xs
xsm
sm
md
lg

ปราศรัยใหญ่ทิ้งทวน “ประชาชาติ” ชูแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ นำความสงบกลับคืน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
ปัตตานี - “ประชาชาติ” ปราศรัยใหญ่ทิ้งทวน ชูมิติแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อนำมาซึ่งความสงบ สันติภาพกลับคืนเช่นอดีต พร้อมแจงทำไมประชาชนต้องเลือกพรรคประชาชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย ของขุนพลพรรคประชาชาติ เมื่อคืนที่ผ่านมา ที่สนามกีฬาอำเภอยะหริ่ง ตรงข้ามโรงพยาบาลยะหริ่ง ริมถนนทางหลวงสาย 42 ปัตตานี-นราธิวาส จ.ปัตตานี นำโดย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรค พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค นายมุข สุไลมาน รองหัวหน้าพรรค นายนัจมุดดีน อูมา โฆษกพรรค ผศ.ดร.วรวิทย์ บารู ผู้สมัคร ส.ส.ปัตตานี เขต 1 เบอร์ 1 นายมูฮำมัดอารีฟีน จะปะกียา ผู้สมัคร ส.ส.ปัตตานี เขต 2 เบอร์ 7 นายอนุมัติ ซูสารอ ผู้สมัคร ส.ส.ปัตตานี เขต 3 เบอร์ 3 นายสมมุติ เบ๊ญจลักษณ์ ผู้สมัคร ส.ส.ปัตตานี เขต 4 เบอร์ 6 และสมาชิกผู้บริหารพรรค ร่วมปราศรัยชูประเด็นการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้เกิดความสงบ สันติภาพกลับคืนมาเช่นอดีต และทำไมประชาชนต้องเลือกพรรคประชาชาติ โดยประชาชนในพื้นที่เขต 1 ปัตตานี เข้าร่วมรับฟังนับหมื่นคน

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า พ่อแม่พี่น้องทำไมต้องเลือกพรรคประชาชาติ วันนี้ต้องยอมรับว่า ปัญหาของประเทศ ปัญหาของพี่น้องในปัตตานี เรามีปัญหาหลายอย่าง ปัญหาอย่างหนึ่งที่หนีไม่พ้น ซึ่งเป็นปัญหาที่คนทั้งประเทศจับตามอง คือปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้ปัญหาความไม่สงบจะมีคำถามมากกว่าคำตอบ ว่าเกิดจากอะไร การจะตอบปัญหา และการแก้ปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นอาจจะมีผู้เสนอวิธีแก้มากมาย แต่ผมอยากให้เริ่มที่เรื่องใหญ่ที่สุดก็คือ เรื่องความคิดของคนที่จะมาแก้ปัญหา เหตุที่ให้ความสำคัญเรื่องความคิด เพราะว่าโดยปกติมนุษย์ทุกคนจะเป็นเชลยของความคิด จะเป็นทาสของความคิด เมื่อคนมีความคิดอย่างไรแล้วจะพูด ความคิดจะถูกเปลี่ยนเป็นคำพูด คำพูดจะถูกเปลี่ยนเป็นการกระทำ การกระทำซ้ำแล้วซ้ำอีกเขาเรียกเป็นนิสัย

ปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้จะแก้ยังไง คิดว่าเรื่องความคิดที่สำคัญความคิดหนึ่ง ถ้าเรามองพี่น้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกคนเป็นพลเมืองไทย เราเป็นพี่น้องกัน แม้แต่เราจะมีความแตกต่างในเรื่องความคิด ความเชื่อ วัฒนธรรมประเพณี ศาสนา แต่เราก็เป็นพี่น้องกัน แต่ความคิดหนึ่งที่มาพูด เช่น เป็นความคิดที่จะแบ่งแยกดินแดน พ่อแม่พี่น้องคนที่ถูกกล่าวหาเขาก็อยู่ที่นี่มาตลอด เขาอยู่ในแผ่นดินนี้มาตลอด ปู่เขาอยู่ที่นี่ พ่อเขาอยู่ที่นี่ บรรพบุรุษเขาก็อยู่ที่นี่ เขาไม่เคยไปที่ไหนเลย แต่เมื่อความคิดเป็นคำพูดลักษณะนี้ มันก็เป็นการตอกย้ำให้คนที่ไม่ได้เข้ามาในพื้นที่ ก็มองว่าคนกลุ่มนี้มีความรุนแรง เพราะทุกคนมีความรักชาติ รักแผ่นดิน ถ้าเรามองว่าพี่น้องใน 3 จังหวัดเป็นคนไทยด้วยกัน เราเป็นพี่น้องกัน ถ้าเรามีปัญหา เราก็น่าจะหันหน้ามาคุยกันหรือมาแก้ไข
 

