xs
xsm
sm
md
lg

เครือข่ายปกป้องดินน้ำป่าฯ สร้างแผนที่สายน้ำชี้ “เขื่อนวังหีบ-คลองผันน้ำ” กระทบคนนับแสน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - เครือข่ายปกป้อง ดิน น้ำ ป่า ภาคใต้ลงมือทำแผนที่สายน้ำสร้างชุดข้อมูลการสร้างเขื่อนวังหีบ ขุดคลองผันน้ำเมืองนครศรีธรรมราช อาจส่งกระทบต่อชีวิตผู้คนหลายแสนคนตลอดลำน้ำ

วันนี้ (22 ก.พ.) นายเรียง สีแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายปกป้อง ดิน น้ำ ป่า ภาคใต้ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ใช้ชื่อ “นายเรียง สีแก้ว” เกี่ยวกับที่กรมชลประทานบิดพลิ้วสัญญา ไม่ตั้งกรรมการกลาง 3 ฝ่าย โดยมีเนื้อหาทั้งหมดว่า

หลังกรมชลฯ บิดพลิ้วสัญญา ไม่ตั้งกรรมการกลาง 3 ฝ่าย เครือข่ายปกป้องดิน น้ำ ป่า นครศรีฯ-พัทลุง ลงมือทำแผนที่สายน้ำ สร้างชุดข้อมูล เพื่อให้สาธารณชนรับทราบว่า การสร้างเขื่อนวังหีบ ขุดคลองผันน้ำเมืองนคร แท้จริงไม่ได้กระทบแค่คนหลักร้อย หลักพัน แต่จะกระทบต่อชีวิตผู้คนหลายแสนคน ตลอดลำน้ำ
 

 
เขื่อนวังหีบ จะสร้างกั้นสายน้ำวังหีบ ซึ่งไหลจาก ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ไปลงทะเลที่จังหวัดตรัง ระยะทาง 100 กว่ากิโลเมตร ซึ่งสองฝั่งคลองจะมีทั้งสวนผลไม้ ยางพารา และนาข้าว ที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในคลองวังหีบ ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำใต้ดินในพื้นที่สวนของประชาชนก็จะเหือดแห้งตาม สายน้ำย่อยจากคลองวังหีบหลายสิบสายก็จะกระทบทั้งหมด กรณีเขื่อนไม่ปล่อยน้ำก็จะไม่มีน้ำไปหล่อเลี้ยงลำคลองย่อย กรณีเขื่อนปล่อยน้ำมากก็จะกระจายน้ำไปท่วมในวงกว้าง ซึ่งคงจะตั้งตัวกันไม่ทัน

กรณีสวนผลไม้ จะเกิดปัญหาเมื่อเวลาต้องการน้ำไปรดต้นไม้ในหน้าแล้ง เพราะส่วนใหญ่เขื่อนจะกักเก็บน้ำไว้เพื่อเลี้ยงตัวเขื่อน จะปล่อยเพียงเพื่อหล่อเลี้ยงระบบนิเวศย์ ซึ่งจะพอกับความต้องการหรือไม่ เรายังไม่รู้

ในเขตจังหวัดตรัง ซึ่งเป็นพื้นที่ทำนาข้าว จะไม่สามารถคำนวณช่วงเวลาที่จะนำน้ำไปทำนาได้ ขึ้นอยู่กับเวลาที่เขื่อนจะปล่อยน้ำ กรณีนี้หลายพื้นที่ต้องเลิกทำนา เพราะน้ำไม่มาตามเวลาที่ต้องการ เช่นที่ ใต้โหนด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง
 

 
คลองผันน้ำอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ คือ ลานสกา เมือง พระพรหม และปากพนัง สายน้ำนี้ยาวกว่า 60 กม. การขุดคลองบริเวณปลายน้ำขนาดใหญ่เฉลี่ย กว้าง 115 เมตร ลึก 6 เมตร ยาว 33 กม. เท่ากับการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ สิ่งที่จะตามมาคือ น้ำจากต้นน้ำ (คีรีวง) จะไหลแบบพรวดเดียว (เพราะต้นน้ำมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางกว่า 600 เมตร แต่พื้นที่ปลายน้ำจะต่ำกว่าเกือบ 550 เมตร) น้ำในคลองเดิมจะหายไปอย่างรวดเร็ว น้ำที่ซึมอยู่ในดิน จะซึมลงคลองอย่างรวดเร็ว (น้ำสะเด็ด) เมื่อน้ำในดินหาย ต้นไม้จะขาดน้ำ ซึ่งสองฝั่งคลอง จะมีทั้งมังคุด ทุเรียน เงาะ ยางพารา กลางน้ำจะทำนาข้าว ปาล์ม รวมทั้งพื้นที่ปลายน้ำจะมีการปลูกส้มโอทับทิมสยาม ก็จะกระเทือนไปด้วย

และจากแผนที่ทำให้เรารู้ว่า พื้นที่ที่จะถูกน้ำท่วมขังจะกินวงกว้างใน 3 อำเภอ คือ พระพรหม เมือง ปากพนัง เพราะน้ำที่เกิดจากน้ำฝนจะไม่สามารถระบายลงคลองผันน้ำได้ทัน เพราะขอบของคลองผันน้ำ ซึ่งจะขนาบด้วยถนน จะสูงกว่าระดับดินเดิมเกือบ 2 เมตร ประกอบกับถนนสายหลักก็เป็นคันสูงอยู่แล้ว ความเดือดร้อนจะเกิดขึ้นหลายร้อยตารางกิโลเมตร หลาย 10,000 ไร่ ตลอดเส้นทางคลองผันน้ำไหลผ่าน

ซึ่งคนที่เดือดร้อนจะมากกว่าหลัก 1,000 คน ที่กรมชลประทานแจ้งไว้ แต่ความเดือดร้อนของประชาชน ตลอดลำน้ำกว่า 60 กม. จะเป็นหลาย 10,000 คน ที่สวน ที่นา จะหลาย 10,000 ไร่ แล้ว ไม่ใช่แค่ 1-2,000 ไร่ ใครจะรับผิดชอบ
 

 
และประการสำคัญ เมื่อน้ำในคลองผันน้ำกลายเป็นน้ำของกรมชลประทาน จะได้ใช้ก็ต่อเมื่อกรมชลประทานจัดสรรให้ เรายังจะใช้น้ำได้อย่างเดิมได้หรือไม่ เพราะขนาดน้ำที่อยู่ในฝายของกรมชลประทานจะเอาไปทำน้ำประปายังต้องซื้อ

นี่เป็นข้อมูลเริ่มต้น หลังเริ่มทำแผนที่ ยังมีข้อมูลอีกมากที่กรมชลประทาน หรือแม้แต่นักวิชาการเองก็ไม่ได้พูดถึง แต่ชาวบ้านเขาเริ่มรู้ และแน่นอนเขาจะสู้เพื่อรักษาสิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้าถึง ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในท้องถิ่น และสาธารณะชนก็ควรได้รับรู้ข้อมูลด้วยเช่นกัน

วันนี้ต้องบอกกล่าวถึงพี่น้องทุกคนว่า ไม่ใช่แค่การปกป้องดิน น้ำ ป่า แต่เป็นการรักษาสิทธิอันชอบธรรมที่จะอยู่บนแผ่นดินเดิม สิทธิอันชอบธรรมที่สามารถเข้าถึง ใช้ประโยชน์ บำรุงรักษา และสงวนทรัพยากรน้ำไว้ให้เป็นของประชาชน ก่อนที่โจรในเครื่องแบบคาบปากกา จะปล้นเอาไป
 



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...