xs
xsm
sm
md
lg

โฆษกกองทัพภาค 4 เผยวิสามัญคนร้ายดับ 2 คุมผู้ต้องสงสัยได้อีกราย หลังก่อเหตุป่วนที่ปัตตานี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
ปัตตานี - โฆษกกองทัพภาค 4 เผย จนท.สามารถวิสามัญคนร้ายได้ 2 ศพ หลังก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ จ.ปัตตานี พร้อมทั้งยังควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้อีก 1 ราย

วันนี้ (1 พ.ย.) ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองทัพภาค 4 พร้อมด้วย พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงกรณีเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จ.ปัตตานี เมื่อคืนวันที่ 31 ตุลาคม 2652 ที่ผ่านมา

พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า สำหรับกรณีเหตุคนร้ายปล้นรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด 4 ประตู จาก อบต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เพื่อนำไปก่อเหตุระเบิดบริเวณหน้า สภ.ไม้แก่น (หลังเก่า) หมู่ 4 ต.ไทรทอง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 31 ต.ค.62 เวลาประมาณ 22.10 น. ในเบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และทรัพย์สินของทางราชการไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ต.ค.62 เวลาประมาณ 18.00 น. คนร้าย จำนวน 3 คน ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ 110 สีดำ เป็นพาหนะ ปิดบังใบหน้า ใช้อาวุธปืนพกสั้นจี้และมัดมือ นายนิเฮง ยานยา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย อบต.น้ำดำ พร้อมทั้งบังคับขึ้นรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ สีเขียว ทะเบียน กข 5146 ปัตตานี ซึ่งเป็นรถยนต์ทางราชการของ อบต.น้ำดำ และได้นำตัวนายนิเฮง ไปทิ้งไว้บริเวณป่ามะพร้าวข้างกุโบร์ หมู่ 2 บ้านน้ำดำ ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 1.3 กิโลเมตร แล้วขับรถยนต์คันดังกล่าวหลบหนีไป พร้อมกำชับว่าไม่ถึง 2 ทุ่มห้ามกลับ เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง นายนิเฮง จึงได้เดินเท้าไปขอความช่วยเหลือจาก นายซาการียา อาแว กำนันตำบลน้ำดำ เพื่อติดตามคนร้ายที่ปล้นรถยนต์ของ อบต.น้ำดำไป

ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 22.10 น. คนร้ายได้นำรถยนต์กระบะคันดังกล่าวประกอบติดตั้งระเบิด (คาร์บอมบ์) โดยนำไปจอดไว้บริเวณกำแพงด้านหน้า สภ.ไม้แก่น (หลังเก่า) ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นที่พักของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และครอบครัว สภ.ไม้แก่น โดยแรงระเบิดทำให้กำแพง และรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และประชาชนที่พักอาศัยในพื้นที่ใกล้เคียงได้รับความเสียหายบางส่วน เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด

พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ EOD และพิสูจน์หลักฐาน รวมถึงส่วนที่เกี่ยวข้องกำลังตรวจสอบในพื้นที่เพื่อค้นหาหลักฐาน และตรวจสอบวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบระเบิดบรรจุในถังแก๊ส ไม่ทราบขนาด และพบขวดพลาสติก คาดว่าบรรจุน้ำมัน ยังไม่พบตัวจุดชนวน ซึ่งระเบิดค่อนข้างจะทำงานได้สมบูรณ์ โดยจากการตรวจสอบเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ พบพฤติกรรมของคนร้ายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันที่ 1 เป็นรถนำ ตามด้วยรถคันที่ 2 เป็นรถยนต์กระบะที่ใช้ในการก่อเหตุ และตามด้วยรถคันที่ 3 เป็นรถจักรยานยนต์ที่ใช้รับคนร้ายที่ก่อเหตุระเบิดเพื่อหลบหนี