 
ในอดีตต้องยกย่องทหารกองทัพภาคที่ 4 ในการแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในหลายครั้งทหารกองทัพภาคที่ 4 เขามีบทบาทเป็นทหารในการปกป้องแผ่นดิน แล้วเขาจะดูแลพ่อแม่พี่น้องในบทบาทหนึ่ง เช่น ใต้ร่มเย็น แต่วันนี้เราได้เปลี่ยนวิธีคิด โดยเฉพาะการเอาทหารที่มาแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ พ่อแม่พี่น้องรู้ไหมว่าทหารมีเขียนในรัฐธรรมนูญว่า ทหารมีหน้าที่ในการป้องกันประเทศ คือการรบกับคนที่เป็นศัตรู ภัยคุกคามประเทศต่างๆ พ่อแม่พี่น้องประชาชนไม่ใช่ศัตรู เราเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่

เมื่อวันนี้อาจจะมีเรื่องที่จะเอาต้องเอาทหารมา เคยเป็นเลขา ศอ.บต.ช่วงปี 2554 พบว่าหลังจากปี 2549 ที่มีการปฏิวัติปี 50, 51, 52, 53 มีการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่รัฐจำนวนมาก และโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐที่เสียชีวิตก็มาจากจังหวัดต่างๆ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง มาจากทุกสารทิศแล้วมาเสียชีวิต คนที่เสียชีวิตถือว่าเขาทำคุณประโยชน์ เข้ามาพลีชิพเพื่อทำหน้าที่ แต่สิ่งหนึ่งที่ถูกกลับไปเมื่อลูกเขามาเสียชีวิตใน 3 จังหวัด เมื่อญาติเขามาเสียชีวิตใน 3 จังหวัด เขาจะมีความรู้สึกมองมาว่า ทำไมคนใน 3 จังหวัดรุนแรง ทำไมคนใน 3 จังหวัดต้องฆ่าครอบครัวเขา ทำไมคน 3 จังหวัดจึงเป็นแบบนี้

ผมเคยให้คณะ และตัวผมเองไปเยี่ยมครอบครัวผู้สูญเสียชีวิต เขาไม่ได้มองว่าผู้ก่อเหตุทำร้ายลูกเขา เขาตีความว่ามุสลิมทั้ง 3 จังหวัดทำร้ายเขา เราจะเห็นได้จากคำพูดต่างๆ ออกมา บางครั้งใช้คำพูดรวม 3 จังหวัดจะใช้คำว่าโจรใต้ อันนี้คิดว่าผู้คิดแก้ปัญหาเขามีความหวังดี แต่เขาไม่ใช่รู้ดี วันนี้การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคิดว่าเรื่องของคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องให้คนจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นผู้แก้ปัญหา เพราะเขาเป็นคนไทยด้วยกัน

เราต้องเลิกผูกขาดในการแก้ปัญหา สิ่งที่จะทำคือทุกคนน่าจะทำตามหน้าที่ เช่น ปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าทหารมีหน้าที่ในการป้องกันประเทศ เราควรจะมาปกป้องวิชาชีพทหาร แม้จะเป็นมิติของความมั่นคงอะไรก็ตาม ควรจะเข้าไปอยู่ในค่าย ไม่ใช่ถอนทหาร ปัญหาในพื้นที่เราต้องกล้าให้ตำรวจหรือพลเรือนไปดูแล ถ้าตำรวจปกครองดูแลไม่ไหว ก็จะขอกำลังทหารมาช่วย อันนั้นมันเป็นเรื่องปลายเหตุ
 

