xs
xsm
sm
md
lg

เกิดเรื่องงามหน้าข้ามปีที่ จชต.! 12 ลูกจ้างป่าไม้ร้องสื่อหวังถึงหู “บิ๊กตู่” ถูกเลิกจ้างและต้องแบกหนี้นับแสนไม่เป็นธรรม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



 
ศูนย์ข่าวภาคใต้ - 12 ลูกจ้างหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยล.3 เดินสายร้องสื่อให้ช่วยนำความเดือดร้อนแสนสาหัสส่งไปให้ถึงหู “บิ๊กตู่” และ “อธิบดีกรมป่าไม้” หลังถูกเลิกจ้างและต้องแบกรับหนี้สินนับแสนบาทอย่างไม่ธรรมมาตั้งแต่ ต.ค.2562
 
วันนี้ (3 ม.ค.) อดีตลูกจ้างชั่วคราวหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยล.3 (ลำพะยา-บันนังสตา-ฮาลา ) จำนวน 12 คนที่อ้างว่าพวกตนและครอบครัวกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จากการถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรมตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค.2562 โดยทั้ง 12 คนได้รวมตัวกันเดินทางไปร้องเรียนต่อสื่อมวลชนหลายสังกัด ทั้งสื่อในประเทสและต่างประเทศที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ จ.ยะลา
 

ส่วนหนึ่งของหนังสือร้องเรียน
 
นายมูฮัมหมัดซูกิฟลี อาแว อายุ 35 ปี หนึ่งในอดีตลูกจ้างประจำหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยล.3 เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 ต.ค.2562 หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยล.3 ได้มาบอกกับตนว่าต้องให้ออกจากงาน โดยอ้างว่าหน่วยงานไม่มีงบประมาณจ้างต่อ แต่หลังจากที่ตนเองไม่ได้ไปทำงานแล้ว กลับปรากฏว่ามีลูกจ้างชุดใหม่เข้าไปทำงานในหน้าที่ที่ตนเคยทำมาแทน ซึ่งก็ทำให้เข้าใจได้ทันทีว่านี่คือวิธีการคัดลูกจ้างชุดเก่าออกเพื่อเคลียร์ตำแหน่งให้ว่าง แล้วเปิดรับลูกจ้างชุดใหม่ให้เข้าไปทำหน้าที่แทน
 
“ผมเองช่วงได้เข้าไปทำงานที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยล.3 ก็ไม่ต่างจากคนจำนวนมากในฐานะลูกจ้างกรมป่าไม้ ซึ่งจะต้องจ่ายค่าใบเบิกทางเพื่อให้ได้เข้าไปทำงาน ใจก็หวังว่าวันหนึ่งจะได้เข้ารับราชการตามที่เขาเคยบอกไว้กับผู้นำในพื้นที่ที่ให้ช่วยหาคนทำงานให้ โดยได้จ่ายไป 1.5 แสนบาท แล้วภายใน 1 ปีก็หวังจะได้บรรจุเข้าเป็นข้าราชการ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นสิ้นหวัง แถมยังได้รับความเดือดร้อนทั้งครอบครัวอย่างแสนสาหัส” นายมูฮัมหมัดซูกิฟลีกล่าวและว่า
 
ตอนเริ่มงานใหม่ๆ ตนได้รับเงินเดือนเพียง 9 พันบาทต่อเดือน ยังดีที่มีเงินค่าเสี่ยงภัยและมีประกันสังคมให้ด้วย ตอนนั้นตนและครอบครัวก็ต้องรับภาระหนี้สินจากที่ต้องไปยืนเขามาจ่ายเพื่อทำให้ตนได้งานดีๆ ทำ จึงคิดว่าถึงอย่างไรก็ต้องจำทนฟันฝ่าให้ผ่านช่วงวิกฤตไปให้ได้ เพื่อให้ในอนาคตครอบครัวจะได้สบายขึ้น เพราะในอนาคตเราจะได้รับราชการ ยอมอดทนจ่ายหนี้ 3 ปีน่าจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้
 
