xs
xsm
sm
md
lg

สนพท.เยือนเวียดนามพบปะ 5 สมาคมสื่อมวลชนเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิชาชีพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย เดินทางเยือนประเทศเวียดนาม เพื่อแลกเปลี่ยนวิชาชีพ เศรษฐกิจ ท่องเที่ยวและวัฒนธรรม กับ 5 สมาคมสื่อมวลชนเวียดนาม

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สนพท.) พร้อมคณะกรรมการ และที่ปรึกษา จำนวน 10 ชีวิต นำโดย นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมฯ ได้เดินทางจากประเทศไทยเพื่อไปเยือนประเทศเวียดนาม ตามโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างสื่อมวลชนไทย กับ สื่อมวลชนเวียดนาม ที่มีความสัมพันธ์ระหว่างกันยาวนานกว่า 30 ปี

โดยคณะของ สนพท. ประกอบด้วย นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมฯ เป็นหัวหน้าคณะ นายสมมิตร เกตุแก้ว อุปนายก คนที่ 1 นางวิลาสินี เจริญสุข เลขาธิการ นายกิตติศักดิ์ ศิริคลังเจริญรุ่ง นายทะเบียน นายอภิสิทธิ สันติภาพจันทรา ปฏิคม นายชัชวาล คำไทย ประชาสัมพันธ์ นายธนกฤต ฉัตรกิตติชัย ฝ่ายวิชาการ นายบัญญัติ พูนทรัพย์ กรรมการที่ปรึกษา พ.ต.ท.ธนภัทร์ หนูแก้ว กรรมการที่ปรึกษา และนายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ กรรมการที่ปรึกษา
 

 
ได้เดินทางด้วยสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ ในเวลา 11.00 น. ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ถึงสนามบินกรุงฮานอย เวลา 13.00 น. โดยมีอุปนายกสมาคมหนังสือพิมพ์นครไฮฟอง และเจ้าหน้าที่ของสมาคมฯ รอต้อนรับที่สนามบิน เพื่อโดยสารรถตู้เดินทางไปยังนครไฮฟอง ซึ่งเป็นจุดหมายแรกของการไปเยือนประเทศเวียดนามในครั้งนี้ โดยจุดหมายของการแลกเปลี่ยน ระหว่าง สนพท. กับสมาคมหนังสือพิมพ์เวียดนามอยู่ที่ดินแดนที่เรียกกันว่า “เวียดนามเหนือ”

หลังการเข้าที่พักที่สมาคมหนังสือพิมพ์ไฮฟองจัดให้ ซึ่งเป็นโรงแรมที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานตำรวจนครไฮฟอง ตกค่ำ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ไฮฟอง และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์รายวันไฮฟอง นายเล ทรอง เหงี่ย พร้อมอุปนายก รองบรรณาธิการ และผู้เกี่ยวข้อง ได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับคณะจาก สนพท. หลังอาหารค่ำได้นำคณะ สนพท. เยี่ยมชมความสวยงามของนครไฮฟองยามค่ำคืน
 

 
รุ่งเช้าของวันที่ 10 ก.ค. นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ไฮฟอง พร้อมคณะ ได้เชิญคณะของ สนพท. ทานอาหารเช้า ณ สำนักงานหนังสือพิมพ์ไฮฟอง หลังอาหารเช้าเวลา 09.00 น. ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่าง 2 สมาคม ณ ห้องประชุมสำนักงานหนังสือพิมพ์ไฮฟอง มีการแนะนำทั้งผู้เหย้าและผู้เยือน มีการบรรยายสรุปถึงความเป็นมาของหนังสือพิมพ์ไฮฟอง ก่อนที่จะมีการแลกเปลี่ยนถึงสถานการณ์ปัจจุบันของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ปัญหาต่างๆ ที่ต้องแก้ไข และในอนาคตจะก้าวไปอย่างไร

