xs
xsm
sm
md
lg

แก้ผังเมืองนครศรีฯ เครือข่ายปกป้องดิน น้ำ ป่า เสนอใช้แทนขุดคลองผันน้ำ (มีคลิป)

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 

ศูนย์ข่าวภาคใต้ - เครือข่ายปกป้องดิน น้ำ ป่า นครศรีธรรมราช, พัทลุง จัดเวทีถกปัญหาการจัดการน้ำ ชี้ พ.ร.บ.น้ำทำให้เกิดการควบคุมน้ำทั้งหมด ชี้หลายโครงการน้ำภาคใต้ ไม่ตรงวัตถุประสงค์ เขื่อนวังหีบไม่ได้แก้น้ำท่วมแต่ใช้เพื่อนิคมอุตสาหกรรม ยกโครงการขุดคลองแก้น้ำท่วมนครศรีฯ สร้างผลกระทบมากมาย รวมทั้งต้นน้ำที่ “คีรีวง” เสนอแก้ผังเมืองนครศรีธรรมราชแทน ชี้ใช้งบ-ผลกระทบน้อยกว่า

วันนี้ (1 มิ.ย.) ที่ห้องประชุมอุทยานการเรียนรู้ สนามหน้าเมือง จ.นครศรีธรรมราช เครือข่ายปกป้องดิน น้ำ ป่า นครศรีธรรมราช, พัทลุง จัดเวที “พ.ร.บ.น้ำ กับการควบคุมชีวิตคน” ว่าด้วย “น้ำ” คืออำนาจที่กำลังถูกควบคุมโดยรัฐและทุน แล้วสิทธิของประชาชนหายไปไหน? โดยมีการอธิบายเกี่ยวกับเนื้อหาสาระของ พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 ว่า จะทำให้เกิดการควบคุมการใช้น้ำทั้งหมด โดยขณะนี้มีตัวอย่างเกิดขึ้นแล้วที่ภาคตะวันออก ที่มีการส่งน้ำไปตามท่อ นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงโครงการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในภาคใต้ เช่น เขื่อนวังหีบ ที่มีข้อสังเกตว่าสร้างขึ้นเพื่อส่งน้ำให้นิคมอุตสาหกรรมนาบอน ไม่ได้ใช้เพื่อบรรเทาการเกิดอุทกภัย อ.ทุ่งสง และการสร้างประตูกั้นน้ำเค็ม ที่ จ.พัทลุง ทั้งๆ ที่ไม่มีน้ำเค็มเข้ามา ซึ่งจะเกิดขึ้น 1 ครั้งในรอบ 100 ปี

นายเจกะพันธ์ พรหมมงคล เครือข่ายปปกป้องดิน น้ำ ป่า นครศรีธรรมราช, พัทลุง กล่าวว่า สำหรับโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชความยาว 63 กม. ขุดใหม่ 33 กม. กว้าง 120 เมตรนั้น หากดูบริเวณที่น้ำท่วมใน อ.เมืองนครศรีธรรมราช คือบริเวณวัดพระธาตุถึงท่าโพธิ์ ประจำซ้ำซากประมาณ 2 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 1 พันไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 3-4 หมื่นไร่ มีคนอยู่ประมาณ 2 หมื่นคน ใช้งบฯ 9 พันกว่าล้านบาท เพื่อมาแก้ปัญหา ถ้าขุดเมื่อไหร่ พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ คือ พื้นที่ต้นน้ำคือ บ้านคีรีวง ต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช และลุ่มน้ำที่เคยมีน้ำขังในระบบบ้าง น้ำจะหายจากระบบทันที สวนมังคุด ทุเรียน และยางพารา ธุรกิจและการท่องเที่ยวของบ้านคีรีวงศ์จะหายไปกับตา ผลเสีย กระทบปีละหมื่นล้านบาท กรมชลประทานไม่เคยพูด

