xs
xsm
sm
md
lg

เรียนรู้การต่อสู้ภาคประชาชนจาก “ชุมชนน้ำแดง” กับ 11 ปีทียังคงย่ำอยู่ที่เดิม?!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 
คอลัมน์... คนทุกข์ลุกสร้างสุข : สมัชชาประชาชนภาคใต้  /  โดย... สมาพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.)
  

 
“ชุมชนน้ำแดงพัฒนา” ตั้งอยู่ ม.9 ต.คลองน้อย อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี เดิมเป็นที่สาธารณะประโยชน์ที่ชาวบ้านใช้ปลูกข้าวไร่และเลี้ยงสัตว์ร่วมกัน 4 หมู่บ้าน
 
พ.ศ.2518-2519 มี “นายทุนสิงคโปร์” ชื่อ นายอันก้ก แซ่ลิ้ม ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทสากลการลงทุน ได้ร่วมมือกับกลุ่มอิทธิพลท้องถิ่นกว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้าน โดยตกลงจะให้เงินในราคาครอบครัวละ 10,000 บาท และได้จ่ายมัดจำให้กับชาวบ้านก่อนครอบครัวละ 100-200 บาท หลังจากนั้นก็ไม่มีการจ่ายเงินส่วนที่เหลือแก่ชาวบ้านแต่อย่างใด มีการเปลี่ยนสภาพเป็นสวนปาล์ม 2,545 ไร่ โดยมีการออกเอกสารสิทธิ์บางส่วน มีการให้ผู้ใหญ่บ้านชื่อ​ นายคลิ้ง สุขแพ​ ป่าวประกาศให้ชาวบ้านรู้ว่า ที่ดินบริเวณดังกล่าวนายทุนได้เช่าจากรัฐแล้วเป็นเวลา​ 20​ ปี​ ทำให้ที่เข้าใจหรือรู้กัน​ หลังจากจัดซื้อแล้วนายทุนและพวกได้ทำการบุกรุกพื้นที่ที่เหลือเพิ่มเติม และจดทะเบียนในนาม บริษัท สากลทรัพยากร จำกัด
 
พ.ศ.2531 บริษัท สากลทรัพยากร จำกัด ประสบปัญหาภาวะหนี้สินจนถูกฟ้องล้มละลาย กลายเป็นที่ดิน NPL ปล่อยพื้นที่กลายเป็นสวนปาล์มทิ้งร้างไม่ทำประโยชน์
 
พ.ศ.2551 เกษตรกรไร้ที่ดินได้รวมกลุ่มกันเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ เปลี่ยนจากสวนปาล์มทิ้งร้างเป็นที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของคนจน โดยใช้มติ ครม.เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2546 และอ้างอิงรัฐธรรมนูญปี 2540 เรื่องสิทธิของประชาชนในการมีส่วนร่วมกับรัฐในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อทำการเข้าตรวจสอบสภาพพื้นที่ และเข้าเป็นสมาชิกของ สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.)
 
พ.ศ.2546 ได้มีกลุ่มเกษตรกรราว 20,000 ครอบครัวเข้าร่วมชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลนำที่ดิน สปก. ที่ดินเอกชนทิ้งร้างอื่นๆ เพื่อจัดสรรให้เกษตรกรที่ไร้ที่ดินได้มีที่ดินสำหรับทำการเกษตร จากการชุมนุมปี 2546 ส่งผลให้มีการตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบพื้นที่ดินหมดสัมปทาน ( ที่ดินแปลงใหญ่) ในอำเภอชัยบุรี ตั้งโดยผู้ว่าฯ นายนิวัตน์ สวัสดิ์แก้ว ให้ตรวจสอบพื้นที่สวนปาล์มหมดสัญญาเช่า พื้นที่เอกชนทิ้งร้างในอำเภอชัยบุรี
 
