จ ทำเดือดร้อน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ชุมพร - โวยก่อสร้างสะพานอาคารบริการนักท่องเที่ยวเกาะพิทักษ์เกือบ 30 ล้าน ได้แค่เสาเข็ม หมดสัญญาจ้างกว่า 1 ปี ถูกปล่อยทิ้งร้างไร้ผู้เกี่ยวข้องสนใจ ทำนักท่องเที่ยวหาย โครงการต่อเนื่องหยุดชะงัก ชาวบ้านขาดรายได้


ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ชุมชนเกาะพิทักษ์ หมู่ที่ 14 ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร เพื่อตรวจสอบกรณีชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวร้องเรียนการก่อสร้างสะพานท่าเทียบเรือ พร้อมอาคารบริการนักท่องเที่ยวที่ก่อสร้างจากงบประมาณพัฒนาจังหวัดชุมพร มูลค่าเกือบ 30 ล้านบาท การก่อสร้างสิ้นสุดสัญญาไปแล้วกว่า 1 ปี แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ได้ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านและนักท่องเที่ยวอย่างมาก


โดยเกาะพิทักษ์ อยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 14 อยู่ห่างจากฝั่งบนแผ่นดินใหญ่หมู่ที่ 13 ตำบลบางน้ำจืด เพียง 1 กิโลเมตรเท่านั้น การก่อสร้างสะพานท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าวสร้างทั้งบนฝั่งและบนเกาะ จากการตรวจสอบพบว่า จุดก่อสร้างบนฝั่งอยู่ที่บริเวณชายหาดหมู่ 13 ตำบลบางน้ำจืด มีป้ายโครงการระบุหน่วยงานเจ้าของโครงการว่า “จังหวัดชุมพร ศาลากลางจังหวัดชุมพร ต.นาชะอัง อ.เมือง จ.ชุมพร งานก่อสร้างสะพานท่าเทียบเรือขนาดเล็กบนฝั่ง ท่าเทียบเรือขนาดเล็กบนเกาะพิทักษ์ พร้อมระบบประปาและอาคารบริการนักท่องเที่ยว ผู้รับจ้าง บริษัท ฟอร์ คอน จำกัด เลขที่ 45/6 หมู่ที่ 3 ต.บางสีทอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ระยะเวลาเริ่มต้นสัญญา 28 มีนาคม 2561 สิ้นสุดสัญญา 21 มกราคม 2562 ค่าก่อสร้าง 28,298,000 บาท ก่อสร้างด้วยเงินภาษีอากรของประชาชน”


โดยเกาะพิทักษ์ อยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 14 อยู่ห่างจากฝั่งบนแผ่นดินใหญ่หมู่ที่ 13 ตำบลบางน้ำจืด เพียง 1 กิโลเมตรเท่านั้น การก่อสร้างสะพานท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าวสร้างทั้งบนฝั่งและบนเกาะ จากการตรวจสอบพบว่า จุดก่อสร้างบนฝั่งอยู่ที่บริเวณชายหาดหมู่ 13 ตำบลบางน้ำจืด มีป้ายโครงการระบุหน่วยงานเจ้าของโครงการว่า “จังหวัดชุมพร ศาลากลางจังหวัดชุมพร ต.นาชะอัง อ.เมือง จ.ชุมพร งานก่อสร้างสะพานท่าเทียบเรือขนาดเล็กบนฝั่ง ท่าเทียบเรือขนาดเล็กบนเกาะพิทักษ์ พร้อมระบบประปาและอาคารบริการนักท่องเที่ยว ผู้รับจ้าง บริษัท ฟอร์ คอน จำกัด เลขที่ 45/6 หมู่ที่ 3 ต.บางสีทอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ระยะเวลาเริ่มต้นสัญญา 28 มีนาคม 2561 สิ้นสุดสัญญา 21 มกราคม 2562 ค่าก่อสร้าง 28,298,000 บาท ก่อสร้างด้วยเงินภาษีอากรของประชาชน”


