xs
xsm
sm
md
lg

สุดซับซ้อน! สาวยะลาแจ้ง ตร.ลูกถูกลักพาตัว สุดท้ายโอละพ่อ! กุเรื่องเอง หลังแม่แท้ๆ มาเอาคืน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

สุราษฎร์ธานี - หญิงสาวแจ้ง ตร.ถูกป้ายยาลักลูกชายวัย 1 เดือน เรื่องสุดซับซ้อนเด็กไม่ใช่ลูกคนแจ้ง แต่กุเรื่องขึ้นมา หลังแม่แท้จริงๆ มาเอาลูกคืน ยันไม่มีเรื่องป้ายยา ต้องสอบเพิ่มตรวจดีเอ็นเอ



จากกรณีนางสาวศศิธร ชูจิต อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่144 หมู่ที่ 6 ตำบลตาเนอะแมเลอะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ว่า ถูกคนร้ายเป็นหญิงรูปร่างท้วม มาป้ายยาทำให้มีอาการมึนงง ควบคุมตัวเองไม่ได้ หลังจากนั้นหญิงคนดังกล่าวได้อุ้มลูกชายวัย 1 เดือน 8 วัน หายไปจากรถของตน เหตุเกิดเมื่อช่วงเที่ยง วันนี้ ( 10 มิ.ย.) หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังกว่า 40 นายเร่งติดตามและคลี่คลายคดีอย่างเต็มที่

จนกระทั้งเมื่อช่วงค่ำวันเดียวกัน พ.ต.อ.ศิริชัย ทรงวสิน ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ได้เปิดเผยว่าจากการสอบสวนนางสาวศศิธรกว่า 6 ชั่วโมง จึงยินยอมเปิดปาก ว่า เรื่องทั้งหมดเป็นการกุเรื่องขึ้น โดยระบุก่อนหน้านี้ตนท้องกับสามี ท้องได้ประมาณ 5 - 6 เดือนแต่มาแท้ง ตนไม่อยากทำให้สามีและพ่อสามีเศร้าเสียใจที่สูญเสียหลานไป และ อาจทำให้สามีไม่พอใจจนถึงเลิกกับตนได้

ตนจึงได้ติดต่อหาเด็กมาเป็นลูก โดยได้เด็กที่เพิ่งเกิดมาจาก จ.ตรัง นำมาบอกกับครอบครัวว่าเป็นลูกของตน พร้อมได้เอกสารจาก โรงพยาบาลชุมชนตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จึงนำไปแจ้งเกิดต่อฝ่ายทะเบียนราษฎร์ของอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี และ วคนที่อุ้มเอาเด็กไปก็เป็นแม่แท้ๆของเด็ก ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดยังอยู่ในระว่างการสอบสวน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จึงได้ติดต่อประสานขอความร่วมมือไปยังแม่เด็กขอให้นำเด็กกลับมายัง สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. น.ส.อิงอร กลิ่นชื่น อายุ 18 ปี พร้อมเด็กได้นั่งแท็กซี่มาจากจังหวัดตรังมาถึง สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี โดยนำเอกสารใบเกิดของเด็กพร้อมกับข้อความการแชทในไลน์ที่มีการพูดคุยเป็นข้อตกลงนางสาวศศิธร ที่จะมารับลูกชายกลับไปมาแสดงต่อ พ.ต.อ.ศิริชัย

ซึ่ง พ.ต.อ.ศิริชัย ทรงวสิน ได้เปิดเผยว่า น.ส.อิงอร แม่เด็กได้ยืนยันว่าเป็นลูกของตนเองจริง ซึ่งในเบื้องต้นได้เอาเอกสานใบเกิดของเด็กมายืนยัน ส่วนรายเอียดข้อเท็จจริงอยู่ในระหว่างการสอบสวน ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการส่งตรวจ ดีเอ็นเอ ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดจำนวน 5 คนรวมทั้งตัวเด็กด้วย เพื่อพิสูจน์ความจริงว่าใครเป็นแม่ที่แท้จริงของเด็ก

หากทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวสุราษฎร์ธานี ก็จะนำเด็กไปดูแลจนกว่าผลการตรวจ ดีเอ็นเอ จะออกมา พร้อมกันนี้ทาง พ.ต.อ.ศิริชัย ได้ยืนยันว่าเรื่องป้ายนั้นไม่มีมูลความจริง เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการแย่งเป็นผู้ปกครองของเด็ก พร้อมขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกกับข่าวที่ออกไป และขอให้เสพข่าวอย่างมีสติ

สำหรับนางสาวศศิธร ชูจิต เจ้าหน้าที่ได้ระบุว่าหากเป็นการแจ้งเกิดซ้ำซ้อนกับแม่ที่แท้จริงจะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความเท็จ ซึ่งเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จะเป็นผู้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนต่อไป



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...