xs
xsm
sm
md
lg

“กรมประมง” จับมือ “ซีฟเดค” เปิดตัวเรือประมงอวนล้อมจับ ใช้เทคโนโลยีเครื่องกลทุ่นแรง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
ปัตตานี - “กรมประมง” จับมือ “ซีฟเดค” เปิดตัวเรือประมงอวนล้อมจับ โดยใช้เทคโนโลยีเครื่องกลทุ่นแรง ช่วยผู้ประกอบการสู้วิกฤตขาดแคลนแรงงานบนเรือประมง

วันนี้ (13 ส.ค.) ที่ท่าเทียบเรือประมง องค์การสะพานปลา จ.ปัตตานี นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง เป็นประธานเปิดตัวเรือประมงอวนล้อมจับลำแรก ที่เข้าร่วมโครงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และลดการใช้แรงงานบนเรือประมงอวนล้อมจับ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมประมง ศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีฟเดค) สมาคมการประมงจังหวัดปัตตานี และเจ้าของเรือที่เข้าร่วมโครงการ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ หลังภาคประมงประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานขั้นวิกฤต โดยมี นายพงศ์เทพ ไข่มุขด์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวรายงาน และให้การต้อนรับ

นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคประมง เป็นเรื่องที่ภาครัฐให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหา เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเป็นการเร่งด่วน โดยปัจจุบัน ประเทศไทยมีความต้องการแรงงานภาคประมงกว่า 30,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่ต้องพึ่งพิงแรงงานต่างชาติจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการจัดทำเอกสารเพื่อให้ได้มาซึ่งแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ประกอบกับเป็นงานที่หนัก และมีความเสี่ยงภัยสูง แรงงานในกิจกรรมประมงทะเลจึงมีจำนวนน้อย กรมประมง ซีฟเดค สมาคมการประมงจังหวัดปัตตานี และเจ้าของเรือที่เข้าร่วมโครงการจึงได้ร่วมมือกันหาแนวทางในการลดการใช้แรงงานบนเรือประมงอวนล้อมจับ และลดต้นทุนในการประกอบอาชีพ ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อปรับปรุงเครื่องมือในการทำประมง บนพื้นฐานการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัยในทะเล
 

 
โดยล่าสุด ได้มีการนำร่องทดลองใช้เครื่องกลทุ่นแรงบนเรือประมงอวนล้อมจับ ที่ชื่อว่า น.ลาภประเสริฐ 8 เป็นลำแรก ซึ่งเป็นเรือที่มีขนาด 91.71 ตันกรอส ทำการประมงในพื้นที่บริเวณอ่าวไทย โดยปกติต้องใช้แรงงานในการทำประมงจำนวนมากถึง 30 คน/ลำ/เที่ยว แต่เมื่อได้นำเครื่องกลทุ่นแรงในการทำประมงอวนล้อมจับระบบไฮดรอลิก เช่น เครน และ Powerblack สำหรับผ่อนแรงในการกู้เก็บอวน รวมถึงระบบทำความเย็นสำหรับการเก็บรักษาคุณภาพสัตว์น้ำมาใช้ ผลปรากฏว่า สามารถลดแรงงานในการทำประมงลงได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ช่วยประหยัดต้นทุนค้าจ้างแรงงานได้จำนวนมาก และในกรณีที่ใช้แรงงานต่างชาติ ยังสามารถลดค่าใช้จ่ายในการจัดทำเอกสารได้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังสามารถรักษาคุณภาพความสดของสัตว์น้ำจนถึงผู้บริโภค จำหน่ายได้ราคาดี รวมทั้งยังประหยัดต้นทุนการเก็บรักษาคุณภาพสัตว์น้ำได้ถึง 50% เลยทีเดียว

ในวันเดียวกันนี้ อธิบดีกรมประมง ยังได้นำคณะสื่อมวลชนเดินทางไปยัง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เพื่อชมวิถีการทำประมงพื้นบ้านที่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐ โดยสนับสนุนการทำประมงเชิงอนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างเป็นระบบ เช่น การจัดทำธนาคารปูม้า การสร้างเขตอนุรักษ์ทรัพยากร และการห้ามทำการประมงด้วยเครื่องมือที่ผิดกฎหมายทุกชนิด เพื่อสร้างความมั่งคงให้ทรัพยากรได้มีกินมีใช้อย่างยั่งยืน
 


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...