xs
xsm
sm
md
lg

แกนนำไทยพุทธฟันธงเหตุ 15 ศพที่ยะลาสั่นสะเทือนมาตรการ “ชุมชนดูแลตัวเอง” ท้าทายแนวคิดให้ “ถอนทหาร” พ้นไฟใต้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



 
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - “รักชาติ สุวรรณ์” ตัวแทนเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ ชี้เหตุกองกำลังบีอาร์เอ็นโจมตี 15 ศพ ชรบ.ที่ จ.ยะลา สั่นสะเทือนแนวคิด “ชุมชนดูแลตัวเอง” แถมยังท้าทายความคิดที่จะให้ “ถอนทหาร” ออกจากแผ่นดินไฟใต้
 
วันนี้ (7 พ.ย.) แฟนเพจเฟซบุ๊ก Patani NOTES ได้โพสต์เชิงให้ข้อมูลข่าวสาร โดยใช้ข้อความลักษณะพาดหัวข่าวไว้ว่า “รักชาติ สุวรรณ์” ชี้เหตุโจมตีที่ลำพะยา สั่นสะเทือนความคิดเรื่องชุมชนดูแลตัวเอง ก่อนจะตามด้วยรายละเอียดของเนื้อหา ดังนี้
 
นายรักชาติ สุวรรณ์ ตัวแทนจากเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ กล่าวถึงเหตุการณ์ที่มีกลุ่มคนใช้อาวุธยิงโจมตีชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่ ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยชี้ถึงผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญ เพราะผู้คนเสียชีวิตกันถึงสิบห้าศพ เป็นเหตุรุนแรงที่ถือว่าใหญ่มากสำหรับยะลาหลังเหตุระเบิดกลางเมือง ซึ่งมีทั้งระเบิดตลาดในตัวเมืองและย่านถนนรวมมิตร
 
“มันเกิดที่ลำพะยา คือที่นั่นอาจจะมีความรู้สึกไม่สบายใจกันบ้าง แต่ก็ยังอยู่กันได้เป็นปกติ เท่าที่เคยเข้าพื้นที่ไปก่อนหน้านี้ พบว่า พุทธและมุสลิมในพื้นที่ไว้ใจกันดี คนพุทธในพื้นที่หากจะหวาดระแวงมุสลิม ก็หวาดระแวงมุสลิมจากนอกพื้นที่”
 
เหตุการณ์หนนี้เขาชี้ว่า เป็นสิ่งที่สั่นสะเทือนความเชื่อมั่นของชุมชนที่ดูแลตัวเอง เนื่องจากลำพะยาถือเป็นพื้นที่ที่เรียกกันว่า ชุมชนเข้มแข็ง และที่ผ่านมา แม้ด้านนอกจะมีเจ้าหน้าที่ เช่น มีป้อม อส.อยู่ แต่ภายในชุมชนนั้นอาศัยพลเรือนด้วยกันเองดูแลความปลอดภัยร่วมกันในรูปแบบของ ชรบ. อันเป็นรูปแบบที่หวังกันว่า จะเป็นคำตอบสำหรับการแก้ปัญหาความไม่ปลอดภัยในชุมชนคนพุทธ ในขณะที่หลายฝ่ายชี้ว่า การมีกำลังทหารอาจไม่ตอบโจทย์ และอยากให้มีการถอนทหาร เหตุการณ์นี้ท้าทายความคิดเรื่องถอนทหารอย่างชัดเจน
 
“เราไม่ใช่อยากให้ทหารอยู่กับเราตลอดไป เราเองก็อยากให้พื้นที่บ้านเราสามจังหวัดกลับไปเหมือนเดิม แต่พอมีเรื่องอย่างนี้ขึ้นก็ต้องเข้าใจว่า คนพุทธส่วนใหญ่ต้องพึ่งทหาร เวลาที่พวกเขาถูกกระทำเขาก็ไม่รู้จะไปพึ่งใคร ก็ต้องพึ่งทหาร พอหลายคนบอกให้ทหารออก เราก็บอกว่าโอเคก็ให้ดูแลกันเอง แต่ว่ามันต้องปลอดภัย เมื่อมีแบบนี้เกิดขึ้น เรื่องจะมายืนยันคำเดิมให้ถอนทหาร ผมว่ายากแล้ว โดยเฉพาะในความเห็นพี่น้องคนพุทธ”
 