“ความจริงแล้วตอนที่ไปขอยืมเงินเขามา 1.5 แสนบาทเพื่อจ่ายให้ได้เข้าทำงานนั้น ทางเจ้าของเงินที่รับปากจะให้ยืมบอกว่าขอให้มารับช่วงปลายเดือน ผมก็แจ้งให้หัวหน้าหน่วยงานทราบแล้วนัดวันที่จะจ่ายเรียบร้อย แต่อยู่ๆ เขาก็บอกกลับมาว่าข้างบนต้องการเงินด่วนภายในวันนั้นเลย แล้วก็มีคนอื่นๆ ที่ต้องการทำงานอีกเยอะ หากช้ามีสิทธิ์ไม่ได้งาน สุดท้ายมีหลายคนพยายามหาทางช่วย โดยกระจายกันไปยืมเงินคนรู้จักให้ได้มากที่สุด นอกจากขอยืมจากชาวบ้านแล้ว ระดับนายก อบต.ก็ยังให้ผมยืมเงินด้วย ซึ่งก็ได้ครับแล้วก็ผ่านไปได้ในที่สุด”
 


 
นายมูฮัมหมัดซูกิฟลีกล่าวว่า ตนได้เริ่มทำงานที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยล.3 ตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.2561 ช่วงแรกนอกจากตัวเงินเดือนแล้ว ส่วนของค่าเสี่ยงภัยและประกันสังคมก็ยังไม่มี แต่ที่ยังมีความหวังคือคิดว่าได้ทำงานผ่านไปสัก 1 ปีจะได้บรรจุเป็นข้าราชการตามที่เขาสัญญา จึงอดทนมาตลอด รายได้เงินเดือนละ 9 พันบาทต้องแบ่งเป็น 5 พันบาทเอาไปใช้หนี้ ที่เหลือไม่มีทางพอใช้จ่ายในครอบครัวสำหรับ 4 ชีวิตเพราะเรามีลูก 2 คน โชคดีที่ภรรยาขายลูกชิ้นเป็นรายได้เสริม แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นวิกฤตหนักของครอบครัวแล้วที่ตนต้องตกงาน และหนีสินที่ไปขอยืมเขามาก็ยังชดใช้ไม่หมด
 
“แถมเงินเดือนงวดสุดท้ายคือ ต.ค.2562 ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับเลย แต่ตั้งแต่เดือน ต.ค.2562 จนถึงตอนนี้เงิน 5 พันบาทต่อเดือนผมต้องหาไปใช้หนีเขาให้ได้ ทั้งครอบครัวจึงเครียดมากและไม่รู้จะทำยังไงกันต่อไป และเชื่อว่าครอบครัวของเพื่อนๆ ที่ต้องตกลงพร้อมกันทั้ง 12 คนก็น่าจะเดือดร้อนๆไม่แพ้กัน” นายมูฮัมหมัดซูกิฟลีกล่าวก่อนเสริมว่า
 
“ผมและเพื่อนๆ ที่ถูกให้ออกจากงานพร้อมกันทั้ง 12 คนได้ร่วมตัวกันเดินทางไปร้องเรียนกับแทบทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ที่สำนักงาน ปปช.จังหวัด ที่ ศอ.บต. และ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า รวม รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายกรัฐมนตรี แต่เวลานี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ พวกเราเพียงอยากได้รับความเป็นธรรมและอยากให้คนอื่นๆ ได้ทราบเรื่องไว้ เพื่อที่จะได้มีไม่ใครตกเป็นเหยื่อแบบเดียวกับที่พวกเราเจอมา”
 
