xs
xsm
sm
md
lg

แกนนำประมงพื้นบ้าน จ.ตรัง แถลงขอยุติการทำงานร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลฯ ร้องขอความเป็นธรรมให้ “บังเดีย” (มีคลิป)

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
ศูนย์ข่าวภาคใต้ - แกนนำชมรมประมงพื้นบ้าน จ.ตรัง อ่านแถลงการณ์พร้อมส่งสารถึง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ และประชาชนคนไทย เผยขอยุติบทบาทการทำงานร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง แสดงออกต่อเรื่องการจับกุม “บังเดีย” หรือนายหลงเฝี๊ยะ บางสัก

จดหมายเปิดผนึก ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิงแวดล้อม เรื่อง ประกาศยุติความร่วมมือกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทุกกรณี และขอเชิญชวนให้องค์กรชุมชนด้านการอนุรักษ์ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้ นายหลงเฝี๊ยะ บางสัก

ตามที่หัวหน้าสถานีพัฒนาป่าชายเลนที่ 40 (บางสัก ตรัง) ร่วมกันสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรอำเภอกันตัง ,กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตรัง (กอ.รมน.) และเจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านอนุรักษ์อื่นๆ กว่า 50 นาย เข้าจับกุม นายหลงเฝี๊ยะ บางสัก ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านบ้านน้ำราบ ตำบลบางสัก อำเภอกันตัง จังหวัดตรังนั้น ถือเป็นการทำเกินกว่าเหตุ และเข้าข่ายใช้กฎหมายกลั่นแกล้งแกนนำกลุ่มอนุรักษ์ที่ทำงานด้านการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่งมายาวนานกว่า 30 ปี

เป็นที่ประจักษ์ว่านายหลงเฝ๊ยะ เป็นผู้ที่อุทิศตนให้กับงานส่วนรวมมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มต้นก่อตั้งกลุ่มประมงพื้นบ้านตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 และเริ่มอนุรักษ์ท้องทะเลด้วยการกวดขันไม่ให้มีการทำประมงด้วยเครื่องมือผิดกฎหมายโดยร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐและท้องที่จนทำให้เครื่องมือทำลายล้างทรัพยากรหมดหายไปในช่วงเวลาไม่กี่ปี นอกจากนี้ยังมีการทำงานร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่กรมทรัพย์ฯ ได้แยกตัวออกมาจากกรมประมง ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จนมาถึงปัจจุบัน โดยได้มีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ทรัพยากรชุมชนในพื้นที่ป่าชายเลนของหมู่บ้าน ซึ่งได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากสถานีพัฒนาป่าชายเลน อันเป็นหน่วยงานหนึ่งของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมาอย่างต่อเนื่อง

จนปัจจุบันได้มีการขยายกิจกรรมของกลุ่มทำเรื่องการท่องเที่ยวชุมชนในลักษณะวิสาหกิจชุมชน ซึ่งคือการใช้พื้นที่อนุรักษ์ป่าชายเลนชุมชนเป็นพื้นที่ศึกษาให้กับประชาชนทั่ว รวมถึงหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้เป็นจำนวนมาก จนกลุ่มได้รับการยอมรับในระดับอำเภอ จังหวัด ในประเทศและต่างประเทศ ทั้งยังได้รับรางวัลต่างๆจากกระ ทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ มากมาย และล่าสุดทางกลุ่มได้มีการออกรายการโทรทัศน์ของรัฐบาล ซึ่งทั้งหมดนี้คือผลงานส่วนหนึ่งที่ประจักษ์ได้ว่า นายหลงเฝี๊ยะ บางสัก ในฐานะประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านบ้านน้ำราบ และเป็นสมาชิกของชมรมประมงพื้นบ้านจังหวัดตรัง ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการทำงานที่เสียสละเพื่อส่วนร่วมมาเกือบทั้งชีวิต

