xs
xsm
sm
md
lg

2 สมาคมประมงกระบี่ตะเพิดเรือฝั่งอ่าวไทย ขอเข้าทำประมงอวนครอบหมึกในอันดามัน (ชมคลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - สมาคมประมง จ.กระบี่ ควงสมาคมคนรักเลกระบี่ ออกแถลงการณ์ตะเพิดเรือประมงอวนครอบหมึก จากพื้นที่ฝั่งอ่าวไทย หลังขอเข้าทำประมงในพื้นที่ทะเลฝั่งอันดามัน หวั่นกระทบชาวประมงพื้นบ้าน

วันนี้ (14 ก.ค.) สมาคมการประมงจังหวัดกระบี่ และสมาคมคนรักเลกระบี่ ได้เรียกร้องให้สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ทบทวนและยกเลิกกรณีทำหนังสือด่วนถึงสมาคมชาวประมงจังหวัดกระบี่ เพื่อขอความเห็นเกี่ยวกับเรือประมงเครื่องมืออวนครอบหมึก จำนวน 18 ลำ จากทะเลฝั่งอ่าวไทย ซึ่งประกอบด้วย เรือประมงจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ที่จะย้ายเข้ามาทำการประมงในฝั่งทะเลอันดามัน

โดยทางสมาคมชาวประมงจังหวัดกระบี่ ไม่เห็นด้วยและคัดค้าน เนื่องจากเรือประมงที่จะเข้ามาเป็นเรือที่มีขนาดใหญ่ และใช้เครื่องมือทำการประมงที่ทันสมัย ซึ่งในพื้นที่ทะเลอันดามัน จังหวัดกระบี่ เป็นพื้นที่แคบ และมีเขตหวงห้ามจำนวนมาก จึงได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ในกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า...

ตามที่มีความพยายามขอย้ายพื้นที่ทำการประมง เรือประมงครอบหมึก โดยจะย้ายจากประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานีนั้น ถือเป็นการขอเพิ่มจำนวนเรือประมงประเภทปั่นไฟครอบหมึก ในฝั่งอันดามันขึ้นอีก การอนุญาตให้ย้ายพื้นที่ เสมือนเป็นการยอมรับการประมงที่ย้ายถิ่นเร่ร่อน โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อโอกาสของชาวประมงในพื้นที่อันดามัน

สมาคมการประมงจังหวัดกระบี่, สมาคมคนรักเลกระบี่ มีความเห็นดังนี้

1.การขอย้ายถิ่นดังกล่าวอาจอ้างผลการศึกษาค่า MSY และระบุว่า ปริมาณสัตว์น้ำของฝั่งอันดามัน เหลือพอที่จะรองรับการประมงเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ข้อมูลทางวิชาการที่บ่งชี้แน่นอน ประกอบกับการกำหนดโควตาการจับสัตว์น้ำของประเทศไทย ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุจำนวนที่เป็นจริง กล่าวคือ ยังใช้การกำหนดเป็นจำนวนวันทำการประมง แทนที่จะกำหนด “ปริมาณหรือน้ำหนักสัตว์น้ำ” ที่จับได้จริง ดังนั้น ไม่มีหลักประกันอะไรเลยสำหรับทรัพยากรประมงในพื้นที่อันดามัน ซึ่งมีความแตกต่างกับฝั่งอ่าวไทยจะไม่ถูกทำลายโดยเรือประมงย้ายถิ่น

2.การสนับสนุนให้ชาวประมงย้ายถิ่นอย่างต่อเนื่อง เท่ากับส่งเสริมให้ชาวประมงมุ่งแต่กอบโกยเอาทรัพยากร ยิ่งทำให้ชาวประมงไม่มีสำนึกรักถิ่น ไม่มีจิตวิญญาณในการรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติให้สมดุล ยั่งยืน ขัดต่อหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) และขัดต่อเจตนาที่ประเทศควรส่งเสริมให้ประชาชนร่วมรักษาทรัพยากรในพื้นที่

3.การประมงของชาวประมงในฝั่งอันดามัน มีเครื่องมือในการจับหมึกหลากหลายชนิด หากมีการใช้เครื่องมือประมงครอบหมึก และใช้การปั่นไฟเพิ่มขึ้นในพื้นที่ ย่อมมีผลกระทบต่อชาวประมงพื้นถิ่นมากขึ้น

จึงมีความเห็นว่า ไม่ควรอนุญาตให้มีการย้ายถิ่นการประมง จนกว่าจะมีการระบุโควตาจำนวนปริมาณหรือน้ำหนักสัตว์น้ำ ของการประมงพาณิชย์ แทนการกำหนดโควตาเป็น “จำนวนวัน”

ขณะที่ นายบรรจง นะแส อดีตนายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย และที่ปรึกษากรมประมง ก็ได้แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องดังกล่าวนี้ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “หายเงิบ/หน้าด้านเลยหน้าแตก...ประมงพาณิชย์ขอข้ามฟากมาปั่นไฟจับหมึกฝั่งอันดามัน โดนสมาคมรักษ์เลกระบี่เบรกหัวตุง สั่งสอนให้กลับไปร่วมฟื้นฟูทะเลในพื้นที่ของตนเองบ้าง ไม่ใช่เอาแต่จับอย่างเดียว (รออ่านรายละเอียดแถลงการณ์จากผู้สื่อข่าวแมเนเจอร์ออนไลน์ภาคใต้นะครับ)”
 







Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...