xs
xsm
sm
md
lg

หนีไม่พ้น! ตร.ภูเก็ตตามรวบยัดซังเตผู้ต้องหางัดบ้านนักธุรกิจดัง ฉกตู้เซฟได้ทรัพย์สินกว่า 10 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - หนีไม่พ้น! ชุดสืบฯ ภูเก็ตตามกวาดเข้าซังเต รวบ 1 ใน 3 แก๊งคนร้ายยกตู้เซฟบ้านนักธุรกิจดังในภูเก็ต ได้ทรัพย์สินนับ 10 ล้าน หลังหนีไปกบดานไกลถึงกรุงเทพฯ ขณะที่อีก 2 รายยังหลบหนี ระบุเป็นมืออาชีพทิ้งหลักฐานไว้น้อยมาก


วันนี้ (5 ธ.ค.) ตามจับไม่ยั้งคนร้ายก่อเหตุตัดกุญแจงัดบ้าน นายอิทธิ์โรจ ชวาลพิพัฒน์พงศ์ หรือเฮียช้าง ทรานลี่ นักธุรกิจดังในภูเก็ต ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต แล้วเข้าไปลักเอาทรัพย์สินที่เก็บไว้ในตู้เซฟ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังก่อเหตุ พ.ต.อ.ประวิทย์ เอ้งฉ้วน ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อหาพยานหลักฐานและรวบรวมพยานหลักฐานในการติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง


โดย พ.ต.อ.ประวิทย์ เอ้งฉ้วน ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต เปิดเผยว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ใช้เวลาสืบสวนยาวนานถึง 6 เดือน จนทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้มีจำนวน 3 คน ขออนุมัติต่อศาลจังหวัดภูเก็ตออกหมายจับ นายมานะ หรือซัน รัตโส พร้อมพวก เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยพบว่าคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุนั้นเป็นคนที่มีประวัติการก่อเหตุเกี่ยวกับการลักตู้เซฟมาอย่างโชกโชนในพื้นที่ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ก่อนเดินทางมาก่อเหตุที่จังหวัดภูเก็ต หลังก่อเหตุได้หลบหนีกลับไปอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑลทันที


จากการสืบสวนทราบว่า คนร้ายกลุ่มนี้ยังเคยก่อเหตุลักเซฟในพื้นที่ อ.หนองแค จ.สระบุรี ได้ทรัพย์สินไปประมาณ 5-6 ล้านบาท โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทางชุดสืบสวนภูเก็ต จึงได้เกาะติดคดีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.62 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต สืบทราบว่า คนร้ายกบดานอยู่ในพื้นที่เขตพระขโนง กรุงเทพมหานคร พ.ต.อ.ประวิทย์ เอ้งฉ้วน ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต จึงได้นำกำลังชุดสืบสวนภูเก็ต ไปประสานกับ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.


ต่อมา เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.62 สามารถติดตามจับกุมตัว นายมานะ รัตโส อยู่บ้านเลขที่ 31/2 ม.8 ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดภูเก็ต ลงวันที่ 8 พ.ย.62 ในความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านทรัพย์เช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การหลบหนีและการพาทรัพย์นั้นไป เพื่อให้พ้นจากการจับกุม และร่วมกันบุกรุกเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นด้วยประการใดๆ เป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยปกติสุขในเวลากลางคืน” โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณเขตพระขโนง กรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.วิชิต ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


พ.ต.อ.ประวิทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า คดีนี้เป็นคดีที่คนร้ายทิ้งร่องรอยไว้น้อยมาก และพยานหลังฐานที่รวบรวมได้มีไม่มาก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐานยาวนานถึง 6 เดือน แต่เจ้าหน้าที่ทีมสืบสวนฯ ก็ตั้งใจในการทำงานเต็มที่ จนสามารถสืบทราบตัวผู้ก่อเหตุ และขออนุมัติต่อศาลเพื่อออกหมายจับ


ก่อนประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม จนสามารถติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม ยังเหลือผู้ก่อเหตุอีก 2 ราย ที่ศาลอนุมัติออกหมายจับ และคนชี้เป้ายังหลบหนีซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป และจากการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาได้ร่วมกับพวก ร่วมกันลักมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2-3 ครั้ง ซึ่งในการก่อเหตุแต่ละครั้งได้เงินมาและทรัพย์สินจำนวนมาก หลังก่อเหตุก็จะแยกย้ายกันหลบหนี เมื่อเงินหมดก็จะรวมตัวกันมาก่อเหตุอีก






Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...