ดังนั้น ในการเข้าจับกุมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง ทั้งทหาร ตำรวจ และท้องที่ท้องถิ่นกว่า 50 นาย ที่ได้เข้าจับกุม นายหลงเฝี๊ยะ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 ทำเสมือนว่าเป็นโจรผู้ร้ายที่มีการกระทำผิดกฎหมายบ้านเมืองในคดีอุกฉกรรจ์ จนสร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่ และยังสร้างความแปลกใจว่าทำไมถึงมีการจับกุมนักอนุรักษ์ที่ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐมาอย่างต่อเนื่อง และที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าคือผู้นำการจำกุมครั้งนี้ คือหัวหน้าสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 40 ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญที่รับรู้ และสนับสนุนการทำกิจกรรมอนุรักษ์ป่าชายเลนของกลุ่มมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน และเป็นผู้ที่รับรู้การทำกิจกรรมต่างๆ มาโดยตลอด
 

 
แม้แต่ในข้อกล่าวหาที่ว่ากลุ่มได้สร้างอาคารรุกล้ำพื้นที่ป่าชายเลน จนเป็นที่มาของการจับกุม นายหลงเฝี๊ยะนั้น ทางกลุ่มได้มีการทำหนังสืออนุญาตใช้พื้นที่กับผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 ไว้ก่อนแล้ว พร้อมกับได้มีหนังสือตอบรับอย่างเป็นทางการมาด้วยแล้ว ทั้งนี้ ในส่วนของการก่อสร้างอาคารบางหลังที่ทางเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตก็ได้มีการรื้อถอนไปบ้างแล้ว หากแต่กลับไม่มีเหตุปรากฏให้รู้ทราบได้ว่าจะมีการเข้ามาจับกุมด้วยข้อหาดังกล่าว จึงยังความสงสัยให้กับชาวบ้านว่าพฤติการณ์เหล่านี้เสมือนจงใจกลั่นแกล้ง และอ้างถึงข้อกฎหมายที่มีอยู่เข้ามาใช้โดยไม่สนใจสภาพข้อเท็จจริงที่เป็นอยู่ในพื้นที่

พฤติกรรมดังกล่าวของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะภายใต้การกำกับของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถือว่าไม่สนใจกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างชุมชนและหน่วยงานราชการที่มีการทำงานด้านการอนุรักษ์มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน และยังมีผลงานให้เป็นที่ประจักษ์กับสาธารณะอันปรากฏอยู่ตามหน้าสื่อท้องถิ่น สื่อสาธารณะและสื่อของรัฐบาล อีกทั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาสถานที่แห่งนี้ได้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยเฉพาะการอนุรักษ์ป่าชายเลนที่สำคัญของจังหวัดตรัง และยังเป็นหน้าตาให้กับคนทั้งจังหวัด อันรวมถึงหน่วยงานราชการต่างๆ ในพื้นที่

ซึ่งล่าสุดรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ได้เดินทางลงมาเยี่ยมการทำงานของกลุ่ม และยังชื่นชมการทำงานที่สามารถบูรณาการร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหลังจากนั้นได้มีรายการเดินหน้าประเทศไทย ซึ่งเป็นรายการประชาสัมพันธ์การทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันเข้ามาบันทึกรายการ และออกอากาศไปแล้วเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา จนเป็นที่รับรู้ทั่วทั้งประเทศ

เราจึงเห็นว่า การกระทำการดังกล่าวของหัวหน้าสถานีพัฒนาพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 40 ได้ทำลายขวัญ และกำลังใจของกลุ่มอนุรักษ์ อันเป็นอาสาสมัครชุมชนที่เข้ามาทำงานด้วยจิตอาสา เพื่อต้องการสร้างสรรค์กิจกรรมที่ดีงาม และเป็นประโยชน์กับส่วนรวม ซึ่งต่อเรื่องนี้ได้เริ่มเป็นที่รู้ผ่านสื่อสาธารณะในวงกว้างมากขึ้น จนได้มีการตั้งข้อสังเกต และตั้งคำถามถึงการทำงานเพื่อส่วนรวมที่สุดท้ายต้องได้รับผลดังเช่น นายหลงเฝ๊ยะ และยังมีความคิดเห็นด้วยว่าเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจะให้ชาวบ้านมาทำงานอาสาสมัครกันไปเพื่ออะไร เพราะถึงแม้เจ้าหน้าที่จะอ้างข้อกฎหมายที่มีอยู่ก็ตาม