ทั้งนี้ การก่อสร้างได้สิ้นสุดสัญญาไปแล้วกว่า 1 ปี แต่ปรากฏว่าการก่อสร้างทั้งบนฝั่งและบนเกาะพิทักษ์ มูลค่าเกือบ 30 ล้านบาท มีเพียงตอม่อ เสาเข็ม และ คานปูนที่เพิ่งจะก่อสร้างไปได้เพียง 20-25 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยผู้รับเหมาได้หยุดก่อสร้างปล่อยทิ้งร้างมานานกว่า 1 ปี ขณะที่นักท่องเที่ยวและชาวบ้าน นักเรียน นักศึกษายังต้องเดินลุยน้ำทะเลไปขึ้นเรือรับจ้างข้ามไปมาระหว่างเกาะและบนฝั่ง ยังไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่า โครงการของหน่วยงานรัฐดังกล่าวไม่ได้เข้ามาส่งเสริมแต่กลับทำลาย ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวอย่างรุนแรง


ทั้งนี้ การก่อสร้างได้สิ้นสุดสัญญาไปแล้วกว่า 1 ปี แต่ปรากฏว่าการก่อสร้างทั้งบนฝั่งและบนเกาะพิทักษ์ มูลค่าเกือบ 30 ล้านบาท มีเพียงตอม่อ เสาเข็ม และ คานปูนที่เพิ่งจะก่อสร้างไปได้เพียง 20-25 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยผู้รับเหมาได้หยุดก่อสร้างปล่อยทิ้งร้างมานานกว่า 1 ปี ขณะที่นักท่องเที่ยวและชาวบ้าน นักเรียน นักศึกษายังต้องเดินลุยน้ำทะเลไปขึ้นเรือรับจ้างข้ามไปมาระหว่างเกาะและบนฝั่ง ยังไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่า โครงการของหน่วยงานรัฐดังกล่าวไม่ได้เข้ามาส่งเสริมแต่กลับทำลาย ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวอย่างรุนแรง


สำหรับ “เกาะพิทักษ์” เป็นชุมชนขนาดเล็ก ตั้งอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนแบบโฮมสเตย์ ดำน้ำชมปะการังน้ำตื้น เป็นเกาะธรรมชาติที่สวยงาม มีชื่อเสียงระดับประเทศและต่างประเทศ ช่วงกลางเดือนมิถุนายนของทุกปี น้ำทะเลลดลงเหลือเพียงฝ่าเท้าสามารถเดินไปมาระหว่างเกาะกับฝั่งได้ จึงมีการจัดกิจกรรมประจำปี “วิ่งแหวกทะเล” จากฝั่งไปยังเกาะพิทักษ์ ที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบันเกือบ 20 ปีแล้ว จนกลายเป็นกิจกรรมโด่งดังที่รู้จักไปทั่วโลก


สำหรับ “เกาะพิทักษ์” เป็นชุมชนขนาดเล็ก ตั้งอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนแบบโฮมสเตย์ ดำน้ำชมปะการังน้ำตื้น เป็นเกาะธรรมชาติที่สวยงาม มีชื่อเสียงระดับประเทศและต่างประเทศ ช่วงกลางเดือนมิถุนายนของทุกปี น้ำทะเลลดลงเหลือเพียงฝ่าเท้าสามารถเดินไปมาระหว่างเกาะกับฝั่งได้ จึงมีการจัดกิจกรรมประจำปี “วิ่งแหวกทะเล” จากฝั่งไปยังเกาะพิทักษ์ ที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบันเกือบ 20 ปีแล้ว จนกลายเป็นกิจกรรมโด่งดังที่รู้จักไปทั่วโลก


ด้าน นายอำพล ธานีครุฑ หรือ “ผู้ใหญ่หรั่ง” ผู้ใหญ่บ้านเกาะพิทักษ์ กล่าวว่า การก่อสร้างสะพานท่าเทียบเรือพร้อมอาคารดังกล่าวนั้น ผู้รับเหมาได้ทิ้งงานมานานกว่า 1 ปีแล้ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อชุมชนในการประกอบอาชีพและการท่องเที่ยวอย่างมาก นักท่องเที่ยวที่เคยมาบนเกาะแห่งนี้ปีละ 6-7 หมื่นคน แต่หลังจากมีการก่อสร้างสะพานปล่อยทิ้งร้าง กลับมีนักท่องเที่ยวมาไม่ถึง 2 พันคน เนื่องจากการเดินทางขึ้นลงบนเกาะจะต้องเดินลุยน้ำทะเลไปขึ้นเรือโดยสารทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย ทั้งการขนย้ายสัมภาระ การเกิดอุบัติเหตุระหว่างขึ้นลงเรือ ขณะที่วิถีชีวิตชาวบ้าน เด็กๆ นักเรียน นักศึกษาก็ประสบปัญหาดังกล่าวเช่นกัน


