xs
xsm
sm
md
lg

ร้องเพลงรอ! กลุ่มคนไร้ที่ดินทำกินบุกยึดพื้นที่หมดสัมปทานต้องรอต่อหลังรัฐยังไม่ชัดเจน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ร้องเพลงรอ! กลุ่มคนไร้ที่ดินทำกินบุกยึดพื้นที่หมดสัมปทานเหมือนแร่ดีบุกยังต้องรอกันต่อ หลังรัฐยังไม่มีความชัดเจนจัดสรรที่ดิน ขณะที่กลุ่มบุคคลนำเอกสารอ้างสิทธิครอบครองมายืนยันขับไล่พ้นพื้นที่

สำหรับปัญหากลุ่มชาวบ้านที่รวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่ม เป็นสหกรณ์ เป็นชุมชน ต่างๆ ในนามคนไร้ที่ดินทำกิน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เดียวกันคือ การเรียกร้องขอสิทธิในที่ดินทำกินในพื้นที่หมดสัมปทานประทานบัตรเหมืองแร่ดีบุก และสวนปาล์มน้ำมัน ใน จ.สุราษฎร์ธานี ถือเป็นปัญหาที่หมักหมมกันมาอย่างยาวนานหลายสิบปีมาแล้ว แต่ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องและชัดเจน จนถึงขณะนี้ยังคงมีการกระทบกระทั่งกันระหว่างกลุ่มชาวบ้านไร้ที่ดินทำกิน เจ้าหน้าที่รัฐ และนายทุน ที่ยังคงทำมาหากินอยู่ในพื้นที่ที่หมดสัมปทาน

สำหรับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถือเป็นจังหวัดแรกที่มีการเคลื่อนไหวเข้าไปบุกยึดพื้นที่หมดสัมปทาน ทั้งประทานบัตรเหมืองแร่ และสวนปาล์มน้ำมัน โดยจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในช่วงสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และมีการประกาศนโยบายที่จะจัดสรรที่ดินให้แก่คนไร้ที่ดินทำกิน โดยการเข้าไปบุกยึดในแต่ละแปลง จะมีแกนนำเข้าไปดำเนินการและจัดสรรที่ดินให้แก่สมาชิกของกลุ่มได้มีที่ดินทำรายละ 5-10 ไร่ บางพื้นที่ก็ได้รายละ 2 ไร่ เพื่อไปทำกินในรูปแบบเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพ่อ แต่อย่างไรก็ตาม ระหว่าที่มีการเข้าไปบุกรุกครอบครอง

จนกระทั่งมีการปฏิวัติยึดอำนาจ ทำให้กลุ่มชาวบ้านที่รวมตัวเข้าไปอยู่ในที่ดินหมดสัมปทาน ต่างก็ต้องเคลื่อนย้ายออกจากที่รัฐเนื่องจากเกรงกลัวต่ออำนาจ ม.44 ทำให้ปัญหาที่ดินทำกินไม่มีกลุ่มพลังมวลชนเคลื่อนไหว จนกระทั่งหลังการเลือกตั้งแล้วเสร็จ กลุ่มพลังมวลชนต่างๆ ก็เริ่มออกมาเคลื่อนไหว และกลับเข้าไปปลูกบ้านอาศัยอยู่ในพื้นที่หมดสัมปทานเหมือนเดิม มีหลายจุดหลายแห่งที่ประชาชนเข้าไปปลูกบ้านสร้างเพิงพักอาศัยเป็นชุมชน ซึ่งแต่ละชุมชนมีมากกว่า 100 ครัวเรือน เพื่อเรียกร้องให้มีการจัดสรรที่ดินหมดสัมปทานให้ชาวบ้านไร่ที่ทำกินได้อยู่อาศัย

การเข้าไปในครั้งนี้ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.นาสาร อ.บ้านนาสาร ซึ่งเป็นพื้นที่หมดอายุประทานบัตรเหมืองแร่ ซึ่งมีกลุ่มผู้ไร่ที่อยู่อาศัยประมาณ 300 ครัวเรือนเข้าไปครอบครองพื้นที่ เนื่องจากมีการกระทบกระทั่งกันระหว่างชาวบ้าน และผู้ที่อ้างสิทธิว่าได้รับการจัดสรรที่ดินในพื้นที่ดังกล่าวจาก ส.ป.ก. จำนวน 25 ไร่ ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่หมายตาของคนหลายกลุ่ม จึงเกิดการเคลื่อนไหวในลักษณะนำกำลังเข้าข่มขู่กดดันกลุ่มชาวบ้านที่อ้างตัวว่าเป็นผู้มีฐานะยากจนไม่มีที่ดินทำกินและชาวบ้านที่ถูกขับไล่ออกจากพื้นที่รถไฟให้ออกจากพื้นที่ สำหรับพื้นที่ดังกล่าวมีเกือบ 300 ไร่ เดิมเป็นเขตประทานบัตรของเหมืองแร่ดีบุก ต่อมา ประทานบัตรได้หมดอายุเมื่อประมาณปี 2539 ทางภาครัฐได้ยึดพื้นที่คืนเพื่อนำพื้นที่มาเตรียมจัดสรรให้ประชาชนที่ไม่มีที่ดินได้อยู่อาศัยทำกินตามนโยบายของรัฐบาล แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการจัดสรรแต่อย่างใด ยกเว้นรายที่มีการอ้างสิทธิครอบครองที่ 25 ไร่

