xs
xsm
sm
md
lg

ชาวบ้านแหรยะลาร้องมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมฯ หลัง จนท.บุกเก็บดีเอ็นเอถึงบ้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
ยะลา - ชาวบ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา เข้าร้องเรียนต่อมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ประจำจังหวัดยะลา กรณีการเก็บสารพันธุกรรม หรือดีเอ็นเอ ของ จนท.ฝ่ายความมั่นคง หลังสนธิกำลังเข้าตรวจค้นหมู่บ้านทำประชาชนหวาดกลัว จี้นายกฯ สั่งลบดีเอ็นเอเพราะได้มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย

วันนี้ (25 ก.ค.) นายอดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.จากพรรคพลังประชารัฐ ประธานศูนย์ทนายความมุสลิม จ.ยะลา กล่าวว่า ตัวแทนชาวตำบลบ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา เข้าร้องเรียนต่อมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ประจำจังหวัดยะลา เนื่องจากมีความกังวล เรื่องการเก็บสารพันธุกรรม หรือดีเอ็นเอ ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ที่สนธิกำลังเข้าตรวจค้นหมู่บ้านทั้ง 2 แห่ง เมื่อเช้ามืดของวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ชาวบ้านซึ่งอยู่ในความหวาดกลัวได้ยอมให้เจ้าหน้าที่เก็บดีเอ็นเอ ด้วยความไม่เต็มใจ

การเข้าปิดล้อมตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ ได้เข้าไปปิดล้อม และมีการตรวจดีเอ็นเอชาวบ้านจำนวนมาก เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ต้องบอกว่าทำโดยสมัครใจ เพราะในการเก็บดีเอ็นเอ เจ้าหน้าที่ก็ต้องบอกว่าทำโดยสมัครใจ เพราะว่าในการเก็บดีเอ็นเอ นั้นจะต้องให้ผู้ที่พิสูจน์ลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มที่จะทำการเก็บดีเอ็นเอ

ถามว่าในความรู้สึกของชาวบ้านไม่สมัครใจแน่นอน แต่ไม่ได้อยู่ในภาวะที่จะปฏิเสธได้ แม้จะมีผู้นำท้องถิ่นท้องที่อยู่ร่วมด้วย โดยภาวะที่เจ้าหน้าที่จำนวนมาก หรืออยู่ในภาวะกดดันอย่างนั้น ก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ และเชื่อว่าทุกคนก็จะเป็นเช่นนั้น

ตามข้อตกลงจริงก่อนที่จะเข้าพื้นที่ จะต้องมีผู้นำหลายฝ่ายรับรู้ร่วมด้วย และการเก็บดีเอ็นเอ ในฐานะของนักกฎหมาย ยืนยันโดยตลอดว่าการเก็บดีเอ็นเอ ต้องได้รับความสมัครใจจากประชาชน และรัฐเองก็ทราบว่าการเก็บดีเอ็นเอ หากไม่ได้รับการยินยอมแล้วเจ้าหน้าที่จะทำไม่ได้ และถือเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่ถูกกระทำนั้น

“เรื่องการเก็บดีเอ็น ของชาวบ้านบ้านแหร จ.ยะลา เตรียมยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะต้องให้มีการลบข้อมูลดีเอ็นเอของคนทั้งหมดที่เก็บไป เพราะเขาไม่ได้ยินยอมสมัครใจโดยสุจริต”
 

 
เราต้องคุยกับเจ้าหน้าที่รัฐด้วยว่า เมื่อไม่มีหลักฐานอะไรหรือมีหลักฐาน เวลาจะเอาตัวไปจะต้องมีการบันทึกภาพในกล้องวงจรปิดทั้งหมด ตั้งแต่การจับกุม ก้าวแรกที่เข้าไปในศูนย์ จนกระทั่งปล่อยตัว

“เพื่อป้องกันว่าจะไม่เกิดในกรณีที่ชาวบ้านสงสัย หลายคนที่เสียชีวิต และมีการแขวนคอ หรือฆ่าตัวตายในศูนย์ซักถาม ทำให้เกิดข้อสงสัยมาตลอดว่า เขาเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ เพราะหัวใจล้มเหลว แต่มาบอกว่ากล้องวงจรปิดเสีย หลังเกิดเหตุ ก่อนเกิดเหตุ มีใครพิสูจน์บ้าง มีใครเคยพูดถึงหรือไม่ ว่ารัฐต้องซ่อมหรือเสียยังไง หรือเครื่องเป็นยังไง”

เพราะทุกอย่างอยู่ในอำนาจของรัฐฝ่ายเดียว ทำให้เกิดคำถามที่เคลือบแคลงใจประชาชน ทุกมิติที่ประชาชนเคลือบแคลงใจก็ต้องทำให้กระจ่าง ถ้าเสียใครบอกเสีย เสียเมื่อไหร่ เสียจริงไหม เราพยายามจะบอกตลอดว่า ในเมื่อคุณใช้อำนาจพิเศษอย่างนี้ เจ้าหน้าที่รัฐเองจะต้องระมัดระวังในการใช้อำนาจ ระมัดระวังในการแสดงความบริสุทธิ์ใจของตนเอง

“เราเคยบอกว่าให้ติดตั้งกล้องวงจรปิด 24 ชั่วโมง บันทึกตั้งแต่ตอนเอาตัวไป นาทีแรกจนนาทีสุดท้ายที่ปล่อยตัว บันทึกเลยเมื่อประชาชนร้องเรียนว่าถูกซ้อมก็เปิดดู แล้วเมื่อไหร่ที่ประชาชนไม่ได้ร้องเรียนก็ลบทิ้งไป การทำเช่นนี้ก็ถือเป็นการปกป้องคุ้มครองสิทธิเจ้าหน้าที่ด้วย”

ในอดีตได้เสนอแล้วมีการประชุมร่วม 3 ฝ่าย ระหว่างศาลตุลาการความมั่นคง ตำรวจ ทหาร กระบวนการยุติธรรม แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า และมีการกระทำแบบนี้ต่อเนื่อง แน่นอนในฐานะ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล จะต้องทำให้ได้เพราะถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน กรณีนี้ต้องการคุ้มครองสิทธิของเจ้าหน้าที่ด้วย ไม่ใช่เฉพาะผู้ที่ถูกควบคุมตัวเท่านั้น เราคุ้มครองเจ้าหน้าที่ผู้ที่ทำหน้าที่อย่างสุจริตใจบริสุทธิ์ด้วย เพราะไม่อย่างนั้นเขาก็ต้องถูกกล่าวหายกไปทั้งเข่ง ว่าเจ้าหน้าที่หน่วยนี้ทำให้เขาตาย

“อีกเรื่องที่เตรียมเสนอนายกรัฐมนตรี คือ เครื่องตรวจพิสูจน์ศพ โดยไม่ต้องใช้การผ่าพิสูจน์ศพเมื่อมีการเสียชีวิต ในการดูแลของเจ้าหน้าที่หรืออยู่ในศูนย์ซักถาม และในเรือนจำอย่างที่เคยเกิดขึ้น ใช้งบประมาณ 10 กว่าล้าน เพื่อคลี่คลายปมที่เคลือบแคลงใจประชาชนมาโดยตลอด”
 



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...