xs
xsm
sm
md
lg

อึ้ง! เจ้าคณะคุมตั้งแก๊งโค่นไม้เถื่อนกลางป่า รอยต่ออุทยาน-ป่าสงวนนครฯ ยึดคาตออื้อ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
นครศรีธรรมราช - สุดอึ้ง! พระสงฆ์ระดับเจ้าคณะปกครอง นำทีมตัดโค่นไม้เถื่อนกลางป่า รอยต่ออุทยานแห่งชาติ-ป่าสงวนนครศรีธรรมราช ยึดคาตออื้อ จนท.บุกวัดชื่อดังยึดซุงเพิ่มคาลานวัด จี้พนักงานสอบสวนเร่งดำเนินคดี จ่อรายงานพฤติการณ์ต่อมหาเถรสมาคม

ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ได้มีเหตุการณ์การตัดโค่นไม้หวงห้ามขนาดใหญ่จำนวนมาก ซึ่งถูกเปิดเผยภายหลังจากที่ได้มีการรายงานข้อมูลการตรวจยึดไม้ซุงขนาดใหญ่จำนวนมาก ไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา หลังจากที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีด หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นศ.1 สิชล-ขนอม ตชด.424 ตำรวจ ปทส. ฝ่ายปกครอง และตำรวจ สภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้เข้าตรวจยึดไม้ซุงที่ถูกตัดโค่นจำนวนมาก ในพื้นที่บ้านร่องท้ายน้ำร้อน รอยต่อหมู่ 7 ต.เขาน้อย และหมู่ 1 ต.สี่ขีด อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช

โดยพบว่าพื้นที่อยู่ระหว่างร่อยต่อของป่าสงวนแห่งชาติป่ายางโพรง และป่าเขาใหญ่ และเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีด ซึ่งเมื่อตรวจพิกัดทางดาวเทียม พบว่า พื้นที่นี้อยู่ในการครอบครองทำประโยชน์ของ นายสมพร สุทธิพันธ์ อายุ 71 ปี ชาว ต.ฉลอง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นการใช้สิทธิครอบครองทำประโยชน์ตามมติ ครม. เมื่อ 20 มิถุนายน 2541 มีเนื้อที่ราว 12 ไร่ โดยเจ้าหน้าที่พบนายสมพร อยู่ในที่เกิดเหตุ จึงนำตัวมาสอบข้อมูล และนำตรวจที่เกิดเหตุ รวมทั้งตรวจนับจำนวนท่อนซุง
 

 
โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบซุงทั้งหมด พบว่า เป็นขนาดใหญ่ อายุมากกว่า 100 ปี ทั้งหมดแบ่งออกเป็น ไม้จำปาทอง จำนวน 9 ท่อน ปริมาตร 17.50 ลบ.ม. ไม้ไข่เขียว 5 ท่อน ปริมาตร 5.85 ลบ.ม. ไม้สุเหรียญ 11 ท่อน ปริมาตร 14.91 ลบ.ม. ไม้ตะโก 2 ท่อน ปริมาตร 1.18 ลบ.ม. ไม้ลำแพน 7 ท่อน ปริมาตร 12.08 ลบ.ม. โดยไม้จำนวนหนึ่งได้ถูกขนย้ายออกจากพื้นที่ไปแล้วประมาณ 9 ท่อน ทั้งหมดเป็นไม้หวงห้ามตามกฎหมาย และการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ

นายสมพร สุทธิพันธ์ ผู้ครอบครองพื้นที่เพื่อทำการเกษตรตามมติ ครม. ยอมรับว่า เป็นพื้นที่ของตนเอง แต่การตัดโค่นนั้นไม่ได้เป็นผู้ตัดโค่น การตัดโค่นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา ผู้ที่เข้าดูต้นไม้เป็นพระผู้ใหญ่ ระดับพระสังฆาธิการ มีตำแหน่งทางปกครอง จำนวน 2 รูป (ขอสงวนชื่อ เนื่องจากยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา) เข้ามาสั่งการ และชี้ให้ตัด

จากนั้นในวันที่ 21-23 สิงหาคม 2562 ได้มีพระสงฆ์อีก จำนวน 2 รูป พาคนงาน จำนวน 4 คน มีเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 2 เครื่อง พร้อมรถบรรทุกขนาดใหญ่ เข้ามาตัดไม้แล้วบรรทุกออกไปครั้งละ 2-3 ท่อน วันละ 2 ครั้ง โดยทราบว่าได้นำไปเก็บไว้ที่วัด 4 แห่งใน อ.สิชล เจ้าหน้าที่จึงได้กระจายกำลังเข้าติดตามตรวจยึดไม้ที่ถูกนำออกไปทันที
 

 
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปยังวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเจ้าอาวาสของวัดนี้เป็นผู้เกี่ยวข้องรายสำคัญ ตามการให้ข้อมูลของนายสมพร ในพื้นที่รอยต่อระหว่าง อ.สิชล และ อ.ท่าศาลา เพื่อตรวจสอบไม้ตามที่นายสมพร ซัดทอด พบไม้ของกลางวางทางทิศใต้ของพื้นที่วัด พบไม้จำปาทองขนาดใหญ่ จำนวน 3 ท่อน ขนาดความยาวท่อนละ 4.10 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 60 เซนติเมตรถึง 1 เมตร เส้นรอบวงประมาณ 3 เมตร เจ้าหน้าที่จึงทำการตีตราตรวจยึด ส่วนอีก 3 วัดใน อ.สิชล ไม่พบไม้ คาดว่าน่าจะถูกนำไปแปรรูปที่อื่น

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของนายสมพร เจ้าหน้าที่ได้บันทึกในฐานะผู้ครอบครองที่ดินทำกิน ในเขตอุทยานแห่งชาติ แปลงที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งนำชี้การตรวจสอบ และตรวจยึด โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมด และนำความเข้าร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.เกียรติก้อง หนูจันทร์ พนักงานสอบสวน สภ.สิชล ดำเนินการสอบสวนติดตามผู้เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดเพื่อดำเนินการทางกฎหมาย โดยในการนี้ พบว่า มีพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ ระดับพระสังฆาธิการ มีตำแหน่งทางปกครองใน อ.สิชล อย่างน้อย 4 รูป เป็นผู้ดำเนินการควบคุมสั่งการตัดไม้ด้วยตัวเอง และทำในลักษณะขบวนการ
 

 
โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องได้เตรียมที่จะทำเรื่องแจ้งพฤติการณ์ไปยังมหาเถรสมาคมโดยตรง เนื่องจากเห็นว่าพระรูปนี้อยู่ในข่ายผู้กว้างขวางในพื้นที่ และหากดำเนินการในระดับจังหวัด อาจไม่มีความคืบหน้าการดำเนินการ นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังได้เร่งรัดการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวน เนื่องจากพบว่ามีการแจ้งความร้องทุกข์ไปตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่กลับพบว่ามีเพียงการลงบันทึกประจำวันไว้เท่านั้น และยังไม่มีการระบุเลขคดีอาญา และเลขยึดทรัพย์ ตามกระบวนการของพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด
 






Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...