พ.ศ.2552 สกต.ได้มีการร้องเรียนให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิในพื้นที่ดังกล่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ลงพื้นที่พิสูจน์ภาพถ่ายทางอากาศเมื่อวันที่​ 2​ พฤศจิกายน​ 2552 จึงทราบว่าเอกสารที่บริษัทครอบครองนั้นออกโดยมิชอบ เอกสาร​ น.ส.3ก​ ที่ครอบครองโดย บริษัท สากลการลงทุน จำกัด​ จำนวน​ 9​ แปลง ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ตรวจสอบและเชื่อว่าอยู่ในข่ายที่ออกเอกสารสิทธิ โดยมิชอบ​ ไม่ได้มีร่องรอยการใช้ประโยชน์ในที่ดินในช่วงปี 2497-2505 แต่อย่างใด มีดังนี้
 .
1) น.ส.3ก​ เลขที่​ 1940 เลขที่ดิน​ 5
2) น.ส.3ก​ เลขที่​ 1969 เลขที่ดิน 29
3) น.ส.3ก​ เลขที่​ 1943 เลขที่ดิน​ 8
4) น.ส.3ก​ เลขที่ ​1941 เลขที่ดิน​ 6
5) น.ส.3ก​ เลขที่​ 1954 เลขที่ดิน​ 14
6) น.ส.3ก​ เลขที่​ 1984 เลขที่ดิน​ 44
7) น.ส.3ก​ เลขที่​ 1945 เลขที่ดิน​ 10
8) น.ส.3ก​ เลขที่​ 1987 เลขที่ดิน​ 47
9) น.ส.3ก​ เลขที่​ 1944 เลขที่ดิน​ 9
 .
โดยที่ดินทั้ง​ 9​ แปลง​ ข้างต้นตั้ง อยู่ในท้องที่​ ต.คลองน้อย อ.ชัยบุรี​ จ.สุราษฎร์ธานี สำหรับ​ น.ส.3ก​ นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว​ของทั้ง 2 บริษัท​ให้ตรวจสอบขยายผลจนหมดสิ้น​ และหากพบว่าออกโดยมิชอบให้กรมที่ดินดำเนินการเพิกถอนในลำดับต่อไป
 
การเข้าร่วมกับ สกต.และได้ร่วมผลักดันทางนโยบายกับ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย (คปท.) ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย จนได้มติจากรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้อยู่ในพื้นที่ไปพรางก่อน จนกว่าจะแก้ปัญหาแล้วเสร็จในขั้นต้น และได้มีการแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่สาธารณประโยชน์และที่ดินเอกชนทิ้งร้าง ในกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รับผิดชอบ และมีการแต่งตั้ง คณะกรรมการแก้ไขปัญหาระดับจังหวัด โดยมีผู้ว่าฯ เป็นประธาน ( คณะกรรมการแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้รับแต่งตั้งตั้งมาตั้งแต่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จนถึงรัฐบาล คสช.)
 
เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2553 มีหนังสือคำสั่ง ที่ นร 0405 (ลต.1)/0794 ขอให้จัดกำลัง ตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อดูแลความปลอดภัยชุมชนน้ำแดงพัฒนา ชุมชนคลองไทรพัฒนา ชุมชนไทรงามพัฒนา ชุมชนสันติพัฒนา
 .
พ.ศ.2555 ชุมชนน้ำแดงได้ยื่นขอเข้าร่วมการดำเนินงานในระบบโฉนดชุมชน
 .
เมื่อวันที่​ 25​ กุมภาพันธ์​ 2554 ด้วยกระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งที่​ 96/2554 ให้มีคณะทำงานภาครัฐและเอกชนลงพื้นที่ร่วมกันตรวจสอบเอกสารสิทธิ์อีกครั้ง พบว่าที่ดินดังกล่าวได้อยู่ระหว่างดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์เป็นหนังสือสำคัญโฉนด เป็นแปลงเล็กแปลงน้อย ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด แต่ยังไม่สมบูรณ์ คงเหลือแต่แค่ลงนามบางแปลงเท่านั้น
 
ต่อมาทาง บริษัทสากลทรัพยากรพัฒนา​ ได้ถอนฟ้องคดีแพ่งไปหนึ่งคดี อ้างว่าที่ดินตกไปสู่กองบังคับคดี​ แล้วกองบังคับคดีได้บังคับชำระหนี้ให้บริษัททุนหลักทรัพย์เกียรตินาคิน ซึ่งหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้เสียจากบริษัทเงินทุนพรีเมียร์ ซึ่งล้มละลายไปก่อนหน้านั้น เมื่อตกมาเป็นจองบริษัทเกียรตินาคินก็จัดการเปิดประมูลขายที่ตลาดเกษตร​ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในราคาไร่ละ​ 50,000​ บาท ใช้เวลา​ 2 ชั้วโมงก็ขายหมด มีเอกสารหลายใบในเนื้อที่ 595 ไร่ เท่าที่ทราบมีผู้ซื้อ 3​ ราย ที่นำรถแม็คโครอและรถไถเข้าไปล้มปาล์ม​ ซึ่งหมดอายุเกิน​ 25 ปี​เพื่อปลูกใหม่
 
