xs
xsm
sm
md
lg

กระทรวงทรัพย์ฯ ยังเฉไฉ “สมบูรณ์ คำแหง” โพสต์โต้หลังทักท้วงสัมปทานระเบิดหินในสตูล

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
ศูนย์ข่าวภาคใต้ - “สมบูรณ์ คำแหง” ซัดกลับ! กระทรวงทรัพย์ฯ เฉไฉ พร้อมแจงข่าวโต้กรณีแสดงความคิดเห็นทักท้วงการสัมปทานระเบิดหินใน จ.สตูล เชื่อกระทบพื้นที่แหล่งธรณีวิทยา หรือจีโอพาร์คแน่นอน

จากเฟซบุ๊กของ นายสมบูรณ์ คำแหง เครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูล ในชื่อ “Somboon Khamhang” ได้โพสต์ถึงความคืบหน้า กรณีการขอสัมปทานเหมืองหินในพื้นที่จังหวัดสตูล โดยการระเบิดภูเขาหลายลูกรวมถึง “เขาโต๊ะกรัง” และกังวลว่าอาจมีความเสี่ยงจนส่งผลกระทบต่อแหล่งธรณีโลก (Geopark) โดยระบุว่า...

กระทรวงทรัพย์ฯ เฉไฉ แจงข่าวโต้กรณีที่ข้าพเจ้าทักท้วงการสัมปทานระเบิดหินในพื้นที่จังหวัดสตูล ที่อาจจะมีความเสี่ยงต่อแหล่งธรณีโลก (Geopark)

ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกหนังสือข่าวชี้แจง และโต้แย้งความคิดเห็นของข้าพเจ้า ลงวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา ด้วยเหตุที่ข้าพเจ้าได้แสดงความคิดเห็นต่อนโยบายการสัมปทานแหล่งแร่หินในพื้นที่จังหวัดสตูล ที่อาจจะมีผลกระทบต่อพื้นที่แหล่งธรณีวิทยา หรือจีโอพาร์ค ที่เพิ่งได้รับการประกาศรับรองจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก้ ที่มีอายุครบขวบปีไปหมาดๆ นั้น

ทั้งนี้ ได้อ้างถึงหนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ ที่ได้นำข้อความตามที่ได้โพสต์ไปในเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562 ไปสื่อสารต่อสาธารณะนั้น ถือเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากเจตนารมณ์การนำเสนอของข้าพเจ้า และยิ่งเป็นการแสดงความไม่รับผิดชอบ และไม่คำนึงถึงคุณค่าทางด้านสิ่งแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม และแหล่งโบราณคดีโดยรวมของพื้นที่จังหวัดสตูลอย่างแท้จริง

ด้วยข้อความตอนหนึ่งที่ข้าพเจ้า กล่าวว่า “มีความห่วงใย และมีข้อมูลให้เชื่อได้ว่า พื้นที่ทางธรณีที่มีคุณค่ายังคงกระจายอยู่ในหลายชุมชนของจังหวัดสตูล ซึ่งจังหวัดควรให้ความสำคัญโดยการจัดให้มีการศึกษาอย่างละเอียดถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว และหากพบว่ามีคุณค่าจริงก็จะต้องยกระดับเป็นพื้นที่เรียนรู้เพิ่มเติม หรือถ้าพบว่ามีความเกี่ยวโยงกับแหล่งธรณีที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ ก็ควรนำเสนอข้อมูลให้องค์การยูเนสโก้รับทราบต่อไป”

นั่นหมายถึงการติงเตือนด้วยความตระหนักในฐานะพลเมือง ที่ภาคภูมิใจกับการประกาศยอมรับขององค์กรระดับโลกที่ยกย่องคุณค่าทางด้านสิ่งแวดล้อมของจังหวัดสตูล และแม้จะมีการประกาศพื้นที่ตามความหมายของยูเนสโก้ไว้เพียง 4 อำเภอของจำนวน 7 อำเภอทั้งหมดในจังหวัดสตูล แต่หากพิจารณาในภาพรวมแล้ว ใช่ว่าในพื้นที่อื่นๆ จะไม่มีแหล่งธรณี หรือแหล่งทางโบราณคดีที่มีคุณค่าควรแก่การอนุรักษ์ไว้ อีกทั้งการประกาศดังกล่าวจะมีการประเมินในทุก 4 ปี
 