หากแต่ในความเป็นจริงแล้วชุมชนประมงพื้นบ้านหลายกลุ่มที่รวมตัวกันทำงานส่วนรวมด้านการอนุรักษ์ ล้วนมีการสร้างอาคาร สถานที่ เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ หรือเป็นที่สาธารณะประโยชน์ในพื้นที่ป่าชายเลน โดยเฉพาะในฝั่งอันดามันตั้งแต่จังหวัดระนอง จนถึงจังหวัดสตูล ล้วนอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ด้วยกันทั้งสิ้น เพราะถ้ามีการใช้บรรทัดฐานเช่นนี้แล้ว เชื่อว่าแกนนำกลุ่มอนุรักษ์หลายกลุ่มคงต้องถูกจับกุมอีกหลายคน

เราจึงเห็นว่าการกระทำเช่นนี้ของเจ้าหน้าที่รัฐ ภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความจงใจที่จะกลั่นแกล้งกลุ่มที่ตนไม่พึงประสงค์ และไม่สามารถกำกับควบคุมได้ตามที่ต้องการ อันเป็นการใช้ดุลพินิจส่วนตัวที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความชิงชัง มาเป็นเครื่องตัดสินจับกุมดังกล่าว ประกอบกับบุคลิกของ นายหลงเฝี๊ยะ บางสัก ที่ทุกคนต่างรู้ดีกว่าเป็นบุคคลที่ทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ ทั้งสิ้น จึงเป็นเหตุให้ขุ่นเคืองกับเจ้าหน้าที่รัฐบางคน จนนำไปสู่เหตุการณ์ดังกล่าวในที่สุด
 

 
ในนามของเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดตรัง ที่มีสมาชิกอยู่ทั่วทุกอำเภอที่ติดกับชายฝั่งทะเล ไม่สามารถยอมรับการกระทำที่ไร้ความเป็นธรรมดังกล่าวนี้ เพราะหากการร่วมงานกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ คือความสุ่มเสี่ยงถึงคุกตารางที่จะนำไปสู่การสูญเสียสิทธิเสรีภาพ และอิสรภาพส่วนตัวได้ อันถือเป็นเรื่องเกินกว่าเหตุที่เกิดขึ้นกับบุคคลธรรมดาในฐานะอาสาสมัคร และยิ่งไม่สามารถยอมรับได้ที่บุคคลากรของหน่วยงานที่ทำงานร่วมกันมาหลายสิบปีได้กลายมาเป็นคู่กรณีตรงข้ามกัน ทั้งที่รับรู้และส่งเสริมการทำงานดังกล่าวนั้นร่วมกันมาโดยตลอด จึงไม่เห็นหนทางในอนาคตว่าจะทำงานต่อไปด้วยกันได้อย่างไร เราจึงขอประกาศยุติความร่วมมือในทุกกรณีกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จนกว่าเรื่องนี้จะได้รับความเป็นธรรมอย่างแท้จริง ทั้งนี้เรายังเชื่อมั่นว่าทำหน้าที่ในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งคือวิถีปฏิบัติของพวกเราทุกคนที่จะต้องทำหน้าที่ในฐานะประชาชนไทยอยู่แล้วแม้จะไม่มีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอยู่ก็ตาม

โอกาสนี้ เราจึงขอเรียกร้องให้กลุ่มองค์กร อาสาสมัครชุมชนต่างๆ ร่วมกันยุติบทบาทการทำงานร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ภายใต้สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการแสดงออกต่อเรื่องนี้อย่างทั่วถึงกัน เพื่อปกป้องศักดิ์ศรี และความเป็นธรรมให้กับพวกเรานักอนุรักษ์ทุกคน ผ่านการปกป้อง นายหลงเฝี๊ยะ บางสัก อย่างทั่วถึงกันทั้งประเทศ ด้วยการคืนบัตรคณะทำงาน บัตรคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ บัตรอาสาสมัครทุกชนิด ทุกชุดของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทุกพื้นที่อย่างพร้อมกันที่ศาลากลางจังหวัดหลังหมดช่วงเวลาการถือศีลอดในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งจะมีการประกาศให้รับทราบอีกครั้งในโอกาสต่อไป

อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง :
จับ “บังเดีย” นักอนุรักษ์ชื่อดังชาวตรัง แจ้งข้อหาบุกรุกป่าชายเลน เรื่องจริงหรือถูกรังแก?
 



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...