xs
xsm
sm
md
lg

เหยื่อคดี “ผู้กองณัฎฐ์” อุ้มสองผัวเมียยัดยาบ้า-รีดทรัพย์ ยื่นร้องศาลจี้ สตช.ชำระหนี้

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
ตรัง - เหยื่อคดี “ผู้กองณัฎฐ์” ร่วมกับพวก อุ้มยัดยาบ้า ทรมาน รีดทรัพย์ สองสามีภรรยา ขอพึ่งบารมีศาลจังหวัดตรังอีกครั้ง ร้องใช้อำนาจยึดทรัพย์สิน สตช.มาขายทอดตลาด นำเงินชำระหนี้ผู้เสียหาย 1.2 ล้านบาทเศษ

วันนี้ (26 ก.ย.) นางวันเพ็ญ คงมาก อายุ 53 ปี ชาว ต.ลำนาว อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย นายณัฐพล ชูรัตน์ ทนายความ ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดตรัง เพื่อขอให้ออกหมายบังคับคดี และแต่งตั้งเจ้าหนักงานบังคับคดี ด้วยการให้ยึดทรัพย์ หรืออายัดทรัพย์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในกรณีที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 9 ที่ให้ชำระเงินให้แก่ นายประดิษฐ์ คงมาก และนางวันเพ็ญ คงมาก สองสามีภรรยา

ซึ่งคดีนี้ผู้เสียหายทั้งสองเป็นโจทก์ยื่นฟ้องตำรวจชุด ร.ต.อ.ณัฎฐ์ หรือณัฏฐ์ ชลนิธิวณิชย์ และพวกว่าร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายร่างกายนายประดิษฐ์ ด้วยการให้นอนคว่ำหน้า ถอดกางเกง ราดน้ำบังคับให้รับว่ามีเมทแอมเฟตามีนซุกซ่อน เมื่อนายประดิษฐ์ไม่ยอมรับ ร.ต.อ.ณัฏฐ์ กับพวกจึงใช้ไฟฟ้าช็อตที่บริเวณต้นขาทั้ง 2 ข้าง และที่อวัยวะเพศ พร้อมทั้งใช้ถุงคลุมปิดตา จนทำให้นายประดิษฐ์ได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส นอกจากนี้ยังมีการเรียกเงิน สร้อยคอทองคำจากนางวันเพ็ญ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2550

โดยศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2561 ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทย์ทั้ง 2 คน เป็นเงิน 2,795,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จสิ้น จากที่โจทย์ฟ้องเรียกค่าเสียหายไปทั้งหมด 13,595,102 บาท ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 พิพากษาให้จำเลย (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ชำระเงิน จำนวน 1,295,000บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้อง คือวันที่ 10 สิงหาคม 2558 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทย์ทั้งสอง กับให้จำเลยจ่ายค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นแทนโจทย์ทั้งสอง เฉพาะส่วนที่เป็นค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ทั้งสองชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท

แต่ปรากฏว่าเวลาล่วงเลยมาเป็นเวลานานกว่า 7 เดือน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ยังไม่มีการชดใช้เงินค่าเสียหายตามจำนวนดังกล่าวให้แก่จำเลยทั้ง 2 คนแต่อย่างใด โดยทางทนายได้มีการส่งคำบังคับคดีไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2562 เพื่อแจ้งเตือนให้ สตช.ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล แต่สุดท้าย สตช.ก็ยังเพิกเฉย
 

 
นายณัฐพล ชูรัตน์ ทนายความ กล่าวว่า หลังจากที่จำเลย (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ได้รับคำบังคับปรากฏว่า จำเลยก็ยังเพิกเฉย ไม่ยอมปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 9 ตนเองพร้อมโจทก์จึงเดินทางมาขอยื่นคำร้องขออำนาจศาลออกหมายบังคับคดี และตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน สตช.มาดำเนินการขายทอดตลาด เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่จำเลยจนครบถ้วน ซึ่งเป็นเหยื่อของบุคลากรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวนเพียง 1.2 ล้านบาทเศษเท่านั้น โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งทางโจทย์คือ นายประดิษฐ์ และนางวันเพ็ญ ได้ฟ้องร้องดำเนินคดีกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในปี 2558 ซึ่งศาลได้ตัดสินสิ้นสุดคดีเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2562 แต่ สตช.ก็ยังเพิกเฉย

ด้านนางวันเพ็ญ กล่าวว่า คดีนี้เมื่อปี 2550 ตำรวจชุด ร.ต.อ.ณัฎฐ์ หรือณัฏฐ์ ชลนิธิวณิชย์ และพวก ร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายบังคับ ทรมานตนเองและสามี รีดทรัพย์เงิน รวมทั้งกระชากสร้อยคอทองคำไป ทำให้ตนเอง และครอบครัวต้องเดือดร้อน ต้องขายทรัพย์สินมาต่อสู้คดีในชั้นศาลจนหมดเนื้อหมดตัว ครอบครัวแตกแยก ตนจึงได้มีการต่อสู้คดีมาจนถึงปี 2562 แต่ยังไม่ได้รับเงินค่าเสียหายจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งๆ ที่คดีถึงที่สุด ศาลอุทธรณ์พิพากษาชดใช้ค่าเสียหาย แต่ สตช.ก็ยังไม่ออกมารับผิดชอบ

วันนี้จึงต้องเดินทางมากับทนายเพื่อให้ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย และขอวิงวอนให้สื่อมวลชนช่วย เพราะตนเองเป็นประชาชนธรรมดาที่ได้รับความเดือดร้อนจากสิ่งที่คนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทำความผิดไป ก็ต้องรับผิดชอบ ให้สงสารประชาชน ประกอบกับตนอยากร้องขอความช่วยเหลือไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าหน่วยงานของรัฐ คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กระทำความผิดต่อกฎหมาย ต่อประชาชน ซึ่งศาลพิพากษาเสร็จสิ้นแล้ว ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ช่วยติดตามสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ด้วย
 


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...