xs
xsm
sm
md
lg

ปมปัญหาคอนโดหรู “เดอะ พีค เรสซิเดนซ์” รอศาลปกครองสูงสุดชี้ขาด นส.3 ก.

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กลายเป็นกระแสดังอีกครั้ง สำหรับโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรู “เดอะ พีค เรสซิเดนซ์”บนเนินเขาหาดกะตะน้อย หมู่ที่ 2 ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ของ บริษัท กะตะ บีช จำกัด ที่มี่นายมนัสนันท์ นรารัตน์วันชัย เป็นกรรมการผู้จัดการ เมื่อ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ นายสิระ เจนจาคะ พร้อมด้วย ส.ส.ร่วมพรรค จังหวัดสงขลา และ ส.ส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ออกมาแถลงข่าวการตรวจสอบโครงการ เดอะ พีคฯ และทวงคืนผืนป่า ว่า โครงการสร้างในพื้นที่ป่า พร้อมกับระบุว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นของ พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีต ผบ.ตร.และถูกขู่ฆ่าให้หยุดเปิดโปงโครงนี้ ไม่นั้นจะกลายเป็นศพที่ 3 พร้อมกับได้ลงพื้นที่มารับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้านและผู้ประกอบการหาดกะตะน้อย ระหว่างวันที่ 18-19 ส.ค.ที่ผ่านมา

การตรวจสอบของโครงการ เดอะ พีคฯ เกิดขึ้นก่อนหน้าที่นายสิระ จะลงมาดำเนินการแล้ว โดยผู้ประกอบการและชาวบ้านหาดกะตะน้อย ได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ให้ตรวจสอบเอกสารสิทธิที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ( นส.3 ก.) เลขที่ 1863 เนื้อที่ 17 ไร่เศษ ที่ตั้งของโครงการ ซึ่งศาลปกครองนครศรีธรรมราชได้สั่งเพิกถอน เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา และเรียกร้องให้เทศบาลตำบลกะรนสั่งระงับการก่อสร้างโครงการ โดยระบุว่าเอกสารสิทธิไม่ถูกต้อง ศาลสั่งให้เพิกถอนแล้ว เทศบาลตำบลกะรน ไม่สามารถออกใบอนุญาตก่อสร้างได้ แม้แต่ กอ.รมน. ก็เคยลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการนี้มาแล้วเช่นกันเมื่อเดือน มี.ค.2561 ที่ผ่านมา

ปมปัญหาที่มีการเรียกร้องให้ตรวจสอบ โครงการ เดอะ พีค เรสซิเดนซ์ มุ่งไปที่ เอกสารสิทธิที่ดิน นส.3 ก.เลขที่ 1863 เนื้อที่ 17 ไร่เศษ ที่ตั้งของโครงการ อยู่ในพื้นที่ป่า ความลาดชันเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การจัดทำรายงานศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการ การเรียกร้องให้เทศบาลตำบลกะรนสั่งระงับการก่อสร้าง เทศบาลตำบลกะรนออกใบอนุญาตไม่ถูกต้องตามกฎหมาย รวมไปถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากโครงการดังกล่าว และปัญหาที่จะตามมากับผู้ซื้อถึงเกือบทั้งหมดเป็นคนต่างชาติ หากศาลปกครองสูงสุดยืนตามศาลชั้นต้นสั่งเพิกถอน นส.3 ก.ดังกล่าว

เปิดที่มาเอกสารสิทธิ นส.3 ก. “เดอะ พีค เรสเดนซ์

เอกสารสิทธิที่ดิน นส.3 ก. เลขที่ 1863 เนื้อที่ 17 ไร่ 1 งาน 4 ตรว.ที่ตั้งของโครงการ ได้มาอย่างไร ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เมื่อย้อนกลับไปดูที่มาของ นส.3 ก.ฉบับนี้ จะเห็นมามีที่มาที่ซับซ้อน โดยเริ่มจากปี 2536 มีผู้ยื่นคำขอออกหลักฐานหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ต่อทางสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต จำนวน 5 คน คือ นายสุชาติ รักสงบ นายเกษม แสงสว่าง นางสายใจ ลักษณะมั่น นายประเสริฐ ชูภักดิ์ และ นายยงยุทธ บัวทองคง ตามคำขอฉบับที่ 142/37 ลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2536