หลังรับประทานอาหารเที่ยงที่สมาคมหนังสือพิมพ์ไฮฟองเป็นเจ้าภาพ ได้พาคณะของ สนพท.เดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญๆ ของนครไฮฟอง เช่น เขตเศรษฐกิจพิเศษ จำนวน 3 เขต ซึ่งมีการลงทุนทั้งของนายทุนต่างประเทศ และนักลงทุนในประเทศ โดยเขตที่ 1 มีการลงทุนเต็มพื้นที่แล้ว ส่วนเขตที่ 2 มีการลงทุนไปกว่าครึ่ง และเขตที่ 3 อยู่ระหว่างการก่อสร้างสิ่งสาธารณูประโยชน์

หลังจากนั้น จึงได้เดินทางไปดูแหล่งท่องเที่ยวและอนุสรณ์สถานที่สำคัญที่เรียกว่าท่าเรือ 15 เค ซึ่งเป็นท่าเรือที่ใช้ในการลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์ และกำลังพลจากเมืองไฮฟองไปยังเวียดนามใต้ เพื่อสู้รบกับจักรวรรดินิยมฝรั่งเศส และ อเมริกา ซึ่งกำลังพลทุกคนที่ร่วมปฏิบัติการในสงครามกู้ชาติ รู้ดีว่าอาจไม่มีชีวิตรอดกลับมา เพราะหากถูกกำลังข้าศึกโจมตี จะต้องทำการระเบิดเรือเพื่อทำลายหลักฐาน หลังจากที่เวียดนามเป็นเอกราช จึงได้มีการสร้างอนุสรณ์สถานขึ้น เพื่อให้เป็นที่ระลึกถึงผู้พลีชีพ โดยมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเคารพและเยี่ยมชม โดยทางอนุสรณ์สถานแห่งนี้มีเจ้าหน้าที่นำชมและบอกเล่าถึงความเป็นมา และสาเหตุที่ได้ชื่อว่า ท่าเรือ 15 เค เพราะท่าเรือแห่งนี้มีเสาคอนกรีต จำนวน 15 ต้นนั่นเอง
 

 
วันที่ 11 ก.ค. คณะของ สนพท. ได้เดินทางไปยังจังหวัดกว่างนิน โดยสมาคมหนังสือพิมพ์กว่างนิน และคณะผู้บริหารของหนังสือพิมพ์กว่างนิน ให้การต้อนรับ และนำชมสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอันเลื่องชื่อ ซึ่งถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั่นคือ “อ่าวฮาลองเบย์” ที่มีการเปรียบเทียบว่าเป็น “กุ้ยหลินแห่งเวียดนาม” สมาคมหนังสือพิมพ์กว่างนินได้จัดเรือให้คณะ สนพท.ล่องอ่าวฮาลองเบย์ เพื่อให้มีความสะดวกสบาย ไม่ปะปนกับนักท่องเที่ยวอื่นๆ โดยไปลงเรือยังท่าเรือราชการ ซึ่งนอกจากลงเรือล่องในอ่าวเพื่อชมความสวยงามของทิวทัศน์แล้ว ยังพาไปชมถ้ำสวรรค์ ที่ประกอบด้วยถ้ำที่เต็มไปด้วยธรรมชาติของหินงอกหินย้อยที่งดงามยิ่ง

หลังจากทานอาหารเที่ยงแล้ว คณะ สนพท. ได้เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์จังหวัดกว่างนิน โดยมีเจ้าหน้าที่มัคคุเทศก์ นำชม และอธิบายความเป็นมาของจังหวัด ทำให้ทราบว่าในอดีตที่นี่เป็นแหล่งถ่านหินที่ใหญ่มาก เป็นอุตสาหกรรมส่งออก แต่วันนี้กว่างนิน ได้พัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยว ที่ถ้าใครไม่ทราบถึงอดีตจะไม่เชื่อว่าที่แห่งนี้เคยเต็มไปด้วยฝุ่นสีดำจากการทำอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหิน หลังจากนั้น สมาคมหนังสือพิมพ์กว่างนินได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงรับรอง และแลกเปลี่ยนในเรื่องวิชาชีพระหว่าง 2 สมาคม และเรื่องของการท่องเที่ยว
 

