xs
xsm
sm
md
lg

23 จังหวัดทั่วประเทศเสนอ 9 แนวทางส่งเสริมพัฒนาประมงพื้นบ้านต่อนายกรัฐมนตรี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



 
สตูล - สมาคมสมาพันธ์ประมงพื้นบ้าน 23 จังหวัดทั่วประเทศ ยังกังวล 3 ข้อหลักในการเดินหน้าทำประมงยั่งยืน ทั้งระบบโควตาที่ไม่ลงตัว การดูแลสัตว์น้ำวัยอ่อน การจดทะเบียนเรือประมงพื้นบ้าน ทำหนังสือเสนอแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาประมงพื้นบ้าน 9 ข้อ ถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อให้เดินต่อได้

วันนี้ (30 ม.ค.) นายปิยะ เทศแย้ม รองนายกสมาคมสมาพันธ์ประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย กล่าวภายหลังการประชุมสมัชชาภาคีเครือข่ายประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย ที่ จ.สตูล ว่า บทสรุปในเวทีสมัชชาประมงพื้นบ้านที่ จ.สตูล ภาคีเครือข่าย 23 จังหวัดชายฝั่งทะเลมีความกังวล 3 ข้อหลักคือ (1) เรื่องระบบโควตาที่มีการจัดสรรที่ยังไม่ลงตัว (2) การจัดการดูแลสัตว์น้ำวัยอ่อน ซี่งตัวแทนกรมประมงเองก็ยังไม่ฟันธงถึงทิศทางการจัดการ และ (3) การจดทะเบียนเรือประมงพื้นบ้าน ที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ขึ้นทะเบียน แต่ติดที่ระเบียบกรมเจ้าท่าที่ผู้ขึ้นจดทะเบียนต้องมีใบนายท้ายเรือ ซึ่งเป็นการนำระเบียบกฎจากเรือขนาดใหญ่มาใช้กับเรือขนาดเล็ก

“ในเรื่องนี้เวทีสมัชชาได้สรุปเรื่องและทำหนังสือส่งถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบ และเสนอให้กรมเจ้าท่าแก้ระเบียบดังกล่าว พร้อมประสานคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบติดตามเรื่องนี้ให้ลงมาดูแลแล้ว” นายปิยะ กล่าว

สำหรับข้อเสนอแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาการประมงพื้นบ้านอย่างยั่งยืนในทุกมิติอย่างมีส่วนร่วม จากการประชุมสมัชชาชาวประมงพื้นบ้านแก่วประเทศไทย ครั้งที่ 7 มีทั้งสิ้น 9 ข้อ ดังนี้ (1) การบริหารจัดการขนาดพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนในการประมง ควรมีมาตรการควบคุมการจับสัตว์น้ำขนาดเล็ก ทั้งทางด้านเครื่องมือและสัตว์น้ำที่รัฐควรออกมาตรการควบคุม ได้แก่ ปลาทู ปลาลัง ปลากุเลา ปลาอินทรี ปลาจาระเม็ด ปลาสาก ปลาหลังเขียว และปูม้า (2) การกำหนดค่าปริมาณการจับสัตว์น้ำสูงสุดอย่างยั่งยืน

 


 
(3) กฎหมาย ข้อบังคับ หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการทำประมง โดยขอให้แก้ไข พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 และการส่งเสริมชุมชนในการจัดการทรัพยากร มาตรา 5 ปรับปรุงและแก้ไขนิยามของประมงพื้นบ้านเพื่อให้สอดคล้องต่อวิถีการประมง และมาตรา 26 เกี่ยวกับองค์ประกอบและอำนาจของคณะกรรมการประมงประจำจังหวัด ที่สำคัญคือ ให้ยกเลิกมาตรา 34 ซึ่งห้ามผู้ที่ได้รับอนุญาตทำการประมงพื้นบ้านทำการประมงในเขตทะเลชายฝั่ง และแก้ไขกระบวนการ กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนเรือ

(4) การจัดการผลผลิตสัตว์น้ำ คุณภาพสัตว์น้ำ มาตรฐานสัตว์น้ำหลังการจับ (5) การท่องเที่ยวโดยชุมชนประมงพื้นบ้าน โดยขอให้ออกกฎหมายรับรองสิทธิการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนประมงพื้นบ้านให้คนในชุมชนมีสิทธิในการบริหารจัดการ มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง (6) โรงเรียนชาวประมง ต้องมีกลไกการทำงาน โดยร่วมกับนักวิชาการเพื่อทำเป็นองค์ความรู้และจัดทำเป็นหลักสูตรประมงพื้นบ้าน และเน้นการปฏิบัติจริง

(7) บลูอีโคโนมี กับโครงการขนาดใหญ่ โดยขอให้ยกเลิกโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูล ส่วนโครงการพัฒนาชายฝั่งขนาดใหญ่อื่นๆ เช่น คลองไทย, EEC SEC SEZ ควรจัดทำข้อมูลโครงการที่สร้างผลกระทบต่อชายฝั่งทะเลทั้ง 24 จังหวัด โดยร่วมกับนักวิชาการทำข้อมูลและศึกษาในรูปแบบของงานวิจัย และนำผลการศึกษามาเป็นต้นทุนในการวิเคราะห์

(8) แนวทางการจัดการขยะทะเลในชุมชนประมงพื้นบ้าน และการปรับตัวของชุมชนประมงพื้นบ้านจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และ (9) การเพาะเลี้ยงชายฝั่ง โดยขอให้ รมว.เกษตรฯ มีคำสั่งให้กรมประมงดำเนินการตั้งคณะทำงานระดับพื้นที่และระดับชาติ และสนับสนุนงบประมาณให้เพียงพอให้ทุกพื้นที่มีการจัดการพื้นที่เพาะเลี้ยงอย่างมีส่วนร่วม และขอให้มีการกำหนดพื้นที่เพาะเลี้ยงอย่างมีขอบเขตที่ชัดเจนและเหมาะสม โดยคำนึงถึงสภาพพื้นที่ต่างๆ ด้วย
 




Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...