ด้าน นายอำพล ธานีครุฑ หรือ “ผู้ใหญ่หรั่ง” ผู้ใหญ่บ้านเกาะพิทักษ์ กล่าวว่า การก่อสร้างสะพานท่าเทียบเรือพร้อมอาคารดังกล่าวนั้น ผู้รับเหมาได้ทิ้งงานมานานกว่า 1 ปีแล้ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อชุมชนในการประกอบอาชีพและการท่องเที่ยวอย่างมาก นักท่องเที่ยวที่เคยมาบนเกาะแห่งนี้ปีละ 6-7 หมื่นคน แต่หลังจากมีการก่อสร้างสะพานปล่อยทิ้งร้าง กลับมีนักท่องเที่ยวมาไม่ถึง 2 พันคน เนื่องจากการเดินทางขึ้นลงบนเกาะจะต้องเดินลุยน้ำทะเลไปขึ้นเรือโดยสารทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย ทั้งการขนย้ายสัมภาระ การเกิดอุบัติเหตุระหว่างขึ้นลงเรือ ขณะที่วิถีชีวิตชาวบ้าน เด็กๆ นักเรียน นักศึกษาก็ประสบปัญหาดังกล่าวเช่นกัน


“จากเดิมนั้นบนฝั่งมีสะพานท่าเทียบเรือไม้เคี่ยม ส่วนบนเกาะเป็นสะพานคอนกรีต ต่อมา เมื่อทางจังหวัดมีโครงการก่อสร้างสะพานท่าเทียบเรือและอาคารบริการนักท่องเที่ยว ก็ได้รื้อสะพานเก่าทั้ง 2 แห่งทิ้งไป รวมทั้งอาคารสินค้าโอทอป และห้องประชุมบนเกาะที่ตั้งอยู่บริเวณหัวสะพานเดิมถูกรื้อทิ้งไปทั้งหมด ทำให้ปัจจุบันชุมชนต้องขาดรายได้ นอกจากนั้น ยังได้ส่งผลกระทบต่อโครงการปรับปรุงเกาะพิทักษ์ โครงการพัฒนาต่อเนื่องอีกมากมายหลายโครงการที่ต้องหยุดชะงักไปด้วย เนื่องจากไม่มีสะพานท่าเทียบเรือทำการขนย้ายสิ่งของ วัสดุภัณฑ์ต่างๆ ตนจึงขอเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้อลงมาแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่ปล่อยให้ทิ้งร้างไว้อย่างนี้


“จากเดิมนั้นบนฝั่งมีสะพานท่าเทียบเรือไม้เคี่ยม ส่วนบนเกาะเป็นสะพานคอนกรีต ต่อมา เมื่อทางจังหวัดมีโครงการก่อสร้างสะพานท่าเทียบเรือและอาคารบริการนักท่องเที่ยว ก็ได้รื้อสะพานเก่าทั้ง 2 แห่งทิ้งไป รวมทั้งอาคารสินค้าโอทอป และห้องประชุมบนเกาะที่ตั้งอยู่บริเวณหัวสะพานเดิมถูกรื้อทิ้งไปทั้งหมด ทำให้ปัจจุบันชุมชนต้องขาดรายได้ นอกจากนั้น ยังได้ส่งผลกระทบต่อโครงการปรับปรุงเกาะพิทักษ์ โครงการพัฒนาต่อเนื่องอีกมากมายหลายโครงการที่ต้องหยุดชะงักไปด้วย เนื่องจากไม่มีสะพานท่าเทียบเรือทำการขนย้ายสิ่งของ วัสดุภัณฑ์ต่างๆ ตนจึงขอเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้อลงมาแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่ปล่อยให้ทิ้งร้างไว้อย่างนี้






Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...