 
วันที่ 12 ก.ค.คณะของ สนพท. ได้เดินทางมาถึงจังหวัดนิงบิ้งห์ โดยสมาคมหนังสือพิมพ์นิงบิ้งห์ และคณะผู้บริหารของหนังสือพิมพ์นิงบิ้งห์ เป็นเจ้าภาพให้การต้อนรับ และนำท่องเที่ยวเพื่อชมความสวยงามของลำน้ำ ขุนเขา และถ้ำธาร ของสถานที่ท่องเที่ยวอันลือชื่อของจังหวัดแห่งนี้ นั่นคือ “ฮาลองบก” ซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งต่างประเทศและในประเทศเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยคณะของ สนพท. ได้ลงเรือท่องไปตามแม่น้ำ ลำธาร ถ้ำลอด ภายในขุนเขาที่โอบล้อม ซึ่งสวยงามอย่างยิ่ง และในตอนเย็น สมาคมหนังสือพิมพ์นิงบิ้งห์ ได้จัดงานเลี้ยงอาหารพื้นเมือง คือ เนื้อแพะภูเขา หรือเลียงผา ในภัตตาคารที่ขึ้นชื่อของจังหวัดนิงบิ้งห์ และมีการแลกเปลี่ยนในด้านวิชาชีพ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระหว่าง 2 สมาคม

วันที่ 13 ก.ค. คณะของ สนพท.ได้เดินทางมาถึงจังหวัดห่านาม โดยสมาคมหนังสือพิมพ์จังหวัดห่านาม และหนังสือพิมพ์ห่านาม เป็นเจ้าภาพให้การต้อนรับ โดยนายกสมาคมฯ บรรณาธิการ และเจ้าหน้าที่ของสมาคมได้นำไปกราบไหว้พระที่วัดตำจุ๊ก ซึ่งเป็นศาสนสถานที่มีการก่อสร้างที่อลังการ เพื่อเป็นที่ศาสนาพุทธหรือสงฆ์โลก โดยอยู่ในพื้นที่ประมาณ 3,300 เอเคอร์ ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 1,000 ล้านเหรียญยูเอส ภายในอาคารมีพระพุทธรูปและเจ้าแม่กวนอิม ให้นักท่องเที่ยวได้เคารพสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย หลังจากที่คณะของ สนพท. ได้ดื่มด่ำกับการไหว้พระเพื่อเป็นมงคลของชีวิตแล้ว สมาคมหนังสือพิมพ์ และหนังสือพิมพ์ห่านาม ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารเที่ยง เพื่อเป็นการต้อนรับ พร้อมทั้งการแลกเปลี่ยนในเรื่องวิชาชีพ และอื่นๆ ก่อนที่คณะ สนพท. จะเดินทางต่อไปยังนครฮานอย เมืองหลวงของประเทศเวียดนาม
 

 
คณะ สนพท. เดินทางถึง “ฮานอย” เมื่อเวลา 14.30 น.ของวันที่ 13 ก.ค.หลังจากเข้าพักที่โรงแรมซึ่งเจ้าภาพจัดไว้ให้ คณะของเราซึ่งมีตัวแทนจากสมาคมหนังสือพิมพ์ฮานอย และตัวแทนจากหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจนครฮานอย นำคณะของ สนพท.ไปย่านการค้าในตัวเมือง ซึ่งเป็นย่านการค้าที่นักท่องเที่ยวใช้เป็นที่ “ชอปปิ้ง” สร้างความเพลิดเพลินให้แก่คณะของ สนพท.เป็นอย่างยิ่ง