ต่อมาปี 2547 นายสิกรณ์ ภูมิกำจร อ้างว่าได้ซื้อที่ดินจากนายเกษม แสงสว่าง จำนวน 6 ไร่ 2 งาน และยื่นขอออก นส.3 ก ด้วย เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต ในขณะนั้น มีหนังสือที่ ภก 0019.3/6291 ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2547 แจ้งนายเกษม แสงสว่าง และผู้ยื่นขออีก 4 คน ซึ่งรวมทั้งนายสุชาติ รักสงบ และนายสิกรณ์ ภูมิกำจร ด้วยว่า ไม่สามารถออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ให้ได้ ปี 2548 นายเกษม แสงสว่าง และนายสิกรณ์ ภูมิกำจร จึงนำคดีไปฟ้องศาลปกครองนครศรีธรรมราช เป็นคดีหมายเลขดำที่ 154/2548 ว่าคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ปี 2551 ศาลปกครองนครศรีธรรมราช มีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งที่ ภก 0019.3/6291 ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2547 ให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้ถูกต้องต่อไป ตามคดีหมายเลขแดงที่ 164/2551 ลงวันที่ 29 กันยายน 2551 ปี 2552 นายไพฑูรย์ เลิศไกร เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต ในขณะนั้น ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์แล้ว มีความเห็น ไม่ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้ นายเกษม แสงสว่าง กับพวกรวม 4 คน (รวมทั้งนายสุชาติ รักสงบ และนายสิกรณ์ ภูมิกำจร) และยังได้รายงานให้ศาลปกครองนครศรีธรรมราชทราบ ตามหนังสือที่ ภก 0019.3/15352 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2552

ซึ่งตามกฎหมาย นายเกษม แสงสว่าง กับพวกรวม 4 คน (รวมทั้งนายสุชาติ รักสงบ และนายสิกรณ์ ภูมิกำจร) จะต้องอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองภายในระยะเวลา 30 วัน หรือไปยื่นฟ้องศาลปกครองภายในระยะเวลา 90 วัน แต่นายเกษม แสงสว่าง กับพวกรวม 4 คน ไม่อุทธรณ์คำสั่ง หรือไปยื่นฟ้องศาลปกครองภายในกำหนดระยะเวลา จึงถือว่า ที่ดินแปลงนี้ไม่สามารถออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้แล้ว และถือได้ว่าเป็นการสิ้นสุดกระบวนการดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ตามที่ศาลปกครองนครศรีธรรมราช ได้มีคำพิพากษาในคดีแดงหมายเลขที่ 164/2551 ลงวันที่ 29 กันยายน 2551แล้วศาลปกครองนครศรีธรรมราชจึงมีคำสั่งยุติการบังคับคดี และศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลปกครองนครศรีธรรมราช
 
ต่อมา วันที่ 28 ธันวาคม 2554 นายสุชาติ รักสงบ อ้างคำขอฉบับเดิม คือ คำขอฉบับที่ 142/37 ลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2536 โดยมอบอำนาจให้ นายบุญชู ดำรงกิจการวงศ์ มายื่นเรื่องขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2555 นายสิทธิชัย พรหมชาติ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตในขณะนั้น ใช้ระยะเวลา 3 เดือนเศษ ออก น.ส.3 ก. เลขที่ 1863 ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต เนื้อที่ 17 ไร่ 1 งาน 44 ตารางวา ให้กับนายสุชาติ รักสงบ หลังจากนั้น 1 วัน คือ ในวันที่ 18 เมษายน 2555 นายสุชาติ รักสงบ ได้ขายที่ดินต่อให้กับนายบุญชู ดำรงกิจการวงศ์ และผ่านมาอีก 1 วัน คือ ในวันที่ 19 เมษายน 2555 นายบุญชู ดำรงกิจการวงศ์ ได้ขายต่อที่ดินแปลงดังกล่าวให้กับ พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ กับ นายทรงชัย อัจฉริยหิรัญชัย