 
ปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ความขัดแย้งเดินทางมาถึงวันนี้ มีการเปรียบเทียบสมัยที่มีการเริ่มพูดคุยแล้วได้เชิญพ่อแม่พี่น้องประชาชนมารับทราบปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าเราต้องเปลี่ยนวิธีแก้ปัญหามาพูดคุยเพื่อสันติภาพ มีประชาชน และผู้นำศาสนาหลายคนเขาบอกว่า ภาคใต้มียาอยู่ชนิดหนึ่งที่สามารถแก้ได้ ยาชนิดนั้นคือการพูดคุยเพื่อสันติภาพ เป็นยาขนานหนึ่งที่จะแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่การรักษาพยาบาล มันต้องมียาที่เป็นฟื้นฟู คือการเยียวยา ฟื้นฟู ก็เป็นยาบำรุงการรักษาจะต้องมีการบำรุง คือการเปลี่ยนผ่านจากความรุนแรงไปสู่สันติวิธี หนีไม่พ้นเรื่องเยียวยา ฟื้นฟู การให้เกียรติ เพราะว่าวันนี้กระบวนการยุติธรรมฝ่ายหนึ่งบอกเป็นธรรมแล้วทำตามกฎหมาย แต่ประชาชนยังบอกว่าไม่เป็นธรรม

มีหลายเหตุการณ์ที่เป็นเหตุการณ์ไม่ว่าจะเป็น กรือเซะ ตากใบ ไอปาแย หรือเหตุการณ์จบแล้ว ศาลจบหมดแล้ว แต่ประชาชนยังรู้สึกไม่เป็นธรรม เราจึงต้องมีคณะกรรมการขึ้นมาที่ให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ทั้งผู้นำศาสนา ทั้งผู้เสียหายที่เป็นญาติของคนตาย และเขาก็มาดูเขาพบว่าสิ่งที่เขาพบว่าญาติเขาไม่ได้ผิด แม้แต่กระบวนการยุติธรรมทำให้ได้ เมื่อเขาได้รับการเยียวยา ฟื้นฟู สิ่งที่เป็นคุณอเนกอนันต์ของพี่น้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คือศาสนา พี่น้องหลายคนที่เป็นครอบครัวผู้เสียหาย ความจริงเขาต้องแก้แค้น เขาแค้นแต่เขามองว่าอันนี้เป็นมิติของอัลลอฮ์ เขายอมให้อภัย แต่การจะยอมให้อภัยต้องทำความจริงให้ปรากฏ ยาขนานที่ 1 คือยาปฏิชีวนะ คือการพูดคุย ยาบำรุงคือการเยียวยาฟื้นฟู แต่ภาคใต้เรารักษาไม่หาย เพราะมันมีของแสลง คือความหวาดระแวง คือการไม่ไว้ใจกัน การไม่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน

วันนี้การจัดตั้งพรรคประชาชาติ เราคงไม่ได้แก้ปัญหาของประเทศอย่างเบ็ดเสร็จทั้งหมด แต่อย่างน้อยที่สุดเราอยากทำให้จังหวัดชายแดนภาคใต้มีสันติสุขกลับคืนมา ทำยังไงจะให้พี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความเจริญรุ่งเรือง เราจึงจำเป็นต้องตั้งพรรคประชาชาติเพื่อมาสร้างความปรองดอง ทำยังไงจะให้เกิดมิตรภาพระหว่างพี่น้องที่มีความแตกต่างกัน มีมิตรภาพระหว่างศาสนา ระหว่างเชื้อชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมิตรภาพในฐานะที่เป็นมนุษยชาติด้วยกัน

ถ้าเราทำสิ่งนี้ไม่ได้ เราคิดว่าภาคใต้ไม่ได้เป็นปัญหาของ 3 จังหวัด เป็นปัญหาของประเทศ เป็นปัญหาของเพื่อนอาเซียนที่เราเข้าสู่อาเซียน ที่เคยพูดว่าเราไม่ควรจะผูกขาดทางการแก้ปัญหาให้หน่วยใดหน่วยหนึ่ง คือเราต้องเปิดโอกาสให้เรื่องของการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องของคนทุกคน และเป็นเรื่องของวาระแห่งชาติ
 