และเวลา 18.30 น.วันเดียวกัน คณะ สนพท. ได้เดินทางไปยังภัตตาคารแซน ซึ่งเป็นภัตตาคารที่ขึ้นชื่อของนครฮานอย ซึ่งที่นั่น นายเหงืยน มิน ดึ๊ก อุปนายกสมาคมหนังสือพิมพ์นครฮานอน และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจฮานอย นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ไฮฟอง อดีตนายกสมาคมหนังสือพิมพ์ห่านาม ที่ปรึกษานายกสมาคมหนังสือพิมพ์ห่านาม อุปนายก รองบรรณาธิการ และเจ้าหน้าที่ของสมาคมฯ และหนังสือพิมพ์นครฮานอย ได้เลี้ยงต้อนรับ และมีการแลกเปลี่ยนในเรื่องวิชาชีพ และเศรษฐกิจการลงทุน โดยนายเหงียน มิน ดึ๊ก อุปนายกสมาคมหนังสือพิมพ์นครฮานอย และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจฮานอย เน้นในเรื่องของเศรษฐกิจ การลงทุน โดยต้องการให้ สนพท. เป็นตัวเชื่อมของผู้ที่สนใจลงทุนในประเทศเวียดนาม ได้เดินทางมาลงทุนในเวียดนามให้มากขึ้น
 

 
และในวันที่ 14 ก.ค.เจ้าภาพ คือสมาคมหนังสือพิมพ์ฮานอย และหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจฮานอย ได้นำคณะของ สนพท.เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ประธานโฮจิมินห์ และเคารพสุสานประธานโฮจิมินห์ ผู้รวมแผ่นดินจากประเทศเวียดนามเหนือ เวียดนามใต้ ให้เป็นหนึ่งเดียว คือประเทศเวียดนามในปัจจุบัน โดยได้จัดเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่มัคคุเทกศ์ 2 คน นำชม และบรรยายให้ความรู้ความเข้าใจในประวัติการต่อสู่กับจักรวรรดินิยมฝรั่งเศส และอเมริกา หลังจากนั้นได้นำคณะไปยังห้างล็อตเต้ ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าสัญชาติเกาหลีใต้ที่มีความสูง 81 ชั้น โดยคณะของ สนพท. ได้ไปพักผ่อน ดื่มกาแฟยังชั้นที่ 65 ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สามารถชมทัศนียภาพของนครฮานอยอย่างทั่วถึง

ต่อมา เวลา 12.00 น.วันเดียวกัน ทางเจ้าภาพได้เชิญคณะ สนพท.รับประทานอาหารเที่ยง ซึ่งเป็นการเลี้ยงส่งที่ภัตตาคารริมน้ำที่ขึ้นชื่อของนครฮานอย หลังจากนั้น คณะของเจ้าภาพโดยนายกสมาคมหนังสือพิมพ์ไฮฟอง ได้นำคณะเดินทางมาส่งคณะของ สนพท.ถึงสนามบินนครฮานอย ต่อจากนั้นคณะของ สนพท. ได้เดินทางโดยเครื่องบินของสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติของเวียดนาม เมื่อเวลาประมาณ 16.00.น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อ 18.00 น. โดยสวัสดิภาพ

อนึ่ง ในการเดินทางไปเยือนเวียดนามครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่เจ้าภาพได้จัดให้คณะของ สนพท.ได้พบปะกับสมาคมหนังสือพิมพ์มากถึง 5 สมาคม โดยสมาคมทุกสมาคมได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพในการต้อนรับ และแลกเปลี่ยนทั้งในด้านวิชาชีพ เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การลงทุน และมีการมอบของที่ระลึกระหว่างสมาคมอีกด้วย โดยสมาคมทั้ง 5 สมาคมของเวียดนามจะเดินทางมาเยือนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ของประเทศไทย ในราวๆ ต้นเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้
 




Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...