นายเจกะพันธ์ กล่าวว่า พื้นที่กลางน้ำ คันคลองจะสูงกว่าดินเดิม 2 เมตร และริมคลองมีถนนแนบสองฝั่ง พื้นที่เกือบ 8 หมื่นกว่าไร่ น้ำริมคลองใหม่จะไหลไปไหนไม่ได้ บ้านริมคลองจะเจอปัญหาน้ำท่วม เพราะน้ำช้ามไปไหนไม่ได้ รวมพื้นที่ประมาณ 1 แสนไร่ คนอีก 4-5 หมื่นคน เมื่อเทียบกับคนในเมือง คนที่คีรีวงอีกเท่าไหร่ ทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่กรมชลประทานไม่เคยบอก ทั้งนี้ ถ้าน้ำท่วมจะไม่มีการจ่ายชดเชย เพราะไม่มีการระบุไว้

นายเจกะพันธ์ กล่าวว่า เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของน้ำที่แรง ปลาที่ปากพนังจะอยู่ไม่ได้ และไม่มีน้ำจืดดันตะกอน ก็ต้องขุดลอกอ่าวไปไว้ที่ปลายแหลม เมื่อนานไป ก็จะซัดเข้ามา ในรายงานกรมชล ไม่มีเรื่องผลกระทบต่อทะเล ปัญหาของ อ.เมืองนครศรีธรรมราช คือ พื้นที่ต่ำมาก ท่อระบายน้ำลงอีกไป 1 เมตร เท่าระดับน้ำทะเล จึงระบายน้ำไม่ได้ ถนนไม่มีท่อลอด กรมชลประทานทำคลองใหม่อย่างนี้ จะมีประโยชน์อะไร ไม่มีระบบระบายน้ำที่ไหน ท่อเดิมกับท่อไหมอยู่คนละระดับ น้ำไหลขึ้นไม่ได้ สร้างไปน้ำก็ยังท่วมอยู่

“ขอตั้งคำถามว่า เดิมมีการศึกษาว่า ใช้งบเพียง 3 พันกว่าล้านบาทเท่านั้น คือขุดลอกคลองย่อยทั้งหมด แล้วสร้างท่อสูบน้ำเพื่อลงคลองหลัก ทำไมไม่ทำตามนั้น อีกไม่นาน ผมและชาวบ้านจะไปนั่งหน้ากรมชลฯ และขอฝากถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้มาดูแลมวลชน แล้วมวลชนจะปกป้องธนาธรเอง” นายเจกะพันธ์ กล่าว

ด้านนายวรา จันทร์มณี กล่าวว่า ตนเป็นคนคีรีวง ที่นั่นใช้น้ำจากเทือกเขาหลวง ที่ผ่านมามีปัญหาเกี่ยวกับการจัดการน้ำ มีการดึงน้ำเข้าสวน หากทำคลองนี้ จะส่งผลตั้งแต่คีรีวง และตลอดเส้นทาง ที่ผ่านมา สถานีวิจัยต้นน้ำเคยเก็บข้อมูลไว้ตั้งแต่ปี 2531-2562 พบมีปริมาณน้ำมากแค่ 2 ปี คือปี 2554 ที่น้ำจากคีรีวงไหลมาถึงในเมือง ภายในเวลา 6 ชั่วโมง พอถึงปีนี้ เจอ 6 ฝายที่สร้างตั้งแต่ปี 2560 กว่าน้ำจะถึงขอบเมืองใช้เวลา 15 ชั่วโมง น้ำเข้าเมืองแค่ 30 %
 
ปัญหาเกิดจากเมือง เป็นปัญหาผังเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราขมีจุดขวางทางน้ำ 174 จุด มากที่สุดในภาคใต้ เรื่องนี้เหมือนกับว่า ถ้ามีคนถมเต็มพื้นที่แต่ไม่ทำทางระบายน้ำ แต่บอกเพื่อนบ้านให้ทำทางระบายสิ เห็นแก่ตัว ทำเมืองหนาแน่น ไม่สนใจ ไม่แก้ระบบระบายน้ำ ไปทำพวกชาวบ้านสิ มันไม่ใช่คน อย่างนั้นหรือ มันไม่ยุติธรรม
 



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...