xs
xsm
sm
md
lg

การเมืองชาติลงคลุกสนาม “อบจ.นราธิวาส” ฟัดกันมันหยด! จับตา 3 ก.ย.นี้ “งบประมาณปี’63” แท้งหรือไม่?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 
โดย... ทีมข่าวเฉพาะกิจ
 
ความเสื่อมโทรนบริเวณท่าเรือและแพขนานยนต์ของ อบจ.นราธิวาส
 
สนามการเมืองท้องถิ่นทั่วประเทศที่ซบเซามานาน เพราะหลัง คสช.ยึดอำนาจการปกครองก็ถูกดองเค็ม ไม่ให้มีการเลือกตั้งแม้จะหมดวาระแล้ว แต่ปัจจุบันกลับมาคึกคักและดูกระปรี้กระเปร่าขึ้น เนื่องจากมีการปลดล็อคการเลือกตั้ง และจะเริ่มด้วยสนามระดับ อบจ.ก่อนในช่วงต้นปี 2563 จากนั้นจึงจะไหลไปสู่สนามเทศบาลและ อบต.ในที่สุด
 
ท่ามกลางบรรยากาศการเดินเข้าสู่โหมดเลือกตั้งท้องถิ่น เวลานี้หลายสนามเลือกตั้ง อบจ.นอกจากจะเตรียมฟอร์มทีมและเฟ้นหาตัวผู้สมัครแล้ว ยังปรากฏว่ามีการเดินเกม “ล้มล้าง” ทีมที่ยังได้นั่งบริหารอยู่ อีกทั้งมีการ “วางหมากกล” ของแต่ละฝ่ายเพื่อให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น
 

 
ตัวอย่างชัดเจนของภาคใต้เวลานี้ก็คือ “อบจ.นราธิวาส”
.
ที่มี “กูเซ็ง ยาวอหะซัน” นักการเมืองท้องถิ่นมากบารมีวัย 80 ปีที่ครองบัลลังก์ “นายก อบจ.นราธิวาส” มาแล้วถึง 4 สมัย แถมเพิ่งดันลูกชาย 2 คนขึ้นสู่สนามการเมืองระดับชาติได้สำเร็จคือ “วัชระ ยาวอหะซัน” ได้เป็น ส.ส.นราธิวาสในสังกัด “พรรคพลังประชารัฐ” แกนจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 2 ขณะที่ “กูเฮง ยาวอหะซัน” ได้เป็น ส.ส.นราธิวาสในสังกัด “พรรคประชาชาติ” ฝ่ายค้าน
 

 
เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2562 มีการประชุมสภา อบจ.นราธิวาส สมัยสามัญสมัยที่ 2 ครั้งที่ 1 มีวาระสำคัญคือ การพิจารณางบประมาณปี 2563 วงเงินราว 500 ล้านบาท ปรากฏว่ามีสมาชิกเกินครึ่งที่ออกเสียง “โหวตตก” 3 วาระรวด ซึ่งปรากฏการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในหน้าประวัติศาสตร์
 
ส่งผลให้สถานการณ์ของฝ่ายบริหารที่มีนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน เป็นผู้กุมบังเหียนตกอยู่ในอาการร่อแร่ เป็นอาการเดียวกับรัฐบาลลุงตู่ 2 ที่มี “เสียงปริ่มน้ำ” เนื่องจากฝ่ายบริหารมี “ส.อบจ.” อยู่ในมือเพียง 10 เสียง แต่ฝ่ายค้านมีอยู่ 11 เสียง เนื่องจาก “ประธานสภา” สามารถออกเสียงชี้ขาดเมื่อมีการลงคะแนนแล้วผลออกมาเท่ากันก็อยู่ฟากเดียวกับฝ่ายค้าน
 
เมื่องบประมาณปี 2563 ไม่ผ่านสภา จึงถือเป็นเรื่องใหญ่เพราะยากที่จะบริหารให้เกิดประโยชน์กับประชาชนได้ ทางออกตาม พ.ร.บ.การบริหารท้องถิ่นคือ ฝ่ายบริหารและฝ่ายค้านต้องตั้งคณะกรรมการฝ่ายละ 7 คน รวม 14 คน แล้วให้มีผู้ว่าราชการจังหวัดนั่งเป็นประธานเพื่อพิจารณากันใหม่ โดยฝ่ายบริหารต้องปรับแก้การใช้จ่ายงบประมาณปี 2563 ให้เหมาะสมด้วย
 

 
แต่แล้วการประชุมสภา อบจ.นราธิวาส สมัยสามัญสมัยที่ 2 ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา วาระที่สำคัญคือเรื่องขออนุมัติแก้ไขคำชี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 แต่ปรากฏว่าผลออกมายังเป็นไปอีหรอบเดิม กล่าวคือ ส.อบจ.ฝ่ายค้านยังยกมือ “โหวตคว่ำ” งบประมาณที่เสนอโดยฝ่ายบริหารอีกคำรบ
 
ไม่เพียงเท่านั้นฝ่ายค้านยังเปิดประเด็นใหม่ในสภาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำชี้แจงงบประมาณตามมาตรา 97 แห่ง พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ในกรณีปรับลดวงเงินและปริมาณงานการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก สายจาแบป๊ะ-ศาลาอูมา หมู่ที่ 3 ต.กาวะ อ.สุไหงปาดี งบประมาณ 6.49 ล้านบาท โดยนำภาพถ่ายและเอกสารหลักฐานจากการลงพื้นที่ตรวจสอบประกอบการอภิปรายด้วย
 
