xs
xsm
sm
md
lg

คนใต้หมดหวังราคา “ยาง-ปาล์ม” เศรษฐกิจไทย “จน-รวย” ยิ่งถ่าง! (ชมคลิป)

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - เศรษฐศาสตร์ ม.อ. แบงก์ชาติสำนักงานภาคใต้ และ ธ.โลก สำนักงานประเทศไทย จัดสัมมนาแนวโน้มเศรษฐกิจไทย นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธ.โลก ชี้ราคายางพารา-ปาล์มน้ำมันเลยจุดสูงสุดมาแล้ว อีก 5 ปีไม่มากไปกว่าปีที่แล้ว เปิดกราฟรายได้ คนจนจนลงเรื่อยๆ ในขณะที่คนรวยได้ไปต่อ จี้เร่งเพิ่มประสิทธิภาพเกษตรกร จัดการเรื่องน้ำ แก้ความเหลื่อมล้ำทั้งด้านการศึกษา คมนาคม การลงทุนภาครัฐ

วันนี้ (16 ต.ค.) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานภาคใต้ และ ธนาคารโลก สำนักงานประเทศไทย จัดงานสัมมนา เรื่อง “แนวโน้มเศรษฐกิจไทยท่ามกลางกระแสเศรษฐกิจโลก”

ดร.เกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลก สำนักงานประเทศไทย บรรยายเรื่อง “แนวโน้มเศรษฐกิจโลก ทิศทางเศรษฐกิจไทย” ว่า ปัจจุบัน เศรษฐกิจโลกชะลอตัว เริ่มมีผลกระทบจากประเทศที่พัฒนาแล้วมาสู่ประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างประเทศไทยแล้ว โดยส่งผลต่อการส่งออก ในประเทศจีน ที่ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา จีนเป็นประเทศที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ แต่ขณะนี้ จีนเริ่มพยายามปรับการลงทุนเป็นการบริโภคภายในประเทศแบบค่อยเป็นค่อยไป และลดการลงทุน

 
ดร.เกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลก สำนักงานประเทศไทย
 
ดร.เกียรติพงศ์ กล่าวว่า เศรษฐกิจของไทยชะลอมากพอสมควร ทั้งผลจากเศรษฐกิจภายนอกและภายใน โดยภายในมีเรื่องภัยแล้ง การบริโภคที่ชะลอตัว ความไม่แน่นอนทางการเมือง การส่งออกที่ลดลง ท่องเที่ยวก็เริ่มชะลอลง สำหรับความเสี่ยงนั้น ในเรื่องนโยบายระหว่างจีนและสหรัฐฯ ในปัจจุบันจะอยู่กับเราอีกประมาณ 2-3 ปี แต่ก็ขึ้นอยู่กับนโยบาย อาจส่งผลให้เศรษฐกิจจีนชะลอลงกว่าที่คาด นอกจากนี้ ไทยยังมีหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น สำหรับการแก้ไขปัญหา นโยบายจะทำอย่างไร มี 2-3 สิ่งที่เราทำได้ ในแง่นโยบายการคลัง มีกระสุนเพียงพอหรือไม่ที่จะกระตุ้น แต่ต้องระมัดระวัง เพราะบางประเทศใช้ไปเยอะแล้ว ของเราโชคดีมีหนี้สาธารณะ 40 กว่าเปอร์เซนต์ เงินเฟ้อไม่สูง เงินสำรองยังอยู่ในระดับสูง ในภาพรวมยังมีเครื่องมือในนโยบายการคลัง โครงการภาครัฐควรดำเนินการได้อีกหลังจากชะลอเมื่อต้นปี ส่วนการค้า โอกาสจะทำข้อตกลงยังมีอยู่

“รายได้ ในช่วงปี 2551-2560 เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ไทยน่าเป็นห่วงที่สุด ช่วงแรกปี 2551-2556 คนจนเติบโตขึ้นมากกว่าคนรวย ถือว่าเป็นไปตามทฤษฎี เป็นสิ่งที่เราควรจะเห็น แต่เมื่อผ่านไป ภาพเปลี่ยนไป ช่วงปี 2558-2560 อัตราการเติบโตรายได้ของคนจนติดลบ ในขณะที่คนรวยโตอยู่ แต่ไม่มาก เป็นคนจนยิ่งจนลง แต่คนรวยก็รวยขึ้น เมื่อแยกตามรายภาค พบว่า ภาคอีสาน ผลกระทบชัดเจนที่สุด ตามมาด้วยภาคเหนือ ติดลบสำหรับคนจน ซึ่งสาเหตุน่าจะมาจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำและภัยแล้ง ส่งผลกระทบต่อรายได้เกษตร” ดร.เกียรติพงศ์ กล่าว

