xs
xsm
sm
md
lg

ส.สมาพันธ์ประมงพื้นบ้านฯ ออกแถลงการณ์จี้ รบ.เร่งกำหนดมาตรการมิให้จับสัตว์น้ำวัยอ่อน (มีคลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - “หยุดจับ-หยุดซื้อ-หยุดขาย-หยุดกิน” แถลงการณ์สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย จี้รัฐบาลกำหนดมาตรการมิให้มีการจับสัตว์น้ำวัยอ่อนโดยเร่งด่วน

วันนี้ (5 ก.ค.) ทางสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ เรื่อง รัฐบาลต้องกำหนดมาตรการมิให้มีการจับสัตว์น้ำวัยอ่อนโดยเร่งด่วน โดยระบุว่า...

ปัจจุบัน สถานการณ์ทรัพยากรสัตว์น้ำบางชนิดลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะปลาทู โดยมีการยืนยันจากหลายหน่วยงาน ซึ่งมีความเสี่ยงที่ปลาทูจะตกอยู่ในสถานการณ์ใกล้สูญพันธุ์ ทั้งที่ในสังคมไทย ปลาทูเป็นสัตว์น้ำที่อยู่คู่กับชาวประมง และมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ

ที่ผ่านมา สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย มีการเสนอแนวทางต่อภาครัฐ เรื่องการยุติการจับสัตว์น้ำโดยเครื่องมือทำลายล้าง ซึ่งมีการจับสัตว์น้ำวัยอ่อนในปริมาณที่มาก เกินกว่าสัตว์น้ำจะเติบโตได้ทัน แต่ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้รับการตอบสนอง จึงนำมาสู่ปัญหาสถานการณ์สัตว์น้ำบางชนิดใกล้สูญพันธุ์ ในวันนี้สมาคมสมาพันธ์ฯ ได้หารืออย่างเร่งด่วน กรณีวิกฤตปลาทูที่ลดลงอย่างรวดเร็ว จนใกล้สูญพันธุ์ และมีข้อสรุปเพื่อเสนอต่อภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้

1.ปัจจุบันประเทศไทยมีพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการประมง โดยการบริหารจัดการด้านการประมงนั้น ได้ระบุวัตถุประสงค์การกำหนดนโยบาย กำกับดูแลการบริหารจัดการประมง และอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ ให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอยู่ในภาวะที่เหมาะสม และสามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งกำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ซึ่งมีอำนาจกำหนดนโยบายและบริหารจัดการทรัพยากรการประมงดังกล่าว

อำนาจในการกำหนดนโยบายในมาตรา 19 (8) ให้คณะกรรมการฯ กำหนดแนวทางในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม และสามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีมาตรา 22 ที่เป็นแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ ต้องครอบคลุม แนวทางการป้องกันการแสวงหาประโยชน์เกินควรจากทรัพยากรสัตว์น้ำ ในการนี้ ได้กำหนดให้ กรมประมง ทำหน้าที่ จัดทำแผนการการจัดการทรัพยากรประมงดังกล่าว เสนอคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ พิจารณา ทั้งยังระบุย้ำ ให้มีแนวทางการป้องกันการจับสัตว์น้ำที่โตไม่ได้ขนาดอย่างชัดเจนด้วย ในปัจจุบันกรมประมง และคณะกรรมการฯ ยังไม่ได้ดำเนินการดังกล่าว

2.พระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มาตรา 57 ยังให้อำนาจรัฐมนตรี ประกาศกำหนดห้ามมิให้ผู้ใดจับสัตว์น้ำหรือนำสัตว์น้ำที่มีขนาดเล็กกว่ารัฐมนตรีประกาศกำหนดขึ้นเรือประมง และยังให้อำนาจรัฐมนตรีในมาตรา 71 ใน (2) กำหนดการปฏิบัติเกี่ยวกับสัตว์น้ำที่ถูกจับได้โดยบังเอิญ ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่มีการใช้อำนาจตามข้อกำหนดนี้ กรณีลูกปลาทูหรือสัตว์น้ำอื่นๆ ที่มีขนาดเล็ก สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย ได้หารือ วิเคราะห์ร่วมกันแล้ว พบว่า มีเพียง 2 ทางเลือกที่เท่านั้นที่สามารถแก้ไขปัญหาการทำลายพันธุ์สัตว์น้ำเกินควร

ในทางแรก เนื่องจาก “ต้นเหตุ” ที่จับลูกปลาทูวัยอ่อน เป็นกลุ่มที่ใช้เครื่องมือ “อวนตาถี่” หลายชนิด หากรัฐบาลต้องการให้แก้ไขปัญหาให้เด็ดขาดยั่งยืน ต้องยกเลิกการใช้เครื่องมือประมงจับสัตว์น้ำ ด้วย อวนตาถี่ทุกชนิดเหล่านี้ เช่น เรือปั่นไฟจับสัตว์น้ำด้วยอวนตาถี่ในเวลากลางคืน อวนลาก อวนล้อมตาถี่ เป็นต้น หรือหากยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะอาจจะกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม รัฐบาลย่อมเหลือเพียงอีกทางเลือกเดียว ที่พวกเราชาวประมงพื้นบ้านยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มกำลัง คือ รัฐบาลต้องกำหนดให้ชาวประมง “ทุกชนิด ทุกประเภท” ห้ามจับพันธุ์สัตว์น้ำเศรษฐกิจวัยอ่อน ในขนาดและอัตราส่วน ใน “หลักการการป้องกันไว้ล่วงหน้า” จึงขอเรียกร้องให้เร่งดำเนินการดังต่อไปนี้

1.ยืนยันให้รัฐบาลเร่งรัดการบังคับใช้มาตรา 57 ในพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 กำหนดขนาดพันธุ์สัตว์น้ำที่โตไม่ได้ขนาด เพื่อป้องกันไว้ล่วงหน้า โดยเริ่มจากสัตว์น้ำสองชนิด ได้แก่ ปลาทู และปูม้า

2.ในกระบวนการกำหนด ต้องมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้เสีย ภาครัฐ นักวิชาการ ชาวประมงทั้งประมงพื้นบ้านและพาณิชย์ ผู้บริโภค สื่อมวลชน องค์กรสาธารณะด้านสิ่งแวดล้อม โดยใช้หลักฐานทางวิชาการ/วิทยาศาสตร์ และคำนึงถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวทางการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ และ “หลักการการป้องกันล่วงหน้า” 

3.เพื่อสร้างหลักประกันการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนทั้งระบบในระยะยาว ขอให้คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ และรัฐบาล เร่งกำหนดนโยบายป้องกันการจับสัตว์น้ำเศรษฐกิจวัยอ่อนที่ยังไม่ได้ขนาดชนิดอื่นๆ ในอนาคตด้วย

ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ปลาทูลดลงจนเกิดวิกฤต และมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทยและเครือข่ายสมาชิกจะเดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อติดตามข้อเรียกร้องในทันที ที่มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เสร็จสิ้น

ด้วยความนับถือ
สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย
วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2562

 






Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...