น.ส.นลิน คงทรัพย์ ประธานกลุ่มปฏิรูปที่ดินพันธ์ไทย 1 สุราษฎร์ธานี บอกว่าตนเองพร้อมกับชาวบ้านในพื้นที่อำเภอบ้านนาสาร ได้เคลื่อนไหวเรียกร้องให้ตรวจพื้นที่ดังกล่าวว่าเป็นพื้นที่ขึ้นอยู่กับหน่วยงานใด โดยเข้ายื่นหนังสือเรียกร้องการตรวจสอบพื้นที่ต่อสำนักนายกรัฐมนตรี ต่อมา ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 15/2555 ลงวันที่ 15 มกราคม 2555 ที่ลงนามโดยนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม โดยมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและได้แนวทางในการปฏิบัติโดยเร็ว จึงแต่งตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานอนุกรรมการ โดยมีคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 20 นาย

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2556 นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีบริษัท ไทยบุญทอง จำกัด อำเภอชัยบุรี และบริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด อำเภอพระแสง เข้าทำประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่าไม้และบริเวณที่เคยได้รับอนุญาตให้ทำเหมืองแร่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าบ้านนา ป่าท่าเรือ และป่าเคียนซา ตำบลบ้านนาสาร อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด หรือรองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานคณะกรรมการ โดยประกอบไปด้วยคณะทำงานมีผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 11 สุราษฎร์ธานี ปฏิรูปที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ผู้อำนวยการส่วนจัดการที่ดินป่าไม้ สนง.ทรัพยากรป่าไม้ที่ 11 (สุราษฎร์ธานี) ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด นายอำเภอ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท้องที่ น.ส.นลิน คงทรัพย์ นายครวญ ปานเมือง และคนอื่นๆ รวมทั้งสิ้นจำนวน 16 คน

ต่อมา คณะตรวจข้อเท็จจริงที่มีนายวงศศิริ พรชนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ลงตรวจพื้นที่เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2556 ได้ตรวจสอบเบื้องต้นพร้อมรังวัดพื้นที่และจัดทำแผนที่มาตราส่วน 1:40.000 และ 1:4.000 เสร็จสิ้นได้เนื้อที่ประมาณ 268 ไร่ มีการปลูกพืชผลอาสินไว้เต็มพื้นที่ แต่ไม่ปรากฏเจ้าของผู้ครอบครองมาแสดงตนแต่อย่างใด จึงเป็นเหตุให้กลุ่มปฏิรูปที่ดินฯ อ้างว่าเป็นของนายทุนและขอให้นำมาจัดสรรให้ประชาชนที่ไม่มีที่ดินได้ทำกินต่อไป

น.ส.นลิน คงทรัพย์ ประธานกลุ่มปฏิรูปที่ดินพันธ์ไทย 1 สุราษฎร์ธานียังเปิดเผยอีกว่า เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2558 ตนได้ยื่นหนังสือต่อ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ประชาชนที่ไม่มีที่อยู่อาศัยเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าบ้านนา ป่าท่าเรือ และป่าเคียนซา ตำบลบ้านนาสารไปพลางๆ ก่อน เพื่อรอการจัดสรรที่ดินทำกินตามนโยบายของรัฐบาล

และต่อมา ทางการเมืองได้เกิดการปฏิวัติ ตนจึงได้นำชาวบ้านออกจากพื้นที่เนื่องจากกลัวมาตรา 44 หลังจากทางการเมืองเข้าสู่ระบบการเลือกตั้งแล้วได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ชาวบ้านจึงเคลื่อนไหวเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่ตามเดิมเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา หลังจากชาวบ้านเข้ามาอยู่แล้วปรากฏว่าได้ถูกกลุ่มนายทุนและนักการเมืองท้องถิ่นต้องการพื้นที่นี้เช่นกันได้ประสานไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านนาสาร นำกำลังเข้ามากดดันและพูดจาข่มขู่ชาวบ้านให้เกิดความหวาดกลัวจนสมาชิกตกใจกลัวจนช็อกเป็นลมถึงขั้นเสียชีวิตไป 1 ราย

ถึงวันนี้ชาวบ้านอยากทราบข้อเท็จจริงและความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นของหน่วยงานใด มีการจัดสรรไปให้ผู้อ้างสิทธิจริงหรือไม่ รวมทั้งความคืบหน้าการจัดสรรที่ดินให้ชาวบ้านที่ไร้ที่ดินทำกินจะมีการดำเนินการเมื่อไหร่ หากพบว่าที่ที่ชาวบ้านอาศัยอยู่หาก ส.ป.ก.จัดสรรให้ชาวบ้านจริงๆ ก็พร้อมที่จะออกจากพื้นที่ดังกล่าว แต่ขอให้เป็นเกษตรกรผู้ยากไร้ไม่มีที่ดินทำกินตามนโยบาลรัฐบาล ไม่ใช่นำพื้นที่ดังกล่าวไปจัดสรรให้กลุ่มนายทุน

สำหรับปัญหาการจัดสรรที่ดินทำกินตามนโยบายของรัฐบาลให้ประชาชนผู้ยากไร้ที่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง ยังคงรอคอยความหวังกันต่อไป ท่ามกลางชาวบ้านที่ยังเข้าไม่ถึงภาครัฐ จากความไม่ชัดเจนชาวบ้านมองว่าทางภาครัฐไม่จริงจังในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน แต่กลับไปเอื้อประโยชน์ให้นายทุน


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...