ด้าน พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวถึงเหตุการณ์ความไม่สงบอีกเหตุการณ์ว่า เมื่อ 31 ต.ค.62 เวลา 22.15 น. ในพื้นที่ ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี คนร้ายประมาณ 6-7 คน ใช้รถยนต์กระบะ จำนวน 2 คัน ขับมาจากทาง จ.ยะลา เมื่อก่อนถึงจุดตรวจ ชคต.เขาตูม ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี กลุ่มคนร้ายได้ปิดไฟหน้ารถ และได้ใช้อาวุธปืนขนาด 5.56 มม. (ทราบจากปลอกกระสุนที่ตกบนถนน) ยิงใส่ฐาน ชคต.เขาตูม จำนวน 1 ชุด ประมาณ 20-30 นัด จากนั้นกำลังพลที่รักษาการณ์บนหอสูงได้ทำการยิงตอบโต้ คาดว่ามีผู้ก่อการร้ายได้รับบาดเจ็บ จากนั้นทั้ง 2 คันได้ขับหลบหนีไปตามทางหลวง 410 มุ่งหน้าไปทาง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี หน่วยได้วิทยุถึงด่านที่ ต.เมาะมาวี ซึ่งเป็นด่านที่ใกล้ที่สุด ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร แต่ไม่พบรถต้องสงสัยผ่านไปแต่อย่างใด จึงคาดว่าคนร้ายได้ใช้เส้นทางรองในการหลบหนี ส่วนเจ้าหน้าที่ทั้งหมดปลอดภัย

“ต่อมา เวลา 22.50 น. ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านโสร่ง ว่า มีประชาชนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ และพยายามจะให้เจ้าหน้าที่พยาบาล รพ.สต.โสร่ง รักษา แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบข่าว จึงควบคุมตัวไปที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา จากนั้นได้สอบถามเพื่อนผู้บาดเจ็บทราบว่า ผู้บาดเจ็บได้โทร.หา และบอกให้ออกมาพบที่สี่แยกไฟแดงตลาดมะพร้าว แต่ไม่ทราบว่า นายบารี ยี ถูกยิงเพราะสาเหตุใด ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคาดว่า นายบารี ยี อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ยิงก่อกวน ชคต.เขาตูม เนื่องจากพฤติการณ์สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าว
 

 
ทางด้าน พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองทัพภาค 4 กล่าวว่า เมื่อเวลา 22.10 น. ที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ชป.จรยุทธ์ ของกรม ทพ.44 ได้ทำการลาดตระเวนเส้นทางถนน ต.ปะเสยะวอ-ต.บางเก่า ตามภาพข่าวที่ปรากฏว่า กลุ่มผู้ก่อการร้ายจะก่อเหตุลอบวางระเบิดยานพาหนะเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งในระหว่างลาดตระเวนเส้นทางดังกล่าวได้ตรวจพบสิ่งผิดปกติ เป็นตะกร้าใส่ผลไม้ มีตาข่ายปิดบังอำพรางไว้ จึงได้ปิดกั้นพื้นที่ และประสานให้เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เข้ามาตรวจสอบ พบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบถังแก๊สปิคนิค น้ำหนักประมาณ 20-25 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยระบบวิทยุสื่อสาร บรรจุอยู่ในกล่องพลาสติก พร้อมวงจรอิเล็กทรอนิกส์ในการจุดชนวนระเบิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บกู้ และนำไปตรวจพิสูจน์ต่อไป

“และเหตุการณ์ต่อมา เมื่อ 31 ต.ค.62 เวลา 22.15 น. ชป.พิเศษ ฉก.ทพ.44 ทำการตั้งจุดตรวจ ตามภาพข่าวที่ปรากฏ ได้มีบุคคลชายต้องสงสัย จำนวน 2 คน แต่งกายใช้ผ้าปิดบังอำพรางใบหน้า ขับขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ทราบยี่ห้อ และไม่ทราบหมายเลขแผ่นป้ายทะเบียน ขับขี่มายังด่านตรวจท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงทำการเรียกตรวจสอบ แต่บุคคลชายต้องสงสัยทั้ง 2 คน ได้กลับรถเพื่อทำการหลบหนีด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ จึงเกิดการปะทะกันขึ้น และเจ้าหน้าที่ได้ใช้อาวุธปืนประจำกายทำการยิงตอบโต้ พร้อมทั้งใช้รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามกลุ่มชายต้องสงสัย

