xs
xsm
sm
md
lg

ทีเส็บจับมือภูเก็ตและภาคเอกชน เปิดยุทธศาสตร์ปั้นภูเก็ตสู่เมืองไมซ์เวิลด์คลาสแห่งอันดามัน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ทีเส็บ จับมือ ภูเก็ตและภาคเอกชน เปิดยุทธศาสตร์ปั้นภูเก็ตสู่เมืองไมซ์เวิลด์คลาสแห่งอันดามัน มุ่งเป้าสู่ศูนย์กลางไมซ์ซิตี้ทางทะเลภูมิภาคเอเชีย รองรับกลุ่มประชุมอินเซนทีฟระดับไฮเอนด์ ชูความสวยงามทางทะเล พร้อมเปิดประสบการณ์กับเส้นทาง 7 มุมใหม่ สไตล์ไมซ์ไทย

เมื่อเวลา 13.30 น. วันนี้ (12 ก.ย.) ที่ Woo Gallery / Boutique Hotel ถ.ถลาง อ.เมืองจ.ภูเก็ต นายธัญญวัฒน์ ชาญพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์มหาชน) หรือ ทีเส็บ น.ส.เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง และ นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันแถลงข่าวทิศทางการขับเคลื่อนภูเก็ตไมซ์ซิตี้สู่เมืองไมซ์เวิลด์คลาส ภายใต้กิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรในประเทศ โดยมสื่อมวลชนส่วนกลางและสื่อมวลชนภูเก็ต เข้าร่วม

นายจิรุถต์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า ในการขับเคลื่อนภูเก็ตไมซ์ซิตี้สู่เมืองไมซ์เวิลด์คลาสนั้น ได้กำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาภูเก็ตให้เป็น “เมืองประชุมไมซ์ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ด้วยความสวยงามทางทะเลและความหลากหลายของวัฒนธรรมระดับโลก” โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชนและชุมชน ผลักดันการจัดงานไมซ์ในภูเก็ตเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ชุมชน ส่งเสริมภาพลักษณ์ด้วยบริการชั้นเลิศ พัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์บนพื้นฐานความรู้เพื่อให้การจัดงานและผู้ประกอบการไมซ์ก้าวสู่มาตรฐานสากล รวมถึงส่งเสริมการทำงานอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว

ภูเก็ตมีจุดเด่นที่หลากหลายในการเป็นไมซ์ซิตี้ระดับนานาชาติ อาทิ สนามบินนานาชาติภูเก็ต ซึ่งกำลังมีแผนขยายการรองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 18 ล้านคนต่อปี พร้อมกิจกรรมก่อนและหลังการเดินทางให้กับกลุ่มประชุมและอินเซนทิฟ อาทิ กิจกรรมกีฬา การแสดงศิลปวัฒนธรรม สปาผ่อนคลาย กิจกรรมผจญภัย แหล่งเรียนรู้ชุมชนและวัฒนธรรมที่หลากหลาย อีกทั้งความพร้อมด้านสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ จำนวนห้องประชุมกว่า 615 ห้อง จำนวนโรงแรมกว่า 600 แห่ง ท่าเทียบเรือโดยสารและเรือสำราญ 14 แห่ง ท่าจอดเรือของเอกชน 4 แห่ง และกำลังก่อสร้างรถไฟรางเบาเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางจากสนามบินเข้าสู่ตัวเมือง

ส่วนการกำหนดยุทธศาสตร์พัฒนาไมซ์ซิตี้ของจังหวัดภูเก็ตผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย การส่งเสริมประชาสัมพันธ์และการตลาดไมซ์แบบมุ่งเป้าหมาย การยกระดับสินค้าและบริการไมซ์ร่วมกับชุมชนและสร้างโอกาสการกระจายรายได้สู่ชุมชน, การพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการเพื่อขับเคลื่อนไมซ์

นอกจากนี้ทีเส็บยังได้จัดโครงการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเส้นทางไมซ์ใหม่ในจังหวัดภูเก็ตเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศ ภายใต้แนวคิด 7 มุมใหม่ สไตล์ไมซ์ไทย คือ 1.ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม 2.การผจญภัย 3.การสร้างทีมเวิร์ค4.กิจกรรม CSR และการประชุมเชิงอนุรักษ์ 5.กิจกรรมบรรยากาศชายหาด 6.การจัดงานและกิจกรรมหรูหรามีระดับ 7.การนำเสนออาหารไทยในทุกการจัดงานที่หลากหลาย ซึ่งภูเก็ตเป็น 1 ใน 5 เมืองไมซ์ซิตี้หลักที่มีทุกอย่างพร้อมสรรพ อาทิ เส้นทางชุมชนเมืองเก่าภูเก็ตซึ่งใช้ประชาสัมพันธ์ในงาน World Harmony Puppet ในปี 2561 หรือเส้นทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม สร้างทีมเวิร์ค กิจกรรม CSR และการประชุมเชิงอนุรักษ์ ณ ชุมชนป่าคลอกและพิพิธภัณฑ์เพอรานากัน