ฝ่ายค้านชี้ว่าถนนสายนี้ก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน มีความยาวสั้นกว่าแบบในโครงการ เพราะมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขต อบต.กายูคละ อ.แว้ง จ.นราธิวาส และจากการสุ่มเจาะถนนกว่า 10 จุดพิสูจน์พบว่า ในแบบกำหนดความหนาไว้ที่ 15 ซม. แต่ทุกจุดมีความหนาเพียง 9-10 ซม.เท่านั้น ซึ่งจะมีการชงให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้าไปตรวจสอบด้วย
 

 
นอกจากนี้ฝ่ายค้านยังไม่ผ่านงบประมาณเกี่ยวกับการตั้งงบซ่อมแพขนาดยนต์ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ อบจ.นราธิวาส วงเงิน 7 ล้านบาทด้วย โดยใช้ขนส่งผู้โดยสารและสัมภาระเชื่อมระหว่าง “ท่าเรือตาบา” อ.ตากใบ กับ “ท่าเรือเป็งกาลังกูโบ” ฝั่งประเทศมาเลเซียด้วย เหตุเพราะฝ่ายบริหารมีการตั้งงบประมาณทุกปีๆ ละ 30 ล้านบาทเพื่อซื้อแพขนานยนต์ลำใหม่ แต่ทุกครั้งก็แปลงบประมาณไปทำโครงการอื่นๆ แถมจากการซื้อแพขนานยนต์ลำใหม่ก็เปลี่ยนเป็นการซ่อมมาโดยตลอด ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยตั้งงบซ่อมไว้แล้ววงเงิน 9 ล้านบาท
 
ฝ่ายค้านมีการโชว์ภาพความเสื่อมโทรมของทั้งแพขนานยนต์และท่าเรือตาบาด้วย โดยเพาะบริเวณท่าเรือมีสภาพไม่สมกับเป็นท่าข้ามฟากระหว่างประเทศ เป็นประตูการค้าชายแดนที่มีความสำคัญของภาคใต้ ซึ่งควรต้องแสดงถึงหน้าตาของประเทศไทยชาติด้วย ด้านแพขนาดยนต์ที่ให้บริการอยู่ทั้งไทยและมาเลเซียก็มีเพียงลำเดียวเท่ากัน แต่กลับสร้างปัญหาไม่เท่ากัน เนื่องจากมาเลเซียกำหนดตารางหยุดซ่อมปีละครั้ง ขณะที่ อบจ.นราธิวาสหยุดซ่อมปีละหลายครั้ง สร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนในการข้ามฟากบ่อยครั้ง
 
เมื่อฝ่ายค้านคว่ำงบประมาณปี 2563 ได้สำเร็จมาแล้วถึง 2 ครั้ง การประชุมครั้งที่ 3 กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 3 ก.ย.2562 นี้ ซึ่งผู้ว่าฯ ยังทำหน้าที่เป็นประธานต่อและมีเป้าหมายเพื่อจะให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้ “ปรองดอง” กันเพื่อหาทางออกให้สามารถผ่านงบประมาณไปได้ ซึ่งตามกฎหมายถ้าผ่านได้คณะกรรมการทั้ง 2 ฝ่ายก็ต้องร่วมกันจัดทำงบประมาณใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน แต่ถ้ายังไม่สามารถผ่านได้อีกผู้ว่าฯ ต้องทำเรื่องเสนอ ก.มหาดไทยยุบยุบสภา อบจ.นราธิวาสต่อไป
 

 
กลายเป็นว่าเหตุที่เกิดขึ้นได้สร้างบรรยากาศ “อึมครึม” แทนที่จะดู “คึกคัก” และ “กระปรี้กระเปร่า” ให้กับสนามการเมือง อบจ.นราธิวาสอย่างช่วยไม่ได้
 .
ว่ากันว่าจากภาวะ “เสียงปริ่มน้ำ” ที่ลากพาสถานการณ์เดินไปถึงห้วง “สิ่วหน้าขวาน” แล้ว ดังนั้นต่างฝ่ายต่างจึงต้องควักทุกตำราที่เชื่อว่าจะเอาชนะได้มาใช้ ที่สำคัญเวลานี้ไม่ใช่แค่ “กลุ่มการเมืองท้องถิ่น” ฟาดฟันกันเองเท่านั้น เมื่อการแบ่งฝักฝ่ายโรมรันพันตรูมาตั้งแต่การเลือกตั้ง ส.ส.ที่เพิ่งผ่านมา ทั้ง “พรรค” และ “กลุ่มก๊วนการเมืองระดับชาติ” ก็ย่อมถูกดึงมาใช้ให้เกิดประโยชน์ด้วย 
 
โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก สายจาแบป๊ะ-ศาลาอูมา ที่ไม่เป็นไปตามแบบ
 
อย่าได้แปลใจที่มีข่าวสะพัดว่า บางฝ่ายได้ใช้ “พลังพิเศษ” ที่ไม่ต่างจากที่เคยใช้ช่วงการเลือกตั้ง ส.ส.ล่าสุด ไม่ว่าจะเป็นกระสุนดินดำ การส่งคนในเครื่องแบบ ผู้นำและผู้มีอิทธิพลไปกดดัน รวมถึงการขู่ใช้ไม้นวมและไม้แข็งเข้าเล่นงาน ซึ่งก็ต้องอย่าจับตาดูผลการประชุมสภาวันที่ 3 ก.ย.นี้จะออกมาในรูปแบบใด 
 .
แต่ที่แน่นอนคือ ผลจะออกมาอย่างไรชาวนราธิวาสล้วนต้องยอมรับ “ชะตากรรม” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 
 




Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...