xs
xsm
sm
md
lg

กล้าพอไหม? กวาดล้างขบวนการเผา “พรุควนเคร็ง” คำถามที่ “วราวุธ ศิลปอาชา” รมว.ทรัพยากรฯ ต้องตอบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

.
โดย...ศูนย์ข่าวหาดใหญ่
.

  
 
หากอยากรู้ว่าใครเป็นมือเผาพรุควนเคร็งจนเกิดวิกฤตไฟป่าผลาญพื้นที่เป็นหมื่นๆ ไร่ ลองไปถามชาวบ้านแถวย่านนั้นก็ได้ คนแถวนั้นเขารู้กันเกือบทั้งนั้นว่าใครเป็นคนทำ แต่จะให้พูดออกมาดังๆ ก็เสียวหลังกันเป็นแถบๆ
 
คนเผาก็ใช่ใครที่ไหน คนกันเองแถวๆ นั้นนั่นแหละ ทั้งชาวบ้านเองที่เข้าไปล่าสัตว์และหาของป่า และที่เผาเพื่อให้ป่าเสื่อมโทรม ซึ่งสาเหตุหลักๆ ก็มาจากการเผาเพื่อให้พรุควนเคร็งกลายเป็นป่าเสื่อมโทรม เมื่อสิ้นสภาพป่าก็พากันเข้าไปแผ้วถางจับจอง เพื่อใช้ปลูกปาล์มน้ำมัน ทั้งกลุ่มที่เป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบพรุควนเคร็ง ที่เข้าไปจับจองไว้เอง หรือไม่ก็ขายต่อให้นายทุน
 
ช่วงหลังมีข่าวออกมาว่า บางคนเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปยึดที่ดินคืน ก็เกิดความแค้น กลับเข้าไปเผาซ้ำอีก เพื่อเป็นการตอบโต้เจ้าหน้าที่
 


 
กลุ่มที่สอง คือ นายทุน นักการเมือง และผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ กลุ่มนี้หวังไปไกลถึงขั้นจะพัฒนาพื้นที่ให้เป็นนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งก็คงไม่พ้นอุตสาหกรรมเกี่ยวกับปาล์มน้ำมัน โดยคนเหล่านี้จะจ้างวานเจ้าบ้านเข้าไปเผาและบุกรุกพื้นที่ ก่อนจะเข้าไปปลูกปาล์มน้ำมัน เมื่อสบโอกาสก็จะหาช่องทางออกเอกสารสิทธิเพื่อพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมต่อไป
 
กลุ่มสุดท้าย คนในพื้นที่เขาปิดให้แซ่ดว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐบางคนนี่แหละ ตัวดี ถ้าไม่คิดจะเผาเอง ก็ทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ใครใคร่เผาก็เผา ใครอยากตัดอยากถางพื้นที่ก็ทำกันไป ที่ทำอย่างนี้ไม่ได้กลัวเหนื่อย แต่ก็เพื่อหวังให้ส่วนกลางเข้ามาประกาศให้พรุควนเคร็งเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ จากนั้นงบประมาณจำนวนมหาศาลก็จะไหลตาม แว่วๆ กันว่าวิกฤตไฟป่าพรุควนเคร็งเมื่อเดือนที่แล้วมีเม็ดเงินไหลลงพื้นที่เพื่อใช้ในภารกิจควบคุมไฟป่าประมาณ 300 ล้านบาท
 
 

เห็นภาพของคนกลุ่มต่างๆ ที่พากันรุมขย้ำกัดกินพรุควนเคร็งเช่นนี้แล้ว สถานการณ์ไม่ได้ต่างไปจาก ไฟป่าแอมะซอน พื้นที่ปอดของโลก ที่ไฟได้สร้างความเสียหายไปจำนวนมาก หรือใกล้ตัวเข้ามาอีกก็สถานการณ์ ไฟป่าในประเทศอินโดนีเซีย ที่เกิดขึ้นทุกปี วิกฤตไฟป่าทั้งสามแห่งนี้ต่างก็มีสาเหตุที่เกิดมาจากความโลภที่ไม่สิ้นสุดของคนทั้งนั้น ความต้องการปลูกพืชปาล์มน้ำมันโดยไม่สนใจว่าจะสร้างความเสียหายให้แก่โลกโดยส่วนรวมอย่างไรบ้าง
 
