xs
xsm
sm
md
lg

ภรรยาและญาติ “อับดุลเลาะ อีซอมูซอ” ควงทนายบุก “สภา-ดีเอสไอ” ร้องขอความเป็นธรรม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


  
ศูนย์ข่าวภาคใต้ - วันนี้ (9 ต.ค.) ภรรยาและญาติ “อับดุลเลาะ อีซอมูซอ” พร้อมทนายความจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม จะเดินสายไปร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ของสภาผู้แทนราษฎร และทวงถามความคืบหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ

 
เว็บไซต์มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (Cross Cultural Foundation) รายงานว่า ในวันพุธที่ 9 ต.ค.2562 เวลา 09.00 น. น.ส.ซูไมยะห์ มิงกะ ภริยาของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ พร้อมญาติและทนายความจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม จะร่วมกันเดินทางไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อร้องเรียนขอความเป็นธรรมให้เร่งรัดการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อกรณีการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ
 
ทั้งนี้ การเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ เกิดขึ้นภายหลังมีอาการสมองตาย และต้องนอนติดเตียงแบบไม่รู้สึกตัวอยู่นานก่อนสิ้นลม อันเป็นผลจากการถูกควบคุมตัวแล้วเพียง 13 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2562 ตามกฎหมายพิเศษที่บังคับใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้จะถูกส่งรักษาตัวถึง 3 โรงพยาบาล คือ ที่โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี โรงพยาบาลปัตตานี แล้วส่งต่อไปยังสงขลานครินทร์ (ม.อ.หาดใหญ่) จ.สงขลา โดยทางทีมแพทย์ได้ออกหนังสือรับรองการเสียชีวิต ระบุว่า เกิดจากภาวะสมองขาดออกซิเจนและขาดเลือด โดยญาติพี่น้อง และองค์การสิทธิมนุษยชนสงสัยว่า อาจถูกทรมานจากเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมตัวจนเสียชีวิตดังกล่าว
 
เป็นเวลา 2 เดือนกว่าที่เกิดเหตุการณ์ทำให้นายอับดุลเลาะ เสียชีวิต แม้ญาติจะได้ร้องเรียนขอความเป็นธรรมไปหลายหน่วยงาน แต่ต้องประสบกับความยากลำบากและล่าช้าในการค้นหาความจริง การเข้าถึงพยานหลักฐาน การไต่สวนการตาย และการดำเนินคดีอาญาต่อเจ้าหน้าที่ผู้กระทำผิด ทั้งที่ก่อนการถูกควบคุมตัว นายอับดุลเลาะ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง รู้สึกตัวดี ไม่มีโรคประจำตัวใดๆ ซึ่งหลังควบคุมตัวโดยกฎหมายพิเศษเพียงระยะเวลาไม่ถึง 1 วัน กลับต้องส่งตัวเข้ารับการรักษาต่อเนื่องในสภาพที่ตรงกันข้าม
 
“หากพบว่าเป็นการกระทำที่เป็นความผิดทางอาญา ต้องมีการหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดย น.ส.ซูไมยะห์ และญาติจะเดินทางไปยื่นหนังสือเพิ่มเติมและติดตามเรื่องที่ได้ร้องทุกข์ไว้แล้วต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในวันที่ 9 ต.ค.2562 ด้วย ในเวลา 15.00 น.” เว็บไซต์มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ระบุ
 
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2562 ตัวแทนทนายความจากมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม จ.ปัตตานี และภริยานายอับดุลเลาะ ยังได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ให้ดำเนินคดีทางอาญาต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว เป็นคดีอาญาหมายเลข 293/2562 ของ สภ.หนองจิก และได้ยื่นขอเวชระเบียนของนายอับดุลเลาะ จากโรงพยาบาลต่างๆ ที่เข้ารับการรักษา และโรงพยาบาลต้นสังกัดของผู้ป่วยก่อนการถูกควบคุมตัว
 
ปัจจุบัน ได้รับเอกสารจากโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหารแล้ว ส่วนโรงพยาบาลอื่นๆ อยู่ระหว่างการดำเนินการของโรงพยาบาล และเมื่อวันที่ 5 ต.ค.2562 ได้มีการจัดกิจกรรมรำลึกครบรอบ 40 วันการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะขึ้นโดยมีเวทีเสวนาเรื่อง “ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความอยุติธรรม” ด้วย  
 
เว็บไซต์มูลนิธิผสานวัฒนธรรมยังให้ข้อมูลด้วยว่า ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ใช้กฎหมายพิเศษ การสืบสวนสอบสวนเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยหน่วยงานของรัฐยังขาดประสิทธิภาพ และไม่มีการดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ต้องสงสัยที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะหากการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นในค่ายทหาร หรือเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ
 
ในระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ในคดีทรมานไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐคนใดถูกลงโทษทางวินัยและทางอาญา อีกทั้งรัฐบาลก็ยังไม่เร่งรัดให้มีการตรากฎหมายเพื่อป้องกันการทรมาน และกำหนดให้การทรมานเป็นความผิดทางอาญาแต่อย่างใด
 
กรณีดังกล่าวเป็นกรณีที่มีความสำคัญต่อการสร้างความโปร่งใสและเกิดการตรวจสอบในการควบคุมตัวบุคคลตามอำนาจกฎหมายพิเศษที่มีการใช้มากว่า 15 ปี โดยคดีนี้ทนายความมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม และทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ซึ่งได้รับมอบหมายให้ช่วยเหลือคดีเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่นายอับดุลเลาะ และญาติจะดำเนินการจนถึงที่สุด ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการบังคับใช้กฎหมายพิเศษในระดับนโยบายและกระบวนการยุติธรรมในจังหวัดชายแดนใต้ต่อไป
 


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...