xs
xsm
sm
md
lg

ตายต่อเนื่อง “พะยูน” ทะเลอันดามัน ล่าสุดตัวที่ 23 พบซากที่กระบี่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ยังตายต่อเนื่อง “พะยูน” ในทะเลอันดามัน ล่าสุด พบซากที่กระบี่ ภาพรวมตายแล้ว 23 ตัว สร้างความกังขาให้ทุกฝ่าย สถิติสูงสูดในรอบ 30 ปี ขณะที่จำนวนพะยูน ขณะนี้เหลืออยู่ประมาณ 250 ตัว


ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2562 เป็นวันแรกที่มีลูกพะยูน อายุประมาณ 4-5 เดือน ร่างกายสมบูรณ์ ถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกยตื้นบริเวณแหล่งหญ้าทะเลอ่าวทึง-ปอดะ จ.กระบี่ โดยชาวบ้านช่วยกันผลักดันให้ลูกพะยูนกลับลงทะเล แต่ไม่สำเร็จ เพราะลูกพะยูนได้มาว่ายวนเวียนใต้ท้องเรือหางยาว และเรือคายัค บริเวณปากคลองใกล้กับที่เกยตื้นครั้งแรกถึง 2 วันติดต่อกัน

ซึ่งจากการวิเคราะห์ของเจ้าหน้าที่ เชื่อว่า ลูกพะยูนดังกล่าวน่าจะพลัดหลงกับแม่ จึงนำพะยูนไปปล่อยบริเวณบ้านแหลมจูโหย หมู่ 1 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง โดยตั้งชื่อให้ลูกพะยูนว่า “มาเรียม” ซึ่งเป็นพะยูนเพศเมีย ซึ่ง‘มาเรียม’ ถูกดูแลในธรรมชาติโดยทีมสัตวแพทย์ อาสาสมัคร เจ้าหน้าที่ ทช. และเจ้าหน้าที่กรมอุทยาน

ต่อมา เมื่อเดือน ก.ค. ชาวบ้านพบลูกพะยูนน้อยมาเกยตื้นที่หาดบ่อม่วง จ.กระบี่ อีก 1 ตัว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ โดยพะยูนดังกล่าวเป็นเพศผู้ อายุประมา 1 เดือนเศษ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่นำมาส่งที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเล อันดามัน (ศวทม.) ภูเก็ต เพื่อดูแลอนุบาล แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีการดูแลพะยูนทั้ง 2 ตัวอย่างใกล้ชิดดั่งไข่ในหิน แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตพะยูนน้อยทั้ง 2 ตัวไว้ได้ ทั้ง 2 ตัวเสียชีวิตในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยสาเหตุการตายของ “มาเรียม” เกิดจากเศษพลาสติกที่เข้าไปอุดตันลำไส้ ส่งผลให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อในกระแสเลือดตามมา ส่วน “ยามีล” พบว่าตายเนื่องจากหญ้าอุดตันบริเวณกระเพาะอาหาร


จากการตายของพะยูยทั้ง 2 ตัว ทำให้คนในประเทศ และต่างประเทศหันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ประกอบกับมีการพบเห็นพะยูนตายอย่างถี่ยิบในฝั่งทะเลอันดามัน ตั้งแต่ต้นปี 2562 ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้พบว่ามีพะยูนตายไปแล้ว 23 ตัว โดยล่าสุด ข้อมูลจากเพจของ “กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ออกมาระบุว่า “สลดใจ พะยูนใหญ่ตายอีกในทะเลกระบี่” วันที่ 5 ธันวาคม 2562 กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่ 7 (ตรัง) ร่วมกับนายอำเภอเกาะลันตา อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ประมงอำเภอ และประชาชนในพื้นที่ ตรวจพื้นที่หลังรับแจ้งพบการตายของพะยูนจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ว่า พบซากพะยูน บริเวณ ม.1 บ้านหัวแหลม ต.เกาะลันตาใหญ่ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ผลการตรวจสอบเบื้องต้น ซากพะยูน มีขนาดความยาว 2.7 ม. กว้าง 51 ซม. อวัยวะทุกส่วนครบถ้วน ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย จึงได้นำซากพะยูนส่งศูนย์วิจัย ทช. ทะเลอันดามัน เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุการตายต่อไป

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์พะยูนตายอย่างต่อเนื่องและมีสถิติการตายที่สูงขึ้น ได้สร้างความสงสัยให้แก่คนไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก ว่า เกิดความผิดปกติอะไรขึ้นกับทะเลบ้านของพะยูนไทยหรือไม่? ซึ่งเป็นคำถามที่สังคมยังคงต้องช่วยกันหาคำตอบและแก้ไขต่อไป ซึ่งจากการสำรวจโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน พบว่าในปัจจุบัน ประเทศไทยเหลือพะยูน อยู่ประมาณ 250 ตัว ส่วนสถิติการตายหากเทียบกับสถิติช่วง 12 ปีที่ผ่านมา พบว่าปีนี้มีพะยูนเกยตื้นและตายมากที่สุด

ทั้งนี้ จากข้อมูลรายงานประจำปี 2561 ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุถึงสาเหตุการเกยตื้นของพะยูน ในรอบ 30 ปี เราพบว่าเกือบ 90% เกิดจากการติดเครื่องมือประมง "โดยบังเอิญ" ซึ่งคงต้องฝากความหวังเรื่องการทำประมงพื้นบ้านที่ทำในบริเวณใกล้แหล่งหญ้าทะเลซึ่งเป็นแหล่งหากินของพะยูนและเต่าทะเลให้ช่วยระวังและป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับสัตว์สงวนและคุ้มครองทั้ง 2 สายพันธุ์นี้ด้วย ถ้าวางอวนก็ขอให้ช่วยเฝ้าเครื่องมือเผื่อกรณีติดอวนจะได้ช่วยเหลือได้ทัน


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...