 
ดร.เกียรติพงศ์ กล่าวว่า เรื่องราคาเกษตร ราคายางพาราและปาล์มน้ำมัน เราผ่านจุดราคาสูงสุดไปแล้ว มองไปข้างหน้า 5 ปี คาดว่าจะไม่สูงกว่าปีที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาคือเพิ่มประสิทธิภาพเกษตร โดยเฉพาะเรื่องทรัพยากรน้ำ ควรลงทุนมากขึ้น เพราะที่ผ่านมา กระจุกตัว เกษตรกรจำนวนมากเข้าไม่ถึงทรัพยากรน้ำ ซึ่งการบริหารการลงทุนภาครัฐหลายโครงการล่าช้า ทั้งถนน ทางด่วน สนานบิน เรื่องน้ำล่าช้าที่สุด การศึกษาที่เหลื่อมล้ำกันมาก เด็กในต่างจังหวัดเข้าถึงโอกาสไม่เท่าเด็กในกรุงเทพฯ เด็กต่างจังหวัดตามหลังเด็กกรุงเทพฯ ค่อนข้างเยอะ ทั้งนี้ เรื่องความเหลื่อมล้ำจะทำอย่างไรจะให้การเติบโตกระจายตัว ทำให้การเดินทางแต่ละภูมิภาคดีขึ้น มีการลงทุนภาครัฐต่อเนื่อง ทำไมโครงการภาครัฐล่าช้า โดยเฉพาะในต่างจังหวัด หลายคนอาจบอกว่า การเมืองเปลี่ยนแปลง แต่จริงๆ มีคอขวดหลายจุดทั้งการประเมิน ออกแบบ

นายสันติ รังสิยาภรณ์รัตน์ ผอ.อาวุโส ธปท. สำนักงานภาคใต้ บรรยายเรื่อง “ทิศทางเศรษฐกิจภาคใต้” ว่า แนวโน้มที่เหลือในปี 2562 เศรษฐกิจภาคใต้จะขยายตัวเล็กน้อย โดยมีรายได้ของเกษตรกรและการบริโภคของเอกชนที่จะเป็นตัวช่วยให้ขยายตัวได้ แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ทั้งนี้ ความท้าทายของเศรษฐกิจไทย มี 3 ปัจจัยหลัก คือ (1) ค่าเงินผันผวน (2) มูลค่าการส่งออกไทยหดตัว และ (3) จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง อย่างไรก็ตาม ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาพบว่า เศรษฐกิจภาคใต้ชะลอตัวลง โดยมีเรื่องรายได้เกษตรเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ มีรายได้จากปาล์มเป็นส่วนใหญ่ แม้ราคาจะไม่มาก แต่เมื่อคิดจากปริมาณที่มากขึ้น ทำให้รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้นขยายตัวดี 5.2 % นอกจากนี้ยังมีการบริโภคของภาคเอกชนขยายตัวชะลอลง 1.6 % และการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวชะลอลง 1 % ตามการนำเข้าสินค้าทุนและพื้นที่อนุญาตก่อสร้าง โดยมีปัจจัยฉุดรั้งคือ การใช้จ่ายภาครัฐที่หดตัวลง 7.2 % การท่องเที่ยวหดตัว 4 % และการผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวต่อเนื่อง 3.1 %

ด้าน ดร.สินาด ตรีวรรณไชย คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.อ. กล่าวว่า การพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาวนั้น สำคัญที่จะมีต้องพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาคและระดับท้องถิ่น รวมถึงการพัฒนาเมืองในต่างจังหวัด เพราะการพัฒนากรุงเทพฯ เกินจุดคุ้มทุนไปแล้ว ทั้งนี้ เมื่อคนเราเติบโตมามีการย้ายถิ่นไปประกอบอาชีพในเมืองใหญ่ จะเหลือคนในท้องถิ่นจะน้อยกว่า ความเหลื่อมล้ำจึงยากในการแก้ไข เพราะคนในพื้นที่อาจจะเรียนรู้ได้ช้ากว่าคนที่เข้าไปอยู่เมือง
 

นายสันติ รังสิยาภรณ์รัตน์ ผอ.อาวุโส ธปท. สำนักงานภาคใต้
ดร.สินาด ตรีวรรณไชย คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.อ.



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...