รายแรกได้ยินยอมรับหลักการกับแกนนำต่อหน้าเจ้าหน้าที่นายอำเภอไว้เป็นลายลักษณ์อักษรว่า หากที่ดินออกหลักฐานโดยมิชอบก็ยินยอมอบให้แก่ชุมชน ส่วนรายที่ 2-3 ก็ได้นำรถแม็คโครเข้าล้มปาล์มเช่นกัน แต่ก็ถูกผู้จัดการของบริษัทอ้างคำสั่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค​ 8 ให้ยุติการดำการ อ้างว่าหลักฐานกับที่ดินไม่ตรงพิกัด ผู้ซื้ออีกรายเป็นตำรวจ พ.ต.ท​ เลิศชาย​ ไชยรัตน์ ตำแหน่ง​ สว.ป.ที่​ สภ.ชัยบุรี ก็ยังมีปัญหา อุปสรรคเช่นกัน
 
เพราะฉะนั้นจึงสรุปได้เลยว่า เอกสารดังกล่าวออกโดยมิชอบจริงๆ ส่วนที่ดินแปลงที่ บริษัทสากลทรัพยากรพัฒนา ถอนฟ้องก็ตกเป็นของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เกียรตินาคิน แล้วก็เป็นโจทย์ยื่นฟ้องใหม่อีกครั้ง ศาลสั่งทำแผนที่พิพาท ขณะนี้โจทย์ยังมิได้ดำเนินการ เป็นการเปลี่ยนมือทุน เปลี่ยนมือฟ้องยุ่งเหยิงไปหมด​ จากกลไกการทำงานของรัฐทำให้เกิดปัญหาต่างกรรมต่างวาระที่หน่วยงานรัฐจะต้องเร่งแก้ไข และรับผิดชอบผลของการกระทำทั้งหมด​ที่ทำให้เกิดช่องว่างของการทุจริต
 
วันที่ 20 เมษายน 2560 เวลา 14.00 น. มีรายงานข้อมูลว่า พ.ต.ท.ยศ ชาวเรา สารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ.ชัยบุรี ช่วยราชการกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี (กก.สส.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี) นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรวม 13 นายเข้าจับกุมสมาชิกชุมชนน้ำแดงพัฒนา อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี และนำตัวไปที่ สภ.ชัยบุรี ต่อมาศาลพิจารณาเพิ่มวงเงินในการประกันตัวเป็นข้อหาละ 200,000 บาท รวม 3 ข้อหา เป็นเงินคนละ 600,000 บาท
 
แต่ชาวบ้านมีฐานะยากจน ไม่มีความสามารถหาเงินมาประกันตัว สรุปศาลฝากขังชาวบ้านสมาชิกชุมชนน้ำแดงพัฒนาที่เรือนจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี 6 คน ได้แก่ 1. นายณรงค์ สิทธิกุล 2. นางนงเยาว์ กลับนุ้ย 3. นายไพโรจน์ กลับนุ้ย 4. นางวิไลวรรณ กลับนุ้ย 5. นายประกอบ อนุภัค และ 6. นายสมจิตร โอรส ส่วนผู้ถูกจับกุมอีก 2 คนได้รับการประกันตัว โดยได้ยืมเงินของญาติมาเช่าหลักทรัพย์ ได้แก่ 1. นายอดิศร ศิริวัฒน์ กับ 2. นายวิจิตร กรดนวล
 
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2560 สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ ยื่นหนังสือถึง ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (นายสถิตย์พงษ์ สุดชูเกียรติ) เรื่องขอให้มีการพิจารณาช่วยเหลือกรณีชุมชนน้ำแดงพัฒนา
 
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2560 ต่อมาพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องชาวบ้าน แยกเป็น 3 คดีคือ คดีอาญาหมายเลขดำที่ 1460/2560, หมายเลขดำที่ 1461/2560 และหมายเลขดำที่ 1462/2560 โดยแต่ละคดีจะถูกฟ้องใน 3 ข้อหา ได้แก่ 1) บุกรุกเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น เพื่อการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือบางส่วน หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข 2) ทำให้เสียทรัพย์ และ 3) อั้งยี่ ซ่องโจร
 
คดีดังกล่าวมีเอกชน 3 รายเข้าเป็นโจทก์ร่วมคือ 1. บริษัท สากลทรัพยากรพัฒนา จำกัด 2. บริษัท อิควอโทเรียลคอมมิวนิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด 3. นายภาสกร เจริญมีชัยกุล
 
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2560 ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี อ่านแถลงการณ์ โจทก์ร่วมไม่มีสิทธิ์ยื่นฟ้องในข้อหาซ่องโจร เนื่องจากข้อหาซ่องโจรเป็นการกระทำความผิดต่อรัฐ โจทก์ที่มีสิทธิ์ยื่นฟ้องเป็นอัยการเท่านั้น
 
เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2560 ศาลจังหวัดเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้นัดไต่สวนคำร้องขอให้เพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวชาวบ้านชุมชนน้ำแดงพัฒนา 4 คน ซึ่งถูก บริษัท อีควอโทเรียล คอมมิวนิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2560 และวันที่ 28 สิงหาคม 2560
 
โดยในคำร้องอ้างว่าทั้ง 4 คนเป็นภัยต่อโจทก์ร่วมและพยานของโจทก์ร่วม ซึ่งข้อเท็จจริงที่ฝ่ายบริษัทโจทก์ร่วมอ้างมาเพื่อเป็นเหตุในการขอเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวนั้น เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 23 มิถุนายน 2560 วันที่ 17 และ 21 กรกฎาคม 2560 ที่คนของบริษัทได้เข้ามาทำการเก็บเกี่ยวพืชผลในชุมชนน้ำแดงพัฒนา และชาวบ้านได้เข้าไปขอให้คนของบริษัทยุติการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ชาวบ้านเพาะปลูกไว้ แต่บริษัทอ้างว่าชาวบ้านได้บุกรุกเข้าไปในที่ดินแปลงที่บริษัทโจทก์ร่วมอ้างเป็นเจ้าของ
 
ชาวบ้านน้ำแดงพัฒนาทั้ง 4 คนที่ถูกยื่นคำร้องของเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว ได้แก่ นายไพโรจน์ กลับนุ้ย นายอดิศร ศิริวัฒน์ นายสุวรรณ์ คงพิทักษ์ และ นายเริงฤทธิ์ สโมสร ทั้งหมดเป็นผู้นำชาวบ้านที่ต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดินทำกินในชุมชนน้ำแดงพัฒนา ซึ่งทั้ง 4 ถูกฟ้องร่วมกับชาวบ้านชุมชนน้ำแดงพัฒนาอีก 11 คน ผลการพิจารณาว่า ผู้พิพากษาได้สอบถามในเบื้องต้น จากการกล่าวอ้างของพยานโจทก์ว่าจำเลยทั้ง 4 คน เข้าไปข่มขู่ คุกคามรบกวนการทำงานของพยานโจทก์ ทางจำเลยทั้ง 4 ให้การยืนยันว่าการเข้าไปของจำเลยทั้ง 4 เพื่อปกป้องสิทธิ์ในผลอาสินที่ปลูก
 
ศาลพิจารณาให้โอกาสการปล่อยตัวชั่วคราวอีกครั้ง โดยมีข้อแม้ว่าถ้าโจทย์มีการยื่นฟ้องเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวอีกครั้ง จะพิจารณาไต่สวนอย่างละเอียด
 
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2561 เจ้าหน้าที่ ธนาคารที่ดิน เดินทางลงพื้นที่ชุมชนน้ำแดงพัฒนา เพื่อก็บข้อมูลนำไปประกอบการพิจารณาในการดำเนินการซื้อที่ดินให้ สหกรณ์การเกษตรสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ เพื่อนนำมาจัดสรรให้กับสมาชิกชุมชน และได้ทำหนังยื่นถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีสาขาพระแสง สปก.จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ราชพัสดุฯ และได้ชี้แจงขั้นตอนในการจัดซื้อที่ดินให้กับชุมชนทราบ
 
เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2562 เจ้าหน้าที่ธนาคารที่ดิน และเจ้าหน้าที่ธนาคารเกียรตินาคิน ลงพื้นที่ชุมชนน้ำแดงพัฒนา อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อรังวัดพื้นที่ นส3.ก ที่พิพาทกับชุมชน และจะได้ออกโฉนดให้ถูกต้องโดยมีผู้บ้านหมู่ 6 ให้การรับรองแล้ว เสนอให้ธนาคารที่ดินจัดซื้อที่ดินดังกล่าวมาขายให้สหกรณ์การเกษตรสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ จำกัด (สกก.สกต.) นำมาจัดสรรให้กับสมาชิก มาบริหารในรูปแบบโฉนดชุมชนต่อไป
 
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2562 ศาลอุทธรณ์จังหวัดเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี สั่งจำคุกสมาชิกชุมชนน้ำแดงพัฒนา 7 ราย 4 ปี ในคดีบุกรุกรวม 3 โจทก์ โจทก์ละ 1 ปี 4 เดือน ข้อหาบุกรุกที่ดินสาธารณะประโยชน์เอกชนปล่อยทิ้งร้าง (NPL)
 


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...