โดยกลุ่มชายต้องสงสัยได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่อีกครั้ง จึงเป็นเหตุให้มีการปะทะเป็นระลอก สุดท้ายรถชายต้องสงสัยล้มลงข้างทาง และชายต้องสงสัยได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ไล่ติดตาม เกิดการปะทะกันประมาณ 5 นาที เสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพบผู้ต้องสงสัยเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จำนวน 2 ราย จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุพบอาวุธปืนพกขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก ยี่ห้อบาเร็ตต้า รุ่น 92.FS.(ลบหมายเลขทะเบียน) ปลอกกระสุน จำนวน 1 แม็กกาซีน จำนวน 1 แม็ก ซองปืนพก จำนวน 1 อัน และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 สีดำ หมายเลขทะเบียน กรท 316 ยะลา ตรวจสอบแล้วเป็นของ นางพาตีน๊ะ ลาเต๊ะ ที่อยู่ ต.ละแอ อ.ยะหา จ.ยะลา โดยรถอยู่ระหว่างการแจ้งหาย” พ.อ.ปราโมทย์ กล่าว

โฆษกกองทัพภาค 4 ยังกล่าวอีกว่า สำหรับลักษณะการแต่งกายของคนร้าย พบว่า คนขับขี่รถจักรยานยนต์สวมใส่เสื้อแขนยาวสีดำทับเสื้อกีฬา สวมกางเกงขายาวสีน้ำตาลเข้ม สวมถุงมือไหมพรหมสีแดงทั้ง 2 ข้าง และใช้ผ้าปิดปาก พร้อมทั้งใช้ผ้าคลุมศีรษะปิดบังอำพราง ทราบชื่อภายหลัง คือ นายอัมรัน บือราเฮง เป็นสมาชิกแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ ส่วนคนซ้อนท้ายสวมใส่เสื้อแขนยาวสีม่วงทับเสื้อกีฬาสีน้ำเงิน ใส่ถุงมือยางที่มือซ้าย พร้อมทั้งใช้ผ้าคลุมศีรษะปิดบังอำพราง ตรวจสอบทราบชื่อภายหลัง คือ นายลุกมาน สาและ เป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อการร้ายระดับปฏิบัติการ ซึ่งจากพฤติกรรมของคนร้ายที่ตรวจพบ โดยหนึ่งในนั้นได้เคยถูกเชิญตัวไปให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่รัฐที่ศูนย์ซักถามมาแล้ว แต่เนื่องจากได้ให้การปฏิเสธ และเจ้าหน้าที่ไม่มีหลักฐานเพียงพอในขณะนั้น จึงได้ทำการปล่อยตัวไป

ทั้งนี้ ได้แสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ได้ใช้อำนาจตามขอบเขตที่มีอยู่อย่างจำกัดเท่านั้น ในการค้นหาความจริงจากผู้ถูกเชิญตัวด้วยการซักถาม รวมทั้งดูแลความเป็นอยู่ในระหว่างถูกเชิญตัว ภายใต้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยที่ผ่านมายังมีอีกหลายกรณีที่ผู้ก่อเหตุที่ผ่านการซักถามแล้ว ยังได้ออกไปก่อเหตุการณ์ที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน และสร้างความเสียหายให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งภายหลังเกิดเหตุการณ์ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจประจำพื้นที่ เร่งเข้าคลี่คลายสถานการณ์ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ รวบรวมวัตถุพยาน เพื่อตรวจหาความเชื่อมโยงของอาวุธที่กลุ่มคนร้ายใช้ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งให้หน่วยในพื้นที่ เร่งเข้าทำความเข้าใจกับประชาชนรวมทั้งญาติผู้เสียชีวิต เพื่อหาทางช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมต่อไป

อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง :
ทหารปะทะเดือดโจรใต้วิสามัญดับ 2 ศพ เชื่อเพิ่งวางระเบิดเสร็จพยายามหลบหนี
 


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...