xs
xsm
sm
md
lg

ขัด รธน.-เพิ่มขัดแย้ง! สำนักจุฬาราชมนตรีร้อง ผบ.ตร.หยุดสันติบาลขอข้อมูล นศ.มุสลิม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ภาพจากเพจ สำนักจุฬาราชมนตรี
 
ศูนย์ข่าวภาคใต้ - สำนักจุฬาราชมนตรี ยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร.ขอให้สั่งการสันติบาลหยุดการเลือกปฏิบัติจากกรณีขอข้อมูลนักศึกษามุสลิมจากมหาวิทยาลัย ชี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 27 และจะเป็นชนวนสร้างความขัดแย้งให้เพิ่มขึ้น ชี้เหตุไฟใต้ไม่ใช่มาจากศาสนา แต่เป็นเรื่องการเมืองที่เอาศาสนาไปเป็นเครื่องมือ

วันนี้ (24 ก.ย.) เพจสำนักจุฬาราชมนตรี รายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. นายสุธรรม บุญมาเลิศ เลขานุการจุฬาราชมนตรี และนายซากีย์ พิทักษ์คุมพล ส.ว. และรองเลขานุการจุฬาราชมนตรี ได้เข้ายื่นหนังสือต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กรณีตำรวจสันติบาลได้ขอให้มหาวิทยาลัยสำรวจรายชื่อนักศึกษาที่นับถือศาสนาอิสลาม ตามที่ได้มีการเผยแพร่เอกสารทางสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง โดยมีผู้แทนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติรับหนังสือดังกล่าว

หนังสือของสำนักจุฬาราชมนตรี ระบุตอนหนึ่งว่า สำนักจุฬาราชมนตรีรับทราบกรณีดังกล่าวด้วยความวิตกกังวลอยางยิ่ง เพราะถือเป็นการเลือกปฏิบัติต่อพลเมืองมุสลิมในประเทศไทย ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 27 ที่ถือว่า บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย มีสิทธิเสรีภาพและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ การเลือกปฏิบัติดังกล่าว นอกจากจะไม่ช่วยให้สถานการณ์ความมั่นคงดีขึ้นแล้ว ยังอาจซ้ำเติมให้สังคมเกิดความรุนแรงมากขึ้นด้วย

“เมื่อรัฐเลือกปฏิบัติต่อคนบางกลุ่ม อาจกลายเป็นชนวนให้เกิดความแตกแยกและเกลียดชังกันและกันของคนในชาติได้ ทำให้รู้สึกแปลกแยกต่อกันและกัน และอาจนำไปสู่ความพยายามที่จะแบ่งแยกดินแดนมากขึ้น ทั้งนี้ ในหมู่มุสลิมอาจมีคนบางกลุ่มมีความคิดอ่านรุนแรงตกขอบอยู่จริง แต่การแก้ไขปัญหาดังกล่าวต้องไม่ใช้วิธีการเลือกปฏิบัติ ความคิดรุนแรงต้องเยียวยาด้วยการสร้างความเข้าใจและทัศนคติเชิงบวกเท่านั้น ไม่ควรใช้วิธีเลือกปฏิบัติ เพราะเป็นการสร้างทัศนคติเชิงลบว่า ในขณะที่ความคิดสุดโต่งมีอยู่ในทุกศาสนิก แต่รัฐกลับเลือกที่จะกดดันเฉพาะกลุ่มมุสลิมเท่านั้น ความรู้สึกเช่นนี้ หากเกิดในหมู่ประชาชนย่อมส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของชาติแน่นอน”
 
ภาพจากเว็บไซต์ สำนักจุฬาราชมนตรี
 
ทั้งนี้ สำนักข่าวบีบีซีไทย รายงานด้วยว่า การยื่นหนังสือของสำนักจุฬาราชมนตรีครั้งนี้ เพื่อขอให้ ผบ.ตร.สั่งการให้ตำรวจสันติบาลยุติการดำเนินการใดๆ ที่แสดงถึงการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมทั้งต่อมุสลิมและบุคคลทุกกลุ่ม จากกรณีการสำรวจรายชื่อนักศึกษาที่นับถือศาสนาอิสลาม

นายซากีย์ ให้ความเห็นแก่บีบีซีไทยว่า การตั้งโจทย์ในการทำงานของฝ่ายความมั่นคงในกรณีนี้ คิดน้อยเกินไป และละเมิดรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน และกำลังก่อให้เกิดผลกระทบอีกด้านแก่สังคมด้วยการสร้างความกลัวและความไม่เข้าใจที่มีต่อคนมุสลิมที่อยู่ในประเทศนี้ ที่ผ่านมา เราพยายามสร้างความเข้าใจที่ดีต่อกัน สะท้อนผ่านภาพสมเด็จพระสังฆราช ประทานคำปรึกษาแก่นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนของศาสนาในการอยู่ร่วมกันของศาสนิกชนไทย โดยถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการทำงานร่วมกันของศาสนาเพื่อปกป้องความคิดสุดโต่งจากทั้ง 2 ฝั่ง

"แต่วันนี้เหมือนเจ้าหน้าที่รัฐสร้างความรู้สึกแบบนั้นให้เกิดขึ้นและไปตอกย้ำความเชื่อที่ว่า มุสลิมเกี่ยวข้องกับความรุนแรงและอิสลามไม่หวังดีต่อประเทศชาติ เพราะการเก็บข้อมูลแบบเหมารวม เหวี่ยงแห ตีขลุม ทั้งที่ฝ่ายความมั่นคงย่อมมีข้อมูลกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจงอยู่แล้ว" ส.ว. และรองเลขานุการจุฬาราชมนตรี กล่าว

นายซากีย์ ยังให้สัมภาษณ์อีกว่า กลุ่มผู้ไม่หวังดีต่อรัฐไทยอาจหยิบกรณีขอข้อมูลมุสลิมในมหาวิทยาลัยไปเป็นชนวนในการสร้างมวลชน ชักชวนให้ประชาชนทั่วไปเห็นดีงามว่าการเป็นพลเมืองมุสลิมในไทยเริ่มเป็นปัญหา ทั้งที่คนทำงานในองค์กรศาสนาและสังคมพยายามพูดมาตลอดเวลาว่าปัญหาความขัดแย้งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่ปัญหาศาสนา แต่เป็นปัญหาการเมืองที่เอาศาสนาไปเป็นเครื่องมือโน้มน้าวผู้คน
 

ภาพจา่กสำนักข่าวบีบีซีไทย


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...