xs
xsm
sm
md
lg

ยิงโหด! จ่อเผาขน “2 ตชด.44 ยะลา” มือปราบยาเสพติด ตายกลาง “มัสยิด” ประกาศดังสนั่น ส่งสัญญาณถึงใคร?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 
โดย.. ศูนย์ข่าวภาคใค้
 
ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก แฟนเพจ กลุ่มต่อต้านมุสลิมหัวรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนใต้
 
นับเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญเป็นอย่างมาก! เมื่อมีคนร้าย จำนวน 4 คน ชักอาวุธปืนจ่อยิงใส่ศีรษะตำรวจ 2 นายพร้อมกันจนเสียชีวิตคาที่ กลางมัสยิดแห่งหนึ่งใน อ.ธารโต จ.ยะลา ขณะกำลังประกอบพิธีทางศาสนาละหมาดวันศุกร์ เพราะเป็นการยิงเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม แบบเผาขน ท่ามกลางผู้คนมากมาย ภายในสถานที่ ที่ถือว่าเป็นบ้านของพระเจ้า!

เป็นการกระทำของใคร? “โจรใต้” หรือ “เจ้าหน้าที่รัฐ” หรือกลุ่มผลประโยชน์อื่น และเป็นการกระทำเพื่อหวังผลอะไร? เพื่อสร้างสถานการณ์ให้เกิดความเกลียดชัง เพื่อขู่ชาวบ้านไม่ให้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ หรือเพื่อล้างแค้นในเรื่องอะไรสักอย่าง หลากข้อมูลและหลายคำวิจารณ์เข้ามามากมาย หลังเกิดเหตุการณ์นี้

บ้างก็ว่าพ่อค้ายาเสพติดร่วมมือกับกลุ่มก่อความไม่สงบวางแผนสังหาร เพื่อกำจัดนายตำรวจทั้งสอง เนื่องจากมีผลงานจับกุมขบวนการค้ายาเสพคิดอย่างต่อเนื่อง จากการเป็นชุดปราบปรามยาเสพติด ตชด.44 ยะลา

บางคนก็มองว่า คนที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามเป็นคนทำ แต่โยงว่าเป็นฝีมือโจรใต้ เพื่อสร้างสถานการณ์เพื่อให้เกิดความเกลียดชังกันในหมู่คนนับถือศาสนาอิสลาม และเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง โดยยกเหตุการณ์กราดยิงชาวบ้านขณะประกอบพิธีละหมาด ภายในมัสยิดอัลฟุรกอน บ้านไอร์ปาแย อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อค่ำวันที่ 8 มิ.ย. 2552 มาอ้างอิง โดยครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 10 ราย บาดเจ็บ 12 ราย

เหตุการณ์ในครั้งนั้น หลายฝ่ายมองว่าเป็นฝีมือของ “โจรใต้” ที่มุ่งหวังก่อความไม่สงบในพื้นที่ แต่ไม่นานนัก ตำรวจ สภ.เจาะไอร้อง ได้ออกหมายจับผู้ต้องหา 1 ราย คือ นายสุทธิรักษ์ คงสุวรรณ อดีตทหารพรานในพื้นที่ ที่ถูกไล่ออกเนื่องจากพบพฤติกรรมพัวพันขบววนการค้ายาเสพติด และเป็นมือปืนรับจ้าง มีประวัติอาชญากรรมก่อคดีใช้อาวุธปืนปล้นฆ่า
ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก แฟนเพจ กลุ่มต่อต้านมุสลิมหัวรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนใต้
ขณะที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ “กลุ่มต่อต้านมุสลิมหัวรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” กลับมองต่างออกไป! กลุ่มดังกล่าวระบุว่า หลังเหตุการณ์ยิงตำรวจเสียชีวิต 2 นาย เริ่มมีการบิดเบือนข้อมูลแชร์กันในพื้นที่ว่าเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ/สยาม เพราะมุสลิมจะไม่ฆ่ามุสลิมด้วยกันนอกจากเป็นมุนาฟิก(คนกลับกลอก) โดยเฉพาะในมัสยิดบ้านของอัลเลาะห์ ตอนนี้เขาแกะกล้องวงจรปิดทราบชื่อคนร้ายแล้ว ชื่อ นายอภินันต์ และนายอับดุเลาะ แกนนำระดับคอมมานโดที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.ธารโต