นายจิรุถต์ กล่าวอีกว่า อัตราการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักในทุกตลาดของจังหวัดภูเก็ตทั้งประชุมสัมมนาบริษัท การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล การประชุมนานาชาติและงานแสดงสินค้า สะท้อนให้เห็นทิศทางตลาดและศักยภาพของภูเก็ตในการเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์รองรับการประชุมในกลุ่มลักซูรี่ (Luxury) ทางภาคใต้และเป็นศูนย์กลางธุรกิจไมซ์แห่งอันดามัน อีกทั้งเชื่อมั่นว่าจากการดำเนินงานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างเข้มแข็งเพื่อผลักดันภูเก็ตไมซ์ซิตี้สู่เมืองไมซ์เวิลด์คลาสนั้น คาดว่าจะสามารถผลักดันให้จำนวนนักเดินทางไมซ์ในประเทศไทยถึงเป้าหมาย 34,662,000 คน สร้างรายได้ 121,000 ล้านบาทได้ในปี 2562 นี้

ด้าน นายธัญญวัฒน์ ชาญพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตนอกจากมีธรรมชาติที่สวยงามแล้ว ยังมีวัฒนธรรมต่าง ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านการแต่งกาย ด้านอาหาร ประกอบกับอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวมีการพัฒนาเป็นอย่างมาก ทำให้ภูเก็ตเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากและมีความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งทีเส็บเห็นความสำคัญของภูเก็ตแบะได้มีการส่งเสริมในเรื่องอุตสาหกรรมไมซ์ก็จะทำให้ภูเก็ตมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกในอนาคตต่อไป

ขณะที่ น.ส.เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ นายกเทศมนตรีตำบลป่าตอง กล่าวถึงกฎบัตรป่าตองไมซ์ เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมให้ภูเก็ตเป็นไมซ์ซิตี้ และเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของป่าตองในช่วงกรีนซีซั่นที่นักท่องเที่ยวเข้ามาน้อย ทำให้รายได้ที่เกิดจากการท่องเที่ยวลดน้อยลงในช่วงหน้าฝน ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการทุกภาคส่วน ทุกภาคส่วนจึงได้ร่วมกันหาแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจป่าตอง ได้แนวทางการส่งเสริมให้เกิดการจัดประชุมและสัมมนาเพื่อดึงคนเข้ามาป่าตองมากขึ้น จึงได้ดำเนินการจัดตั้งกฎบัตรป่าตองไมซ์ซิตี้ขึ้น พร้อมทั้งตั้งคณะทำงานขึ้นมา 7 ชุดเพื่อขับเคลื่อนป่าตองไมซ์ซิตี้

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ป่าตองถือว่ามีความพร้อมในการเป็นเมืองไมซ์ซิตี้ ทั้งในเรื่องของที่พักที่มีตั้งแต่ระดับ 2 ดาวถึง 5 ดาว กว่า 40,000 ห้อง ห้องประชุมที่สามารถรองรับการประชุมระดับ 2,000 คน แต่ในส่วนที่รองรับตั้งแต่ 5,000-10,000 คนนั้นยังไม่มี นอกจากนี้ป่าตองยังมีความพร้อมในเรื่องของสิ่งรองรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร แหล่งบันเทิง แหล่งท่องเทียว แหล่งช้อปปิ้ง

แต่อย่างไรก็ตาม หากพัฒนาภูเก็ตเป็นไมซ์ซิตี้ ก็ต้องพัฒนาเพิ่มในส่วนของปัญหาเรื่องน้ำ น้ำเสีย ขยะ ระบบขนส่งมวลชนที่จะนำคนเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งคิดว่าระบบขนส่งด้วยไฟฟ้ารางเบา จากสนามบินเข้ามาป่าตองน่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม รวมไปถึงการทางลอดกะทู้-ป่าตองด้วย

ด้าน นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตยึดหลักการดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้ามาภูเก็ต และให้คน 2 กลุ่มมีความสุข คือ นักท่องเที่ยวและคนภูเก็ต ซึ่งการที่จะทำให้คนทั้งสองกลุ่มนี้มีความสุข ภูเก็ตจะต้องได้นักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีคุณภาพ นั่นหมายความว่า นักท่องเที่ยวที่เข้ามาภูเก็ตจะต้องมีวันพักเฉลี่ยในภูเก็ตนาน และอัตราค่าใช้จ่ายต่อคนต่อวันสูง ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มไมซ์เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูง เป็นกลุ่มที่สอดรับกับยุทธศาสตร์การพัฒนาภูเก็ตและทำให้ภูเก็ตยั่งยืน แต่การที่ภูเก็ตจะได้นักท่องเที่ยวกลุ่มประชุมสัมมนา สิ่งหนึ่งที่ภูเก็ตจะต้องมีคือศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับการประชุมใหญ่ระดับนานาชาติ ที่จะลงทุนโดยภาครัฐหรือเอกชนก็ได้


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...