xs
xsm
sm
md
lg

ภูเก็ตแฟนตาซีทุ่มอีก 5 พันล้าน เปิด “คาร์นิวัลเมจิก” ธีมปาร์คสไตล์ไทยที่เดียวในโลกต้นปีหน้า ดึงต่างชาติเข้าปี 2 ล้านคน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ภูเก็ตแฟนตาซี ทุ่มทุนอีก 5,000 ล้านบาท เปิดตัว “คาร์นิวัลเมจิก” ธีมปาร์คคาร์นิวัลสไตล์ไทยที่เดียวในโลก จัดเต็มแสงสีเสียงเมืองไฟอลังการ บนเนื้อที่ 100 ไร่ ตั้งเป้าเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเอเชีย เปิดต้นปี 63 คาดดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มากถึง 1-2 ล้านคนต่อปี และสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาทต่อปี

นายผิน คิ้วคชา ประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วย นายกิตติกร คิ้วคชา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ภูเก็ตแฟนตาชี จำกัด (มหาชน) ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “คาร์นิวัลเมจิก” โดยมีสื่อมวลชนทั้งจากส่วนกลาง ภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา ณ โรงละครวังไอยรา ภูเก็ตแฟนตาซี หาดกมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต

นายกิตติกร คิ้วคชา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ภูเก็ตแฟนตาซี และ บจก.คาร์นิวัลเมจิก เปิดเผยว่า ปีนี้ภูเก็ตแฟนตาซีครบรอบ 20 ปี เราขอฉลองการครบรอบด้วยการเปิดโครงการใหม่ที่พิเศษ ยิ่งใหญ่ไม่เหมือนใคร กับโครงการ “คาร์นิวัลเมจิก” ธีมปาร์คคาร์นิวัล สไตล์ไทยที่แรกและที่เดียวในโลก เป็นสวนสนุกที่มีคอนเซ็ปต์การจัดงานรื่นเริงสไตล์งานฟันแฟร์ หรืองานวัดของไทย ที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ผสมผสานความสนุกสนานแบบไทยๆ ในมาตรฐานระดับโลก สร้างสรรค์ขึ้นด้วยแรงบันดาลใจ และความปรารถนาที่จะสร้างสิ่งมหัศจรรย์ สิ่งที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน สิ่งที่งดงามตระการตา มีเอกลักษณ์ของความเป็นไทย เป้าหมายของเรา คือ การสร้างสถานที่ท่องเที่ยวแบบแลนด์มาร์กที่สามารถสร้างแรงดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาเยือนภูเก็ตให้มากขึ้น ช่วยสร้างงาน กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาค”

สำหรับโครงการ “คาร์นิวัลเมจิก” เป็นธีมปาร์คคาร์นิวัลสไตล์ไทยที่แรกและที่เดียวในโลก ประกอบไปด้วย 4 โซนหลัก ดังนี้ โซนที่ 1 คือ คาร์นิวัลฟันแฟร์ (Carnival Fun Fair) ตื่นตาตื่นใจกับถนนชอปปิ้ง ที่จะพบกับสินค้าคุณภาพนานาชนิดจากทั่วภูมิภาคทั่วไทย ในร้านค้ามากมายที่ออกแบบตกแต่งอย่างงดงามตระการตา สีสันสดใสสไตล์คาร์นิวัล ในบรรยากาศแห่งความรื่นเริงสุขสันต์ของเทศกาลต่างๆ นอกจากนั้น ยังมีเครื่องเล่นสำหรับเด็กๆ ได้สนุกสนานเพลิดเพลิน ระหว่างที่คุณพ่อคุณแม่กำลังชอปปิ้งอีกด้วย เช่น ถ้วยชาหมุน ชิงช้าสวรรค์ ขับรถแข่ง นั่งรถไฟ และม้าหมุนที่เด็กๆ ชื่นชอบ