เฟซบุ๊ก แฟนเพจ “กลุ่มต่อต้านมุสลิมหัวรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” ยังระบุในอีกโพสต์หนึ่งว่า คนร้ายพูดกับคนในมัสยิดกว่าร้อยคนว่า “เราทุกคนก็รู้ว่า 2 คนนี้ กดขี่รังแกประชาชน” คนในมัสยิดจะช่วยกันจับคนร้ายก็กลัวตาย แถมไม่รู้ว่าคนในมัสยิดคนไหนอีกเป็นพวกกับคนร้าย แยกไม่ออก ให้การกับตำรวจก็ไม่ได้มาก ครอบครัวอาจเดือดร้อนอีก
นายอับดุลเลาะ ตาเปาะโต๊ะ แกนนำระดับคอมมันโด ที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.ธารโต และ อ.บันนังสตา จ.ยะลา (แฟ้มภาพ)
ทั้งนี้ ชุดสืบสวนสอบสวน กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 6 เม.ย. ถึงผลการตรวจสอบกล้องวงจรปิดว่า พบคนร้าย 4 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน มาตามเส้นทางเข้ามัสยิด ในเบื้องต้นทราบชื่อคนร้ายแล้ว 2 คน คือนายอภินันต์ สต๊อก และนายอับดุลเลาะ ตาเปาะโต๊ะ แกนนำระดับคอมมันโด ที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.ธารโต และ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ส่วนคนร้ายอีก 2 คน อยู่ระหว่างตรวจสอบ

สอดคล้องกับที่ก่อนหน้านี้ มีรายงานจากหน่วยข่าวด้านความมั่นคงว่า จากการสอบสวนสมาชิกกลุ่มก่อความไม่สงบ ได้ให้การว่า มีการเรียกสมาชิกให้ไปประชุมที่ประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อวันที่ 4 ม.ค. โดยใช้เวลาประชุมกันถึง 4 วัน เพื่อมอบหมายนโยบายในการก่อความไม่สงบในห้วง 3 เดือนแรกของปีให้สมาชิกว่า โดยมี “มูฮัมหมัดใบ ฮากี วาเฮ็ง” แกนนำระดับสั่งการพื้นที่ จ.นราธิวาส เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติการ
เจ้าหน้าที่คุมเข้มพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา หลังหน่วยข่าวแจ้งเตือน โจรใต้กำหนดเมืองเศรษฐกิจเป็นเป้าหมายก่อเหตุ (แฟ้มภาพ)
นโยบายดังกล่าวมีดังนี้ 1.ให้ก่อเหตุลอบยิงเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ที่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและเจ้าหน้าที่ที่เรียกรับผลประโยชน์จากประชาชน เพื่อหวังจะได้มวลชนในพื้นที่ 2.ลอบโจมตีเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนเส้นทาง ก่อเหตุได้ตลอดเวลา หากมีจังหวะ เพราะเป็นเป้าหมายตายตัว และ 3.กำหนดเป้าหมายเจ้าหน้าที่ชั้นสัญญาบัตร จะได้ความดีความชอบในการพิจารณาเลื่อนชั้นกำลังพลในพื้นที่ที่รับผิดชอบ และได้พัก 3 เดือนโดยไม่ต้องก่อเหตุ และในพื้นที่ที่สมาชิกอาศัยพักพิงนั้นจะไม่มีเหตุ 3 เดือน

ทั้งนี้ ภายใน 1 เดือน สมาชิกต้องก่อเหตุ 1 เหตุการณ์ หากฝ่ายผู้ก่อการเสียชีวิต ต้องตอบโต้ให้ได้ภายใน 10 วัน รวมทั้งให้โจมตีวัดในพื้นที่รับผิดชอบ นอกจากนี้ หัวหน้าเขตพื้นที่ต้องรับผิดชอบ หากไม่มีการก่อเหตุหรือการสร้างสถานการณ์ ผู้ดูแลเขตนั้นจะถูกย้ายไปอยู่ที่ตำแหน่งล่างกว่า

นั่นก็หมายความว่า ค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นฝีมือของขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่นำโดย “บีอาร์เอ็นฯ” ที่ยังคงปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และกำหนด “เป้าหมาย” ได้ตามต้องการ

ส่วนจะด้วยวัตถุประสงค์อะไรนั้น จะเพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ หรือสร้างความหวาดกลัว เพื่อไม่ให้ชาวบ้านให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ หรืออาจจะต้องการล้างแค้นให้ใครหรือให้อะไรบางอย่างหรือไม่นั้น ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องหาคำตอบกันต่อไป
 


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...