นายสิกรณ์ ภูมิกำจร เห็นว่า นายสิทธิชัย พรหมชาติ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต ไม่ออก นส.3 ก.ให้ตนด้วย จึงนำคดีไปฟ้องศาลปกครองนครศรีธรรมราช หมายเลขคดีดำเลขที่ 147/2555 วันที่ 31 สิงหาคม 2560 ศาลปกครองนครศรีธรรมราช ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ 266/2560 ให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ( น.ส. 3 ก. ) เลขที่ 1863 โดยให้มีผลย้อนหลังนับจากวันที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าว คือ นับแต่วันที่ 17 เมษายน 2555 และเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลปกครองนครศรีธรรมราช ต่อศาลปกครองสูงสุด เมื่อที่ 29 กันยายน 2560 ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด

“กะตะ บีช” ซื้อต่อ ผุด “เดอะ พีค เรสซิเดนซ์” คอนโดหรู กว่า 2 พันล้าน

ปัจจุบันที่ดินดังกล่าว บริษัท กะตะ บีช จำกัด ได้ซื้อต่อมาจาก พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ และ นายทรงชัย อัจฉริยหิรัญชัย ในราคา 445 ล้านบาท และได้จ่ายเงินไปแล้ว 150 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเป็นโครงการ “เดอะ พีค เรสซิเดนซ์” มูลค่าโครงการกว่า 2,100 ล้านบาท ประกอบด้วย อาคารคอนโดสองชั้นพร้อมสระว่ายน้ำ อาคารที่เป็นในส่วนของโรงแรม และอาคารส่วนประกอบอื่นๆ รวมทั้งโครงการกว่า 400 ห้อง ขายให้กับคนต่างชาติและคนไทย ที่ต้องการซื้อเพื่อการลงทุนและเพื่ออยู่อาศัย ซึ่งขณะนี้ขายได้เกือบทั้งหมดแล้ว เหลือเพียง 3-4 ยูนิต เท่านั้น ลูกค้าเกือบทั้งหมดเป็นคนต่างชาติ ทั้ง รัสเชีย จีน และยุโรป

เดอะ พีค เรสซิเดนซ์ เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงคัดค้าน ทั้ง EIA ใบอนุญาตก่อสร้าง อยู่ในพื้นที่ป่า ความลาดชันเกิน

หลังจากที่ดินแปลงดังกล่าวตกอยู่ในมือของบริษัท กะตะ บีช การดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ทั้งการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต มีมติให้ความเห็นชอบการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการ เดอะพีค เรสซิเดนซ์ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา

หลังจากนั้น เทศบาลตำบลกะรน โดย นายทวี ทองแช่ม นายกเทศมนตรี ได้ออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารให้กับโครงการ เดอะ พีค เรสซิเดนซ์ ของ บริษัท กะตะ บีช เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 หลังจากที่ศาลปกครองนครศรีธรรมราช ได้มีคำพิพากษาให้เพิกถอน น.ส. 3 ก. โดยอ้างว่าคดีอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด

ระหว่างการก่อสร้างโครงการ เดอะ พีค เรสซิเดนซ์ ได้มีการคัดค้านและตรวจสอบโครงการมาด้วยตลอด และเรียกร้องให้เทศบาลตำบลกะรนสั่งระงับโครงการ ซึ่งเทศบาลกะรน ก็ยืนยันว่าการอนุญาตเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดทุกประการ ทางโครงการได้ยืนเอกสารหลักฐานตามที่กำหนด ทั้งในส่วนของเอกสารสิทธิที่ดิน ที่เป็น นส.3 ก แม้ว่าศาลปกครองจะสั่งเพิกถอน แต่จากการสอบถามไปยังที่ดินจังหวัดระบุชัดเจนว่า เจ้าของที่ดินยังมีสิทธิในที่ดินแปลงดังกล่าวจนกว่าคดีจะสิ้นสุด และ นส.3 ก.สามารถยื่นขอในส่วนของการก่อสร้างอาคารอาศัยรวมได้

รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ยื่นมาก็ผ่านการเห็นชอบมาตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ความลาดชัดไม่เกิน 35% รวมไปถึงมีการระบุชัดเจนว่าโครงการอยู่นอกเขตป่า เทศบาลตำบลกะรนจำเป็นต้องออกใบอนุญาตก่อสร้าง หากไม่อนุญาตจะถูกฟ้องร้องจากโครงการ รวมถึงทุกครั้งที่มีการยื่นขอต่อใบอนุญาตก่อสร้าง ทางเทศบาลก็ต้องต่อให้ และเทศบาลตำบลกะรนก็ยันว่า การต่อใบอนุญาตทำถูกต้องตามขั้นตอนของกฏหมาย ไม่มีเหตุอันใดที่จะปฏิเสธการออกใบอนุญาตก่อสร้างให้กับโครงการ

ในส่วนของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต นายอำนวย พิณสุวรรณ ก็ออกมาระบุชัดเจนว่า การออกเอกสารสิทธิ นส.3 ก.เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด แม้ศาลปกครองสูงสุดจะสั่งเพิกถอนแล้ว แต่เรื่องดังกล่าวอยู่ในชั้นของการอุทรณ์ เจ้าของที่ดินยังมีสิทธิในที่ดินจนกว่าคดีจะถึงที่สุด และขณะนี้ทางเจ้าของที่ดินได้ยื่นคำร้องขอออกโฉนด เนื้อที่กว่า 16 ไร่เศษ

สำนักงานที่ดินได้มีการตรวจสอบสถานะของที่ดินแปลงดังกล่าวไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าอยู่ในเขตป่าไม้หรือไม่ ซึ่งทางป่าไม้ก็ได้ตอบมาว่า อยู่นอกเขตป่า และในส่วนของความลาดชัน ทางกรมพัฒนาที่ดิน ได้ตอบกลับมาว่า ความลาดชันไม่เกิน 35% แต่ทางที่ดินยังไม่ได้ดำเนินการในเรื่องการขอออกโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าว ต้องหยุดทุกอย่างไว้ก่อน เพราะอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด ทุกอย่างจะดำเนินการอีกครั้ง หลังคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุด หากยืนตามศาลชั้นต้นก็จะทำการเพิกถอน แต่หากกลับคำพิพากษาก็จะดำเนินการต่อในเรื่องการออกโฉนดต่อไป

แม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการออก นส.3 ก.การจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม การออกใบอนุญาตก่อสร้าง จะยืนยันในความถูกต้องของโครงการ เดอะ พีค เรสซิเดนซ์ แต่เมื่อเกิดปัญหาการตรวจสอบครั้งแล้วครั้งเล่า ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของโครงการ แม้ว่าโครงการจะขายไปเกือบหมดแล้วก็ตาม ทางโครงการ โดยนายมนัสนันท์ นรารัตน์วันชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท กะตะ บีช จำกัด เจ้าของโครงการ เดอะ พีค เรสซิเดนซ์ ได้ออกมาประกาศชะลอการก่อสร้างโครงการออกไป จนกว่าศาลปกครองสูงสุดจะพิพากษาเอกสารสิทธิที่ดิน นส.3 ก.เลขที่ 1863 ไว้ทั้งหมด แม้ว่าขณะนี้การก่อสร้างจะมีความคืบหน้าไปมากแล้วก็ตาม แต่จะดำเนินการก่อสร้างเฉพาะในส่วนของการก่อสร้างตามที่เทศบาลตำบลกะรนสั่งให้ดำเนินการเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้ที่อยู่ด้านล่างของโครงการเท่านั้น

ในส่วนของจังหวัดภูเก็ตเอง ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด ที่ยังมีข้อสงสัยและห่วงใยในโครงการจนนำมาซึ่งการคัดค้านการก่อสร้างของโครงการ ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน โดยมีนายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธาน ซึ่งได้มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเมื่อเร็วๆนี้ และเปิดเผยว่า

จากการหารือร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จากเอสารหลักฐานที่หน่วยงานราชการมีอยู่ในขณะนี้ ในส่วนของข้อหวงใยเรื่องการออกเอกสารสิทธิไม่ถูกต้องจะต้องตอคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุดเท่านั้น

ปมปัญหาต่างๆ ที่นำมาสู่การคัดค้าน โครงการ เดอะ พีค เรสซิเดนซ์” น่าจะคลี่คลายและมีความชัดเจนในหลายๆประเด็น หลังศาลปกครองสูงสุดชี้ชัด ว่า นส.3 ก.เลขที่ 1863 ที่ตั้งโครงการ ออกโดยชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...