xs
xsm
sm
md
lg

“บรรจง นะแส” ยันเครือข่ายประมงพื้นบ้านภาคใต้ไม่เกี่ยวข้องม็อบแดดเดียว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


แฟ้มภาพ
 
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - “บรรจง นะแส” ยืนยันเครือข่ายประมงพื้นบ้านภาคใต้ไม่เกี่ยวข้องกับม็อบแดดเดียว ที่จะมีการยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด คาดเป็นการกระทำเพื่อให้รัฐบาลรับซื้อเรือเถื่อน

วันนี้ (6 ธ.ค.) นายบรรจง นะแส ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย แกนนําสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีแถลงการณ์จากเครือข่ายประมงพื้นบ้านในจังหวัดภาคใต้ ยืนยันว่าการนัดยื่นหนังสือในวันที่ 6 ธันวาคมนี้ ที่ศาลากลางทุกจังหวัดติดชายทะเล ไม่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้าน หลังจากหลายจังหวัดมีการเชิญชวนชาวประมงให้มีการรวมตัวกันที่ศาลากลางเพื่อเข้ายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดผ่านไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้นํารัฐบาล พร้อมชี้แจงทําความเข้าใจว่าชาวประมงพื้นบ้านทําประมงถูกต้องตามกฎหมาย เลือกที่จะทําการประมงที่เคารพต่อระบบนิเวศเพื่อรักษาไว้ซึ่งความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง

“หลายจังหวัดที่ติดทะเลมีขาใหญ่ประมงพาณิชย์ระดมคนชุมนุมกดดันรัฐบาลในวันที่ 6 ธันวาคมนี้ เบื้องลึกต้องการจะขายเรือเถื่อน เรือสวมทะเบียนที่ผิดกฎหมาย เรือที่หมดอายุการใช้งานให้รัฐบาลรับซื้อ ตามนโยบายนําเรือออกนอกระบบ การชุมนุมยื่นข้อเรียกร้องจะนําไปสู่การต่อรองเพื่อใช้งบประมาณแผ่นดินจากรัฐบาลเพื่อให้ซื้อเรือเก่า ดังนั้น การลงทุนจัดการชุมนุมประเภทม็อบแดดเดียว แต่ละจังหวัดลงทุนลงขัน 2-3 แสนบาทจึงเป็นเรื่องเล็กน้อย และไม่มั่นใจว่าระหว่างประมงพาณิชย์และคนในรัฐบาลรู้เห็นเป็นใจสมคบคิดกันในเรื่องนี้หรือไม่” นายบรรจง กล่าว

นายบรรจง กล่าวอีกว่า ได้แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบว่า การทําประมงทุกประเภท ทุกขนาด ทั้งเรือเล็ก เรือใหญ่ ทั้งประมงพื้นบ้าน และประมงพาณิชย์ ต้องคํานึงถึงระบบระเบียบกฎหมายที่อนุญาต หรือห้ามการทําประมงที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อรักษาสมดุลของสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศสัตว์น้ำ สําหรับกฎหมายประมงฉบับปัจจุบันแม้จะมีข้อจํากัด มีข้อบกพร่องบางกรณี แต่มีเจตนาให้มีการจับสัตว์น้ำบนฐานศักยภาพของทะเลไทย ไม่ให้มีการใช้เครื่องมือจับสัตว์น้ำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย การจับไม่เลือกขนาดทําให้สัตว์น้ำหลายชนิดไม่สามารถโตเต็มวัย โดยเฉพาะกรณีปลาทูที่กําลังอยู่ในสภาวะวิกฤต มีการใช้อวนตาถี่จนทําให้ปริมาณของสัตว์น้ำชนิดนี้ลดลงอย่างน่าเป็นห่วง

ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย กล่าวอีกว่า ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กรมประมง ส่วนอนุรักษ์กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติโดยยึดมั่นในหลักการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน ขณะที่ชาวประมงพื้นบ้านจะมีส่วนร่วมการบริหารจัดการทรัพยากรประมง ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
 


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...