xs
xsm
sm
md
lg

คปส.ร่วมกับชาวตะบิ้ง จัดเวทีเสวนา “เราคืออับดุลเลาะ” ครบ 7 วันหลังการเสียชีวิต (มีคลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
ปัตตานี - คณะทำงานประชาชนเพื่อสันติภาพ (คปส.) ร่วมกับเครือข่ายประชาชนชาวตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี จัดเวทีเสวนา “เราคืออับดุลเลาะ” ครบรอบ 7 วันหลังการจากไปของ “อับดุลเลาะ อีซอมูซอ”

วันนี้ (1 ก.ย.) บรรยากาศการจัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่อง “เราคืออับดุลเลาะ” หลังจากครบ 7 วันของการเสียชีวิต และจากไปอย่างสงบที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในระหว่างการเข้าพักรักษาจากภาวะหมดสติในศูนย์ซักถามหน่วยเฉพาะกิจทหารพราน 43 ค่ายอิงคยุทธฯ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ก.ค.62

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการถือโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ “อับดุลเลาะ” และครอบครัว ในห้วงที่ผ่านมาให้ประชาชนชาวตะบิ้ง และประชาชนทั่วไปได้รับทราบ ถึงแม้ทางคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นผู้ลงนามแต่งตั้งขึ้นตามอำนาจหน้าที่แล้วก็ตาม แต่กลับไม่สามารถสร้างความพึงพอใจให้ครอบครัวของอับดุลเลาะ และประชาชนในพื้นที่บางส่วนที่ยังคงรู้สึกเคลือบแคลงใจ กับข้อสรุปของคณะกรรมการชุดดังกล่าว ณ บริเวณลานโรงเรียนตาดีกามัสยิดบ้านกูแบบาเดาะ ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

โดยมีผู้ร่วมวงเสวนาในครั้งนี้ ประกอบด้วย นายโมฮำมัดรอฮมัด มามุ (ญาติของอับดุลเลาะ) นางรวยนะ บุงอตันหยง (PERWANI) นายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเต๊ะ ประธานศูนย์ทนายความมุสลิมมูลนิธิปัตตานี และ นพ.กิ๊ฟลัน ดอเลาะ จิตแพทย์ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ โดยมี นายซาฮารี เจ๊ะหลง บรรณาธิการสำนักข่าว WATANI เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งเวทีเสวนาในครั้งนี้ จัดโดยคณะทำงานประชาชนเพื่อสันติภาพ (คปส.) ร่วมกับเครือข่ายประชาชนชาวตะบิ้ง ภายในงานเสวนานี้มีการ LIVE สด ผ่านเพจ “Bicara Patani” “Wartani” และ “Reepote” ให้ประชาชนทั่วไปได้รับฟังอีกด้วย
 

 
รอบแรกของเสวนาได้มีการอภิปรายจาก นายโมฮำมัดรอฮมัด มามุ (ญาติของอับดุลเลาะ) ถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับ นายอับดุลเลาะ และครอบครัว โดยเฉพาะในห้วงเวลาการพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลจากภาวะหมดสติ ภายในห้อง ICU โรงพยาบาลปัตตานี ที่มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยเฉพาะกิจจากค่ายทหาร เข้ามาควบคุมพื้นที่ ทั้งในห้อง ICU และบริเวณนอกห้อง ICU จนกลายเป็นที่มาว่า ญาติที่มาเยี่ยมต้องถูกถ่ายบัตรประชาชนทุกราย แต่ทุกครั้งเมื่อญาติเริ่มรู้สึกไม่ปกติจึงเข้าสอบถาม แต่กลับบอกกับญาติว่า “เจ้าหน้าที่มาเพื่ออำนวยความสะดวก”