นายลุธมาน ยีเร็ง อายุ 36 ปี หนึ่งในอดีตลูกจ้างประจำหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยล.3 เช่นกัน กล่าวเพิ่มเติมว่า ตอนที่ทราบว่าจะต้องตกงานตนเองถึงกลับเข่าทรุดเลย วันนั้นตอนกลางคืนเข้าเวรตามปกติ พอตอนเช้าเขามาบอกว่าให้หยุดทำงานก่อน เพราะหน่วยไม่มีเงินจ้างต่อ แล้วยังพูดว่าพวกเราทั้ง 12 คนมีบทบาทเยอะเกินไปด้วย ตอนนั้นตนรู้ทันทีว่าเขาต้องการให้พวกเราออกจากงานแล้ว เพื่อจะได้รับเอากลุ่มคนใหม่ๆ เข้ามาแทน
 
สำหรับตนเองถือว่าได้ทำงานที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยล.3 มานานเกือบ 10 แล้ว ตอนได้เข้าทำงานก็ไม่ได้จ่ายเงินค่าเบิกทางใดๆ แต่ช่วงหลังๆ มานี่ทุกปีก็จะเห็นวงจรของการเอาลูกจ้างกลุ่มเก่าออก แล้วรับกลุ่มใหม่เข้ามาแทน วงจรแบบนี้เกิดขึ้นมาตลอด ที่ผ่านมาๆ หลายปีแล้วตนก็รอดูว่าวันไหนจะถึงคิวของตนโดนบ้าง แล้ววันนั้นมันก็มาถึงจริงๆ เมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้วนี่เอง
 
“ตอนนี้ผมตกงานสมบูรณ์แบบ ภรรยาผมก็ไม่ได้มีงานทำอะไร เพราะเพิ่งคลอดลูกคนเล็กได้เพียง 18 วัน ลูกคนโตตอนนี้ 5 ขวบ ลูกคนกลาง 1 ขวบ สิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเรามันโหดร้ายมาก ผมเครียดจนร้องไห้มาตลอด มองหน้าลูก มองหน้าภรรยาก็ร้องไห้เลย อยากขอให้สื่อช่วยพวกเราด้วย ส่งข้อมูลนี้ไปขอความเป็นธรรมจากนายกรัฐมนตรี จากอธิบดีกรมป่าไม้ จากทุกๆ ท่านที่เกี่ยวข้อง ให้ความเป็นธรรมกับพวกเราด้วย พวกเราตั้งใจทำงาน แต่หัวหน้าหน่วยกลับมาบอกว่าเรามีบทบาทเยอะเกินไป หน่วยไม่มีเงินจ้าง แต่ทำไมกลับรับคนใหม่มาทำงานได้”
 


 
เกี่ยวกับเรื่องนี้ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัด ศอ.บต.ก็ได้รับข้อมูลกลับมาว่า ได้รับการร้องเรียนจากลูกจ้างหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยล.3 ทั้ง 12 คนแล้ว และเรื่องก็ไม่ได้ล้าช้า เพียงแต่รอต้นสังกัดชี้แจงกลับมาว่าเรื่องราวความจริงเป้นอย่างไร ทั้งนี้ก็เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย
 
นายสนั่น สนธิเมือง ผอ.สำนักประสานนโยบายสังคมจิตวิทยา ศอ.บต. กล่าวว่า ได้รับทราบหนังร้องเรียนของ 12 ลูกจ้างหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยล.3 ดังกล่าว และได้มีการส่งเรื่องให้ พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต.เซ็นรับทราบเรื่องแล้วเช่นกัน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของหน่วยงานต้นสังกัดอีกชั้นหนึ่งคือ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 สาขานราธิวาส
 
“ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้เองก็ได้สอบสวนลูกจ้างหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยล.3 ในฐานะผู้เสียหายทั้ง 12 คนแล้ว พร้อมได้ส่งหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 สาขานราธิวาส ในฐานะต้นสังกัดให้ทำการสอบสวนเรื่องนี้แล้วเช่นกัน หากเสร็จแล้วเขาก็จะส่งหนังสือชี้แจงความจริงกลับมา ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งเมื่อทราบผมอย่างไรแล้ว ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป” นายสนั่นกล่าว
 
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...