 
ทั้งนี้ ข้าพเจ้าได้มีข้อกังวลอย่างชัดเจนว่า การประกาศแหล่งหินเพื่อสัมปทานตามพระราชบัญญัติเหมืองแร่ฉบับ พ.ศ. 2560 นั้น จะต้องดำเนินไปด้วยความระมัดระวัง ด้วยเพราะพื้นที่โดยรวมแห่งนี้มีความพิเศษกว่าจังหวัดอื่นๆ และเป็นที่เฝ้าติดตามของสังคมทั่วไป ซึ่งกระทรวงทรัพย์ฯ จะต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่จังหวัดสตูล อาจจะถูกถอนประกาศนั้นได้ ด้วยว่าแหล่งหินทั้ง 3 พื้นที่ อันได้แก่ 1. เขาลูกเล็กลูกใหญ่ ในอำเภอทุ่งหว้า 2. เขาบังใบ ในอำเภอเมืองสตูล 3. เขาโต๊ะกรัง ที่คาบเกี่ยวพื้นที่อำเภอควนโดน และอำเภอควนกาหลง ได้มีการยื่นขอสัมปทานไว้แล้ว

จึงเป็น 3 ใน 8 แหล่งหินที่จังหวัดสตูล ได้มีการออกประกาศให้เป็นพื้นที่แหล่งหินเพื่อการสัมปทานไว้ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศของยูเนสโก้ ซึ่งพวกเราในฐานะภาคประชาชนเคยเสนอให้มีการทบทวนแหล่งหินนี้ใหม่ทั้งหมด และยังเสนอให้จังหวัดทำการศึกษาให้ละเอียด พร้อมกับดำเนินการทบทวนประกาศแหล่งหินเพื่อสัมปทานใหม่ทั้งหมดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว

ถึงแม้ว่าเขาโต๊ะกรัง จะอยู่นอกเขตประกาศของยูเนสโก้ก็ตาม แต่กลับพบว่าในพื้นที่กลุ่มภูเขาเหล่านั้นได้มีการค้นพบซากโบราณคดี อย่างเช่น เครื่องใช้ กระเบื้องดินเผา และซากกระดูกโบราณอายุกว่า 3 พันปี ที่ไม่มีใครกล่าวถึง ทั้งที่หลักฐานเหล่านั้นถูกเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคฤหาสน์กูเด็นจังหวัดสตูล อันถือเป็นหลักฐาน และข้อมูลสำคัญก่อนประวัติศาสตร์ที่ควรจะต้องมีการศึกษาอย่างละเอียดเพื่อประโยชน์ทางวัฒนธรรม และอาจจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดได้ในอนาคต

แต่กลับไม่มีความสนใจใดๆ จากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในกระบวนการอนุมัติการสัมปทานในพื้นที่ดังกล่าว และยังปล่อยให้มีการสร้างกระบวนการออกใบอนุญาตที่ไม่โปร่งใส และไม่ได้เป็นไปตามระเบียบการรับฟังความคิดเห็น และขอประชามติของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการร้องเรียนไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังพบว่าแหล่งหินอีก 2 พื้นที่ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการขอสัมปทานนั้น ถือว่าอยู่ในพื้นที่ประกาศของยูเนสโก้แน่นอน ส่วนที่เหลืออีก 5 แหล่งนั้น เชื่อว่ามีจำนวนหนึ่งที่อยู่ในแหล่งอุทยานธรณีโลกด้วยเช่นกัน จึงเป็นเหตุผลที่เสนอให้มีการทบทวนการประกาศแหล่งหินเพื่อการสัมปทานใหม่ทั้งหมด

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ควรยึดหลักของระเบียบกฎหมายสัมปทานตาม พ.ร.บ.แร่ฉบับปัจจุบันเป็นที่ตั้ง แล้วมาชี้ถูกชี้ผิดว่าได้ทำตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว หากแต่จะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบอื่นๆ ในพื้นที่นี้ด้วย ซึ่งรวมถึงปัจจัยของพื้นที่แหล่งธรณีโลกที่คนทั่วไปเข้าใจไปในทางเดียวกันว่า จังหวัดสตูล คือพื้นที่แห่งแรกของประเทศ และเป็นหนึ่งเดียวในขณะนี้ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความพิเศษ เกินกว่าที่จะปล่อยประละเลยให้มีการกระทำใดๆ ที่จะส่งผลกระทบในภาพรวมนั้นได้ และสิ่งที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควรกระทำ คือการตรวจสอบข้อเท็จจริง ข้อร้องเรียน ข้อท้วงติงของคนในพื้นที่ มากกว่าที่จะออกหน้าตอบโต้ดังเช่นที่สื่อแสดงออกมา เสมือนไม่ได้ห่วงแหนต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศแต่อย่างใด

อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง :
งามหน้า! “สตูล” จ่อระเบิดภูเขา 3 ลูก ฉลองครบรอบ 1 ปี “จีโอพาร์ค”
 



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...