อย่างไรก็ตาม ทางญาติก็ยังรู้สึกถูกคุกคามโดยเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ดี จนทำให้ญาติที่จะมาเยี่ยมกลับต้องเช็กโทรศัพท์ตามว่าวันนี้มีทหารมาเฝ้าหรือไม่ พอบอกว่ามี ญาติก็ไม่มา เพราะมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ หรือไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ถ่ายรูปบัตรประชาชน จึงเลือกจะไม่มาดีกว่า แต่ความเป็นจริงครอบครัวญาติพี่น้องที่ทุกคนอยากมาให้กำลังใจผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพราะช่วงเวลานี้อะไรไม่ดีเท่ากับการมาให้กำลังใจจากคนสนิท และญาติพี่น้อง จึงทำให้ญาติที่มามีความรู้สึกว่า “พวกเรามาเยี่ยมนักโทษ” ใช่ว่าอับดุลเลาะจะเป็นนักโทษโดยสมบูรณ์แบบตามกฎหมายแล้ว
 

 
ไม่เพียงแค่ที่โรงพยาบาลปัตตานี เมื่อย้ายอับดุลเลาะ ไปทำการรักษาต่อที่ห้อง ICU โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ เจ้าหน้าที่กลับตามไปเฝ้าอีกตามเคย แต่ที่นี่ยิ่งเข้มงวดกว่าที่ จ.ปัตตานี เพราะไม่อนุญาตให้คนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปเยี่ยม แม้กระทั่งญาติ จึงทำให้ต้องมีปากมีเสียงกัน เมื่อไม่ให้ญาติมาเยี่ยมเพราะเป็นคนอื่น ถ้าอย่างนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะเข้าไปไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่ก็เป็นคนอื่น สุดท้ายญาติต้องถามพยาบาลว่า สิทธิในการอนุญาตเข้าเยี่ยมผู้ป่วยเป็นอำนาจของใคร แต่หมอกลับเงียบ ไม่กล้าตอบ แต่ทางเจ้าหน้าที่กลับบอกว่าต้องการเข้าไปดูคนป่วยทุกๆ 2 ชั่วโมง ญาติจึงมีการตั้งคำถามมาว่า “นี่เป็นการละเมิดสิทธิ และเป็นการคุกคามใช่หรือไม่”

นอกจากนั้น นายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเต๊ะ ประธานศูนย์ทนายความมุสลิมมูลนิธิปัตตานี ก็ได้มีการชี้แจงข้อกฎหมาย และแนวทางการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิตามกฎหมาย เพื่อให้สังคมได้เรียนรู้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และตระหนักในการหาแนวทางการป้องกันถึงเหตุการณ์นี้ที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีก
 

 
ด้าน นพ.กิ๊ฟลัน ดอเลาะ จิตแพทย์ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ชี้แจงอธิบายถึงอาการป่วยของอับดุลเลาะ ที่ทำให้หมดสติไว้ที่ 3 โจทย์ ไม่รู้สึกตัว ติดเชื้อในปอด ติดเชื้อในกระแสเลือด ประเด็นคืออะไรเป็นสาเหตุให้คนไข้ไม่รู้สึกตัว ก็มาจากสมอง สมองบวม แล้วอะไรที่ทำให้สมองบวม ที่ทำให้สมองขาดออกซิเจน เพราะสาเหตุมันมีมากถึงร้อยสาเหตุ ซึ่งเคสนี้เกิดจากออกซิเจนมีน้อยที่ไปหล่อเลี้ยงสมอง

จากการสอบถามพูดคุยกับหมอทราบว่า ผลจากการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ที่โรงพยาบาลปัตตานี พบว่า มีสภาพเลือดคั่งในสมอง โดยทั่วไปแล้วไม่มีมนุษย์ฆ่าตัวตายด้วยการกลั้นใจตายเอง แล้วเกิดอะไรขึ้นในเคสนี้ ซึ่งจนถึงบัดนี้ยังไม่มีใครสรุปได้ว่า สาเหตุเลือดคั่งในสมองที่อาจเป็นสาเหตุสมองขาดออกซิเจนมาจากสาเหตุใด

ส่วนการดำเนินการทวงถามความเป็นธรรมนั้น ได้รับการยืนยันจากญาติสนิทในเวทีดังกล่าวด้วยว่า คงจะดำเนินการจนถึงที่สุด ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหารือกับศูนย์ทนายความมุสลิมอยู่
 




Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...