นายรักชาติ ชี้ว่า ความรู้สึกเช่นนี้มุสลิมในพื้นที่ควรจะทำความเข้าใจความรู้สึกของคนพุทธในเวลานี้ “อย่างเช่นมีการตอบโต้ต่อว่ากัน เราก็ต้องเข้าใจความรู้สึกกันว่า คนพุทธเขาก็กลัว ขนาดอยู่เวรยามกันยังโดนแบบนี้ มุสลิมบางคนเข้ามาต่อว่า บอกว่าปัญหาอยู่ที่ทหาร แต่เราคิดว่าทหารก็ต้องดูแลเรา ก็อยากให้เข้าใจเราด้วย เราฟังเสียงคนพุทธ ผมพยายามบอกว่าเราก็อยากให้กลับมาเหมือนเดิม แต่พอเรากลัวขึ้นมาก็ต้องให้ทหารมาช่วย”
 
นายรักชาติ ชี้ว่า สิ่งที่จะช่วยได้ก็คือทำข้อตกลงกันได้ว่าในพื้นที่ไม่ให้มีความรุนแรง “เช่นบอกว่าลำพะยาต้องไม่มีเหตุการณ์ เมื่อทำไปได้ระยะหนึ่งแล้วค่อยๆ ถอน ต่อไปก็คงได้ แต่พอมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ จะถอนทหารคงยาก”
 
เขาย้ำว่าเสียงของคนพุทธที่ออกมาเรียกร้องนั้นชัดเจนว่า พวกเขาพยายามบอกว่าไม่ต้องการความรุนแรง เท่าที่สังเกตในช่วงการยกป้ายแสดงพลังเมื่อวาน (6 พ.ย.) ป้ายต่างๆ ไม่มีป้ายที่ด่าทอเลย มีแต่ป้ายให้ยุติความรุนแรง ทำให้รู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่คนในพื้นที่ต้องการสื่อสารจริงๆ
 
เหตุการณ์เช่นนี้สั่นสะเทือนกระบวนการสันติภาพ หรือลดทอนแรงสนับสนุนในหมู่คนพุทธในเรื่องการพูดคุยระหว่างสองฝ่ายหรือไม่ นายรักชาติเห็นว่าไม่กระทบ “เสียงสนับสนุนเรื่องการพูดคุยไม่ได้ลดลง เรื่องการพูดคุยคนทั่วไปก็เชียร์ เพราะเขาก็เสี่ยง”
 
สิ่งที่เขาเห็นว่าเป็นภาพสะท้อนในเวลานี้คือ ความรู้สึกในหมู่คนพุทธที่ว่า การลงมือหนนี้เป็นฝีมือกลุ่มบีอาร์เอ็นแน่นอน และต้องการให้มีการปราบปรามอย่างเด็ดขาด แต่เขาก็ชี้ว่าปัญหาคือ จะหาคนเหล่านี้ได้อย่างไร จากไหน
 
สำหรับในวันนี้มีหลายกลุ่มออกแถลงการณ์ประณามความรุนแรง แถลงการณ์ทุกฉบับแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสีย เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพชายแดนใต้แสดงความกังวลเป็นพิเศษต่อผลกระทบต่อครอบครัวของผู้สูญเสีย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประณามการใช้ความรุนแรง ขอให้มีการติดตามตัวผู้กระทำผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และดำเนินการเพื่อให้ชุมชนรู้สึกปลอดภัย มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอให้รัฐติดตามตัวผู้ลงมือมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเร่งด่วน ถูกต้องและเป็นธรรมเป็นที่ประจักษ์แก่สังคม และขอให้เยียวยาผู้เสียหาย ขอให้ทุกฝ่ายอดทนอดกลั้น ไม่เผยแพร่ความเกลียดชัง
 
ขณะที่กลุ่มเปอร์มาสเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการติดอาวุธพลเรือน และขอให้คู่ความขัดแย้งคำนึงถึงหลักกฎหมายมนุษยธรรมสากล ขอให้ทบทวนเงื่อนไขที่จะขยายความขัดแย้ง และหาทางแก้ปัญหาด้วยวิถีทางการเมือง และสมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ หรือกลุ่มลูกเหรียง ประณามการใช้ความรุนแรงละเมิดกฎแห่งสิทธิมนุษยชน และเรียกร้องให้องค์กรต่างๆ ผลักดันรณรงค์ให้ยุติการกระทำต่อผู้บริสุทธิ์
 
 

 


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...