โซนที่ 2 ภัตตาคารเบิร์ดออฟพาราไดซ์ (Bird of Paradise) เป็นภัตตาคารบุฟเฟต์ที่สามารถรองรับผู้มาเยือนได้มากถึง 3,000 ที่นั่ง ในบรรยากาศการรับประทานอาหารเสมือนอยู่ในสวนแห่งสวรรค์ รายล้อมด้วยรูปปั้นนกยูงที่ยิ่งใหญ่ ภายในติดตั้งระบบปรับอากาศพร้อมด้วยห้องโถงขนาดใหญ่ สามารถใช้จัดเลี้ยงส่วนตัวเฉพาะกลุ่มได้ทุกขนาด บริการเมนูอาหารเลิศรสกว่า 100 เมนู ซึ่งเป็นเมนูแบบตะวันตก และตะวันออก อาหารอินเดีย อาหารมังสวิรัติ และอาหารฮาลาล

นอกจากนี้ ยังมีภัตตาคารหรู 3 ชั้นอีกแห่ง มีชื่อว่า “River of Bliss Luxury Restaurant” ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเทศกาลลอยกระทง ภายในให้บริการอาหารแบบเซตเมนูที่ลูกค้าเลือกเองได้ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกระทงที่สวยงาม และอีกหนึ่งไฮไลต์ของภัตตาคารแห่งนี้ คือ ลูกค้าที่จะมารับประทานอาหารที่ภัตตาคารแห่งนี้จะต้องมาตรงกลางของ “น้ำตกแห่งความสุข” (Happiness Falls) ที่บริเวณทางเข้าเพื่อขึ้น “เรือแห่งความสุขสำราญ” (Barge of Happiness) ซึ่งเรือจะลอยขึ้นเหนือจากพื้นประมาณ 7 เมตร เพื่อเข้าสู่บริเวณภายในภัตตาคาร

โซนที่ 3 คือ โรงละครริเวอร์พาเลซ (River Palace) เป็นโรงละครขนาดใหญ่ ที่มีพื้นที่กว่า 16,000 ตร.ม. หรือประมาณ 10 ไร่ นับเป็นโรงละครที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็น 1 ในโรงละครที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยตัวอาคารมีความยาวถึง 200 เมตร รองรับผู้ชมได้มากถึง 2,000 ที่นั่ง และภายในมีเวทีการแสดงที่ยาวถึง 70 เมตร กว้าง 22 เมตร พร้อมการแสดงบนเวทีในรูปแบบพาเหรดอินดอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในชื่อ “ริเวอร์คาร์นิวัล” (River Carnival) เป็นการแสดงพาเหรดที่ผสมผสานศิลปะไทยกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าด้วยกัน มีความยาวประมาณ 60 นาที ไฮไลต์อยู่ที่ขบวนรถพาเหรดที่ยาวที่สุดในโลก มีความยาวถึง 70 เมตร หรือเทียบเท่ากับเครื่องบินจัมโบ้ A380 และพบกับความยิ่งใหญ่ทำลายสถิติโลกของฉากเรือในขบวนแห่ และขบวนพาเหรดลอยฟ้าขนาดมหึมาที่ไม่มีใครสร้างมาก่อน พร้อมทั้งจอแอลอีดีที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสร้างมาสำหรับการจัดการแสดงพาเหรดในโรงละครแห่งแรกของโลก เครื่องยนต์กลไกพิเศษ ระบบแสงและเทคโนโลยีสำหรับเอฟเฟกต์พิเศษที่ล้ำสมัยที่สุดในปัจจุบัน

โซนที่ 4 คือ คิงดอมออฟไลทส์ (Kingdom of Lights) เป็นเมืองที่มีไฟประดับประดาสวยงามมากกว่า 40 ล้านดวงที่จะทำให้ทุกท่านได้เดินเที่ยวชมและสัมผัสกับแสงไฟที่สวยงามเหนือจินตนาการ ตื่นตาตื่นใจตลอดเวลา ไฮไลต์ของโซนนี้ คือ “River of Lights” ที่มีการนำดวงไฟหลายล้านดวงมาประดับบนโครงเหล็กดัดลวดลายสวยงาม (Luminarie) ที่มีความยาวรวมถึง 50 กิโลเมตร เป็นรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย ล้อมรอบทะเลสาบ โดยลูกค้าสามารถเดินผ่านสะพานเข้ามาในโซนนี้ เพื่อชมความอลังการของดวงไฟหลายสิบล้านดวงแบบพาโนรามารอบทิศทาง

สำหรับกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ให้ “คาร์นิวัลเมจิก” เป็นที่รู้จักและเป็นแหล่งท่องเที่ยวแลนด์มาร์กสำคัญเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกนั้น นายกิตติกร ระบุว่า เราเน้นการทำแผนสื่อสารการตลาดเชิงรุก แบบ 360 องศา มีทั้งการทำออฟไลน์และออนไลน์ โดยเฉพาะเราเน้นการทำโปรโมตทั้งในและนอกประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่ชื่นชอบการมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยกว่า 40 ประเทศ มีการทำโรดโชว์ไปยังสถานที่สำคัญทั่วทั้งภูเก็ต และจังหวัดสำคัญๆ ทั่วประเทศ รวมทั้งเอเยนต์ทัวร์ต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศที่เป็นพันธมิตรกับเรามาอย่างยาวนานกว่าพันแห่ง และแน่นอนว่าเราหันมาสร้างการรู้จักแบรนด์ผ่านการใช้สื่อออนไลน์ และ TV ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงสิ้นปีหน้า โดยกลุ่มเป้าหมายของคาร์นิวัลเมจิกนั้นได้วางสัดส่วนเป็นคนต่างชาติและคนไทยไว้ที่ 70:30 คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างชาติได้มากถึง 1-2 ล้านคนต่อปี และคาดว่ามีรายได้ 1,500 ล้านบาทต่อปี

นายกิตติกร ยังกล่าวถึงแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวภูเก็ตในปีหน้าว่า ด้วยศักยภาพของจังหวัดภูเก็ตที่มีทั้งชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยว ทรัพยากรธรรมชาติ โครงสร้างพื้นฐานที่อำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนภูเก็ต ทำให้ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาเยือนภูเก็ตตกปีละ 12-13 ล้านคน สร้างรายได้ทางเศรษฐกิจประมาณ 4 แสนล้านบาทต่อปี โดยมีนักท่องเที่ยวกว่า 70% เป็นชาวต่างชาติ ฉะนั้นความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งรัฐและภาคเอกชนจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การท่องเที่ยวภูเก็ตเติบโตรุดหน้าไปได้มากกว่านี้ ซึ่งเราในฐานะเป็นภาคเอกชนก็มีส่วนในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจการท่องเที่ยว ด้วยการสร้างสรรค์พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ดึงเอาเสน่ห์และความเป็นไทยมาสร้างเอกลักษณ์ให้ดูแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวอื่น ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ ส่งเสริมเศรษฐกิจ และบรรยากาศการลงทุนให้จังหวัดได้มากทีเดียว

ทั้งนี้ โครงการคาร์นิวัลเมจิก จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ประมาณต้นปี 2563 ขณะนี้การก่อสร้างมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 80%

นายกิตติกร ยังกล่าวถึงภาพรวมนักท่องเที่ยวมาใช้บริการที่ภูเก็ตแฟนตาซี ว่า ลดลงตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ภายหลังเกิดเหตุเรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต ทำให้นักท่องเที่ยวจีนหายไปเกือบทั้งหมด ทำให้ภาพรวมนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการที่ภูเก็ตแฟนตาซีลดลงประมาณ 30% แต่ในปี 2562 นี้ กระเตื้องขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่กลับมาเหมือนเดิม ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจัยลบด้านการท่องเที่ยวในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา ปัญหาเงินบาทที่แข็งค่า สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับการท่องเที่ยวที่มีขึ้นมีลง ภูเก็ตแฟนตาซีอยู่ภูเก็ตมากว่า 20 ปี เจอเหตุการณ์ในลักษณะแบบนี้มาหลายต่อหลายรอบแล้ว ชึ่งก็สามารถประคับประคองมาได้ตลอด 

แต่อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันแม้ว่านักท่องเที่ยวจีนจะยังไม่กลับมาทั้งหมด ก็มีนักท่องเที่ยวจากกลุ่มอื่นๆ เข้ามาทดแทน เช่น อินเดีย รัสเซีย และอีกหลายๆ ชาติ โดยเฉพาะอินเดีย เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 30 และมีแนวโน้มที่ดีอีกด้วย



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...