เมื่อสาเหตุของการเกิดไฟป่าพรุควนเคร็งเป็นเช่นนี้ ก็ต้องหันไปถาม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ประกาศเสียงดังจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดว่า กล้าทำจริงหรือไม่ หรือเพียงลงพื้นที่เมื่อมีข่าวใหญ่โต ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ตรวจพื้นที่ ฟังบรรยายสรุปจากเจ้าหน้าที่ แล้วก็ทำหน้าขึงขังหน้ากล้องทีวีแล้วก็จบกันไป
 
เพราะวิกฤตไฟป่าพรุควนเคร็งที่เกิดจากกลุ่มบุคคลที่กระทำกันเป็นขบวนการไม่ได้เป็นแค่ปัญหาของคนนครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา หรือคนใต้เท่านั้น หากแต่เป็นปัญหาใหญ่โตระดับชาติ ที่คนไทยทุกคนควรจะต้องหันมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่และเราจะช่วยกันแก้ปัญหานี้ได้อย่างไรกัน
 


ป่าพรุควนเคร็งมีพื้นที่ทั้งสิ้น 223,320 ไร่ เป็นป่าพรุที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากพรุโต๊ะแดง จ.นราธิวาส กินพื้นที่ 3 จังหวัดตั้งแต่ลุ่มน้ำปากพนังในเขต อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.เชียรใหญ่ อ.หัวไทร อ.ชะอวด อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ติดต่อกับพื้นที่อุทยานแห่งชาติทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ไปจนถึงพื้นที่ตอนบนของทะเลสาบสงขลา จ.สงขลา
 
พื้นที่ป่าที่กว้างใหญ่เช่นนี้จึงทำให้พรุควนเคร็งเป็นแหล่งออกซิเจนที่สำคัญของประเทศไทย รวมทั้งยังมีความสำคัญในการเก็บกักน้ำฝนและน้ำท่า รับน้ำจากต้นน้ำและเก็บกักน้ำเอ่อล้นจากทะเลสาบสงขลา ช่วยดักตะกอนและแร่ธาตุจากแหล่งน้ำธรรมชาติและพื้นที่เกษตรที่ระบายลงสู่พื้นที่พรุก่อนปล่อยน้ำลงสู่ทะเลสาบสงขลา นอกจากนี้ ยังมีความหลากหลายทางธรรมชาติ มีการสำรวจพบพันธุ์ไม้ในพื้นที่ทั้งสิ้น 260 ชนิด จาก 198 สกุล 95 วงศ์ มีสัตว์ป่ากว่า 131 ชนิด ซึ่งในบรรดาพืชและสัตว์เหล่านี้มีพืชหายาก 1 ชนิด สัตว์ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ 8 ชนิด ใกล้สูญพันธุ์ 2 ชนิด พบปลาซึ่งอยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ 2 ชนิด คือ ปลาดุกอุย และปลาซิวหนู และสถานภาพถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ 1 ชนิด คือ ปลากัดภาคใต้
 


สิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรฯ ต้องดำเนินการโดยเร็วคือ นำเรื่องนี้กลับไปเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อประกาศให้การแก้ไขปัญหาพรุควนเคร็งเป็นวาระของประเทศ ระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วนมาช่วยกันแก้ไขปัญหา ทั้งปัญหาไฟป่า และปัญหาความแห้งแล้งที่เกิดจากการขุดคลองระบายน้ำจนน้ำแห้งไปเกือบหมดพื้นที่ โดยสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปด้วยคือ การอุดรูรั่วของเงินงบประมาณที่ใช้ดำเนินการ
 
ที่สำคัญ ต้องจัดการกับกลุ่มบุคคลที่เป็นตัวการทำลายล้างผลาญทรัพยากรธรรมชาติ ใช้ไฟเข้าเผาป่าเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง โดยไม่สนใจถึงหายนะที่จะตามมา ใครทำผิดก็ต้องจัดการดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด แม้แต่การทบทวนกฎหมายเพื่อให้เกิดความรัดกุมและเพิ่มโทษ เพื่อให้เกิดความหวาดกลัวไม่กล้าลงมือ ก็เป็นสิ่งที่ควรกระทำ
 
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ จะเป็นไปได้หรือไม่นั้นก็ต้องย้อนกลับไปคำถามเดิม คำถามที่ถามไปถึง นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่า กล้าที่จะทำหรือไม่ กล้าที่จะกวาดล้างขบวนการล้างผลาญทำลายป่าพรุควนเคร็งพวกนี้ให้หมดไปหรือไม่ คงต้องรอคำตอบนี้จากท่านรัฐมนตรี
 



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...