xs
xsm
sm
md
lg

คู่อริก่อเหตุซ้ำซาก บุกเผารถ จยย.ผู้ใหญ่บ้านกลางดึกก่อนหลบหนี ถูกยิงใส่หลัง 2 นัด ตอนเช้าพบกลายเป็นศพ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์




ชุมพร - คู่อริก่อเหตุซ้ำซากบุกเผารถจักรยานยนต์ ผู้ใหญ่บ้าน กลางดึกแล้วขับหลบหนี แต่ถูกยิงใส่หลังไป 2 นัด ก่อนนำภาพจากกล่องวงจรปิดโร่ไปแจ้งความ พบคนร้ายกลายศพตอนเช้าตายอยู่ข้างถนน

เมื่อเวลา 07.30 น. วันนี้ ( 30 ก.ย.) พ.ต.ท.อำพล นุชนงค์ สว.(สอบสวน) สภ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์แหกโค้งชนเสาไฟฟ้าเสียชีวิต ที่บริเวณถนนเพชรเกษม-รับร่อ หมู่ 4 ตำบลท่าข้าม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผกก.สภ.ท่าแซะ แพทย์เวร รพ.ท่าแซะ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิชุมพร

ที่เกิดเหตุริมถนนลาดยางทางไปชายแดนไทย-เมียนมา พบรถ จักรยานยนต์ ฮอนด้า สีแดง-ขาว ทะเบียน 1กก.1057 ชุมพร ชนอัดติดอยู่กับเสาไฟฟ้า มีผู้เสียชีวิตทาบชื่อ นายเกษมศักดิ์ นิยมธรรมชาติ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ 14 ตำบลท่าข้าม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร สภาพศพนอนหงายหน้าส่วนขาทั้งสองข้างเกยอยู่บนรถจักรยานยนต์ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ชันสูตรพลิกศพปรากฏว่าไม่ใช่เป็นอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์แหกโค้งเสียชีวิต ตรวจสอบพบที่สะบักหลังด้านขวามีรูกระสุนปืนไม่ทราบชนิด 2 รู หัวกระสุนตุงอยู่ที่คอด้านหน้า

จากการสืบสวนทราบว่า เมื่อช่วงเวลา 03.00 น.กลางดึกของคืนเดียวกัน นายกู้เกียรติ วังชิต อายุ 48 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ตำบลท่าข้าม อ.ท่าแซะ ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดไปแจ้งความว่าช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนได้มี นายเกษมศักดิ์ นิยมธรรมชาติ อายุ 32 ปี บุกเข้าไปจุดไฟเผารถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้านของตนแล้วหลบหนีไป ซึ่งเป็นคนเดียวกันกับศพที่เจ้าหน้าที่ไปชันสูตร ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านที่บุก.ไปเผารถจักรยานยนต์ประมาณ 400 เมตร จึงประสานไปยังผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวให้ทราบเรื่อง

ต่อมาเวลา 09.00 น.นายกู้เกียรติ วังชิต อายุ 48 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ตำบลท่าข้าม ได้เดินทางไปพบกับ พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผกก.สภ.ท่าแซะ พร้อมกับนำอาวุธปืนขนาด 9 มม.ของกลางไปมอบให้ โดยนายกู้เกียรติให้การว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ก่อนไปแจ้งความ นายเกษมศักดิ์ผู้ตายได้บุกไปเผารถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้านของตน เมื่อตนได้เปิดประตูออกมาเห็นคนร้ายกำลังลงมือเผารถ คนร้ายได้วิ่งไปขับรถจักรยานยนต์เพื่อหลบหนีไป ตนจึงใช้อาวุธปืนยิ่งขู่ไล่หลังไปจำนวน 2 นัด แต่ก็คิดว่าไม่ถูกใครเพราะมืดมาก

จากนั้นหลังจากตนใช้น้ำราดดับไฟที่กำลังไหม้รถจักรยานยนต์จนดับลง แล้วไปเปิดดูกล้องวงจรปิดที่ตนติดตั้งไว้ เห็นหน้าตาคนร้ายชัดเจนว่าเป็นนายเกษมศักดิ์ ที่บุกมาเผารถจักรยานยนต์ของตน จึงนำหลักฐานไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.ท่าแซะ จนกระทั่งมาทราบว่านายเกษมศักดิ์ถูกยิงแล้วขับรถหนีแหกโค้งตายที่เกิดเหตุจึงรีบมามอบตัวดังกล่าว

นายกู้เกียรติ กล่าวว่า ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา นายเกษมศักดิ์ผู้ตายไม่ทราบว่าโกรธเคียงตนเรื่องอะไร โดยครั้งแรกได้ลอบทุบรถยนต์กระบะที่ตนจอดอยู่ในลานวัดช่วงงานประจำปีในตำบลท่าข้าม ครั้งที่ 2 ลอบเข้าไปทุบทำลายรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้าน ครั้งที่ 3 ใช้หนังใช้หนังสติ๊กยิงรถยนต์กระบะของตนที่จอดอยู่หน้าบ้าน ครั้งที่ 4 บุกมาทุบตู้ก๋วยเตี๋ยวของภรรยาตนที่เปิดขายอยู่ข้างบ้านจนแตกเสียหาย โดยครั้งที่ 1และที่ 2 ตนไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ท่าแซะ แต่มีการมาเจรจาไกล่เกลี่ยชดใช้ค่าเสียหายซึ่ งตนก็ยอมความให้ ส่วนครั้งที่ 3 ตนไม่ยอมความและผู้ต้องหาอยู่ระหว่างประกันตัว จากนั้นมาก่อเหตุครั้งที่ 4 อีก เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับดำเนินคดี
 
จนมาก่อเหตุครั้งที่ 5 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา นายเกษมศักดิ์ได้มาบุกมาลอบเผารถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้านของตนอีก จนมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น โดยตนไม่มีเจตนาจะยิงให้ตายแต่เพื่อยิงขู่เท่านั้น ที่ผ่านมาตนก็ไม่รู้ว่าทำไมผู้ตายถึงโกรธเคืองอาฆาตตนได้ขนาดนั้น หรืออาจจะเป็นเพราะนายเกษมศักดิ์เข้าใจว่าตนไปให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติพฤติกรรมไม่ดีของผู้ตายก็เป็นได้

ด้าน พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผกก.สภ.ท่าแซะ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุนายกู้เกียรติ วังชิต ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ตำบลท่าข้าม ได้มาแสดงตนพร้อมนำอาวุธปืนมามอบให้กับตำรวจแล้ว และได้สอบปากคำไว้เป็นการเบื้องต้น แต่ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาใดๆ เพราะต้องรวบรวบพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้ง 2 ฝ่ายให้ชัดเจนเสียก่อน จากนั้นก็จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...