xs
xsm
sm
md
lg

สทนช.แจงกรอบ SEA ก่อนลงพื้นที่คุยกลุ่มย่อย 13 ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก (มีคลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - เปิดเวทีปฐมนิเทศ SEA ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก ชี้แจงกรอบแนวทางการศึกษาและแผนงาน รับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน เผยพบปัญหาการใช้ที่ดิน รุกป่าต้นน้ำ ขาดแคลนน้ำ น้ำท่วมหน้าฝน ปัญหาความขัดแย้งในโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ นำข้อมูลไปทบทวน เตรียมลงพื้นที่คุยกลุ่มย่อย

วันนี้ (14 มิ.ย.) ที่ รร.ซี.เอส.ปัตตานี สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท คอลซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด บริษัท ดีไว พลัส จำกัด และบริษัท เซ้าท์อิสท์เอเชียเทคโนโลยี จำกัด หรือ SEATEC จัดการประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) พื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก 13 สาขา ใน 11 จังหวัด เพื่อชี้แจงกรอบแนวทางการศึกษาและแผนงานของโครงการ รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาปรับปรุงการดำเนินงานให้สอดคล้องต่อลักษณะทางสังคมและชุมชน ความต้องการ และประเด็นปัญหาของแต่ละกลุ่มพื้นที่ โดยมีผู้เข้าประชุมประมาณ 300 คน จากทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน
ดร.ปัญญา พลแสน ผู้จัดการโครงการ
 
ก่อนหน้านี้ ได้จัดการประชุมปฐมนิเทศโครงการนี้แล้วที่ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 10-12 มิ.ย. โดยกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาได้สรุปผลเบื้องต้น โดยระบุไว้ในเอกสารเผยแพร่ว่า แต่ละพื้นที่มีลักษณะปัญหาที่มีลำดับความสำคัญแตกต่างกันไป แต่มีประเด็นหลักที่คล้ายคลึงกันคือ ปัญหาด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน การบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ต้นน้ำลำธาร ปัญหาขาดแคลนน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค การเกษตรและการผลิต ปัญหาอุทกภัยในช่วงฤดูฝน สิ่งกีดขวางทางน้ำ การชะล้างและสะสมตะกอน ปัญหาคุณภาพน้ำจากน้ำเสียจากชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรม ปัญหาหน่วยงานภาครัฐขาดการบูรณาการร่วมกันในการแก้ไขปัญหาของพื้นที่ ขาดกลไกในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมชุมชนในการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งความขัดแย้งจากโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่

เอกสารดังกล่าว ยังระบุอีกว่า ในขั้นตอนต่อไป สทนช.และกลุ่มบริษัทที่ปรึกษามีแผนจะศึกษาในรายละเอียดของแต่ละพื้นที่ โดยการสำรวจข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มย่อยในระดับลุ่มน้ำสาขา และในพื้นที่ที่มีประเด็นปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ เพื่อให้ได้ข้อมูลสภาพปัญหา ศักยภาพและข้อจำกัด เป้าหมายการพัฒนาทางเลือกการจัดการ ซึ่งสอดคล้องต่อความต้องการของชุมชนและประเด็นยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการเชิงลุ่มน้ำทั้งระบบ เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำของพื้นที่ บรรเทาความรุนแรงของสภาพปัญหา ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสในการพัฒนา ความเสมอภาค และความเท่าเทียมในการเข้าถึงทรัพยากรน้ำของประชาชนต่อไป

ดร.ปัญญา พลแสน ผู้จัดการโครงการ กล่าวอธิบายโครงการนี้ว่า จะใช้วิธีการ SEA เป็นเครื่องมือในการพิจารณาเชื่อมโยงข้อมูลด้านต่างๆ ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ได้ผลการศึกษาและฐานข้อมูลในการจัดการลุ่มน้ำ การจัดการแผนที่ลุ่มน้ำ และการให้ข้อมูลแก่ผู้ใช้น้ำ ซึ่งในขั้นนี้ เป็นขั้นที่ 2 เพื่อกำหนดขอบเขตการศึกษา โดยการรับฟังข้อมูลจากที่ประชุมว่า มีข้อจำกัด มีศักยภาพอะไร แล้วมาช่วยกันคิดว่าจะแก้ไขอย่างไร จะพัฒนาศักยภาพอย่างไร และจะพัฒนาอย่างไรให้ยั่งยืน เท่าเทียมกันในการเข้าถึงทรัพยากรน้ำ เพื่อความมั่นคงด้านน้ำ ตามแผนยุทธศาสตร์ วันนี้ จึงต้องการให้ร่วมกันคิด ร่วมสร้าง เพื่อกำหนดอนาคตของเราเอง จนได้แผนออกมา แล้วพึงพอใจหรือไม่ จะแก้ไขอย่างไร จะมาดูกันอีกครั้ง
นายสิริวิชญ กลิ่นภักดี ผอ.กองบริหารจัดการลุ่มน้ำ สทนช.
ด้าน นายสิริวิชญ กลิ่นภักดี ผอ.กองบริหารจัดการลุ่มน้ำ สทนช. กล่าวว่า การจัดทำโครงการครั้งนี้ ไม่ได้เจาะจงว่าจะทำเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่จะทำในทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม โดยสิ่งสำคัญคือ การรับฟังความคิดเห็นของคนในพื้นที่ และจัดทำผลการศึกษาเพื่อใช้เป็นกรอบ เป็นทิศทาง และกำหนดเป็นแผนแม่บท จากนี้จะนำข้อมูลที่ได้รับจากทั้ง 4 เวทีกลับไปทบทวน

จากนั้นเป็นการรับฟังความคิดเห็นจากที่ประชุม โดยมีผู้เสนอความเห็นกันอย่างหลากหลาย เช่น ผู้แทนจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกตั้งข้อสังเกตว่า ค่าเฉลี่ยปริมาณน้ำฝนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ค่อนข้างสูง อยู่ที่ 1,800-2,000 มิลลิเมตร โดยเฉพาะในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค. ที่ได้รับอิทธิพลจากลมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีปริมาณน้ำฝนถึง 60-70% ของปริมาณน้ำฝนทั้งหมด หากบริหารจัดการได้จะทำให้พื้นที่นี้มีน้ำใช้ทั้งปี ในขณะที่ช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.ไม่มีน้ำ

ด้าน นายฮามะ บากา กลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำ อ.เทพา กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมส่วนหนึ่งมาจากการที่มีตะกอนดินอยู่ในแหล่งน้ำ จึงควรมีการขุดลอกคูคลอง นอกจากนี้ พอถึงหน้าแล้งก็ขาดแคลนน้ำ ควรแก้ด้วยการทำแก้มลิง ธนาคารน้ำใต้ดิน และฝายกั้นน้ำ นอกจากนี้ ว่าที่ ร.ต.ศรายุทธ เจียรมาศ ปลัดอาวุโส อ.เทพา จ.สงขลา เสนอว่า ควรมองลุ่มน้ำเทพาให้เชื่อมโยงกับลุ่มน้ำตาปีด้วย แม้จะอยู่กันคนละฝั่งเขากัน
อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง
บริษัทที่ปรึกษาจับมือภาคประชาชนร่วมทำ SEA น้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก




Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...