xs
xsm
sm
md
lg

ศาลสงขลานัด 11 ต.ค.ชี้อยู่ในอำนาจตัดสินคดีกลุ่มค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินฟ้องกลับ “สตช.-ทบ.-จ.สงขลา” หรือไม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ศาล จ.สงขลา นัดฟังความเห็นเรื่องเขตอำนาจศาล 11 ต.ค.นี้ จากคดีที่เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ฟ้องแพ่งกลับ 3 จำเลย “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ-กองทัพบก-จังหวัดสงขลา” กรณีทำละเมิดสลายขบวนเดินเท้าร้อง “บิ๊กตู่” ประชุม ครม.สัญจร 27 พ.ย.2560
 
วันนี้ (6 ส.ค.) นายชาญวิทย์ อร่ามฤทธิ์ ทนายความเพื่อประชาชน ได้โพสต์ข้อความและภาพบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ความว่า วันนี้มาศาลจังหวัดสงขลา คดีที่พี่น้องจาก “เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน” เป็นโจทก์ยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐ 3 หน่วยงาน คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก และจังหวัดสงขลา เป็นจำเลย ความแพ่ง ข้อหาหรือฐานความผิดละเมิด เรียกค่าเสียหาย จากกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐในสังกัดจำเลยทั้งสามร่วมกันเข้าจับกุมโจทก์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
 
ที่มาคดีนี้จากที่เครือข่ายได้เดินเท้าจากอำเภอเทพา เพื่อไปยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ซึ่งเดินทางมาประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรในตัวอำเภอเมืองสงขลา เพื่อเรียกร้องให้ยุติการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา แต่ในช่วงบ่ายของวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 ชาวบ้านผู้ร่วมกิจกรรมได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ร่วมกันสกัดกั้นและใช้กำลังเข้าจับกุม จนนำมาสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีต่อชาวบ้าน จำนวน 17 คน (หนึ่งในจำนวนนี้เป็นเยาวชนอายุ 16 ปี) ทั้งความผิดตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ และอีกหลายข้อหา
 
คดีนั้นต่อมามีการสั่งฟ้องต่อศาลจังหวัดสงขลา และสืบพยานฝ่ายโจทก์และจำเลยใช้เวลากว่า 5 เดือน โดยศาลได้มีคำพิพากษาในวันที่ 27 ธันวาคม 2561 ยกฟ้อง ข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน, ข้อหากีดขวางการจราจร, ข้อหาพกพาอาวุธ (ไม้คันธง) ไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน อันเป็นโทษหนัก
 
วันนี้คดีนี้ศาลจังหวัดสงขลามีคำสั่งว่า เนื่องจากจำเลยทั้งสามยื่นคำให้การและคำร้องขอให้ศาลพิจารณาเรื่องเขตอำนาจศาล อ้างว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม แต่อยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครองจังหวัดสงขลา ศาลให้ฝ่ายโจทก์ยื่นคำโต้แย้งภายใน 20 วัน และให้นัดฟังความเห็นเรื่องเขตอำนาจศาลในวันที่ 11 ตุลาคม 2562
 
ขอทบทวนคำฟ้องของพี่น้องจากเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน โจทก์คดีนี้ ทางเครือข่ายเทใจให้เทพาไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเห็นว่า การกระทำดังกล่าวที่มิชอบด้วยกฎหมาย ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางเครือข่ายฯ และยิ่งไปกว่านั้นเจ้าหน้าที่ได้กระทำการละเมิดต่อรัฐธรรมนูญ ให้เสื่อมเสียต่อเสรีภาพที่ทางเครือข่ายจักกระทำได้ ทางเครือข่ายจึงอาศัยสิทธิทางศาลเพื่อให้มีการตรวจสอบการกระทำดังกล่าว
 
การกระทำของเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1, 2 และ 3 ถือเป็นการจงใจหรือประมาทเลินเล่อกระทำการ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายหลายประการ ดังต่อไปนี้
 
--- จากคำสั่งให้มีการจับกุมโจทก์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ทำให้โจทก์ต้องถูกควบคุมตัวในห้องขังและเรือนจำเป็นเวลา 2 คืน 3 วัน ทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพขาดเสรีภาพต้องถูกกักขังตัว โจทก์ขอคิดค่าเสียหายในส่วนนี้
 
--- จากการถูกจับกุมคุมขังโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวตามฟ้อง ทำให้โจทก์ทั้งหมดต้องเสื่อมเสียสุขภาพอนามัยจากการถูกควบคุมตัวในห้องขังและเรือนจำ โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ถึงที่ 10 ขอคิดค่าเสียหาย ส่วนโจทก์ที่ 3 จากการถูกจับกุมคุมขังดังกล่าว ทำให้โจทก์ที่ 3 ไม่ได้พบแพทย์ตามที่หมอนัด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ไม่ยินยอมให้ไปพบแพทย์ตามที่โจทก์ที่ 3 ร้องขอ อันเป็นต้นเหตุให้โจทก์ที่ 3 สุขภาพทรุดโทรมมากขึ้น โจทก์ที่ 3 จึงขอคิดค่าเสียหายในส่วนนี้
 
--- จากการถูกจับกุมคุมขังและดำเนินคดีอาญา ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง และมีผลกระทบต่อจิตใจจากการที่ต้องถูกจับกุมดำเนินคดีอาญามาโดยตลอด ซึ่งโจทก์ทั้งหมดล้วนเป็นบุคคลที่เป็นที่รู้จักของคนในชุมชนและสังคม โจทก์ขอคิดค่าเสียหายในส่วนนี้
 
--- จากการถูกจับกุมคุมขังและถูกดำเนินคดีอาญาดังกล่าว ทำให้โจทก์ต้องสูญเสียรายได้จากการทำงานประกอบอาชีพตามปกติ เนื่องจากต้องเดินทางไปพบพนักงานสอบสวน พบพนักงานอัยการตามกำหนดนัด และเมื่อถูกส่งฟ้องต่อศาลก็ต้องเดินทางไปศาลตามกำหนดนัดพิจารณา อีกทั้งในการต่อสู้คดีด้วยการมาเตรียมคดีและมาศาลที่จังหวัดสงขลาตามนัด ทำให้ไม่อาจทำงานได้ในวันดังกล่าว เป็นเหตุให้ต้องสูญเสียรายได้จากการทำงาน
 
--- จากการที่ถูกดำเนินคดีเป็นคดีอาญาดังกล่าว ทั้งๆ ที่ไม่มีความผิด นับแต่การถูกจับกุม กักขัง และส่งฟ้องดำเนินคดีต่อศาล ทำให้โจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี
 
--- ค่าอาหารในการเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน พบพนักงานอัยการ และเดินทางมาศาลจังหวัดสงขลา ระหว่างวัน เนื่องจากในการเดินทางเพื่อสู้คดีแต่ละวันใช้เวลาทั้งวันตั้งแต่เช้าจนเย็น
 
สรุปย่อคำฟ้องศาลจังหวัดสงขลา ความแพ่ง ข้อหาหรือฐานความผิด ละเมิด เรียกค่าเสียหาย https://www.facebook.com/photo.php?fbid=952641824946036&set=a.105435283000032&type=3&theater
 
 

 


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...