 
พรรคประชาชาติ ไม่ได้เป็นพรรคที่จะมาแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น แต่พรรคประชาชาติจะมาแก้ปัญหาของคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นคนไทยทั้งประเทศ เรื่องหนึ่งที่สั้นๆ วันนี้เราเห็นว่า วิธีการหนึ่งคือใช้นโยบายส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรม สังคมพหุวัฒนธรรม หมายถึงวัฒนธรรมในความเท่าเทียมกัน

อยากจะยกตัวบุคคลคนหนึ่งที่ล่วงลับไปแล้ว ที่ผลักดันสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างมาก คือ หะยีสุหลง โต๊ะมีนา พหุวัฒนธรรมอันหนึ่งคือภาษา ภาษามลายูที่ผลักดันจนต้องหายไปคือต้องการให้สอนภาษามลายู ในขณะนั้นการมาเรียกร้องให้สอนภาษามลายู หะยีสุหลงต้องเสียชีวิต แต่วันนี้ภาษามลายูเป็นภาษาอาเซียน ประเทศที่ไม่ต้องให้หะยีสุหลงพูด คือประเทศสิงคโปร์ มีภาษาราชการ คือภาษามลายู ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน นี่คือบรรพบุรุษที่ได้ผลักดันสังคมพหุวัฒนธรรมให้แล้ว และผมก็เชื่อว่าความเป็นพหุวัฒนธรรมอันนี้จะสามารถแก้ปัญหาทุกอย่างในภาคใต้ เพราะพหุวัฒนธรรมคือคนส่วนใหญ่ ต้องให้ความสำคัญคนส่วนน้อย เราไม่ควรเอาวัฒนธรรมหนึ่งไปใหญ่กว่าวัฒนธรรมหนึ่ง และบังคับให้วัฒนธรรมหนึ่งต้องมาทำตาม เพราะไม่เช่นนั้นจะนำไปสู่ความขัดแย้ง

การแปลงสังคมพหุวัฒนธรรมมาสู่การปฏิบัติพหุวัฒนธรรม ถ้าแปลงอีกนิดหนึ่งคือคนต้องมีสิทธิเสมอกัน คนทุกคนไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย จะมีถิ่นที่ไหนต้องมีสิทธิเสมอกัน จะยกตัวอย่างนโยบายพรรคประชาชาติ ง่ายๆ ที่เราจับตรงกับพหุวัฒนธรรมมาใช้ เช่น วันนี้เรามองว่าคนทั้งประเทศส่วนใหญ่ยากจน เพราะมีความเหลื่อมล้ำ เราจึงกล้ามีนโยบาย 3,000 บาท บำนาญถ้วนหน้า อันนี้นโยบายรัฐสวัสดิการ ใครก็ตามที่มีอายุ 60 ปี ไม่ต้องมาวิ่งเต้น ไม่ต้องมาเป็นเบี้ยคนจน เขาถือว่าเขามีสิทธิได้รับสวัสดิการ 3,000 บาท เพราะ 3,000 บาทไม่ใช่เป็นเรื่องที่คิดมาด้วยกันแบบสนุกขึ้นมา เพราะวันนี้เราไปกำหนดเส้นแห่งความยากจนคือ 2,800-2,900 หรือ 3,000 บาท ดังนั้น ถ้าเส้น 3,000 บาท แสดงว่าคน 11 ล้านคนที่เป็นผู้สูงอายุจะไม่ยากจน

เราไม่ได้คิดแค่นั้น เพราะวันนี้ประเทศไทย เราเป็นประเทศที่ผลักภาระการเสียภาษีไปให้พ่อแม่พี่น้องประชาชน พ่อแม่พี่น้องประชาชนเติมน้ำมัน 1 ลิตร เสียภาษี 10 บาท เป็นภาษีสรรพสามิต 6 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่มอีก ทุกคนมีรถจักรยานยนต์มาเติม 1 ลิตร เสียภาษีหมด และไม่มีสิทธิที่จะหนีภาษีเลย ไปซื้อของ 100 บาทมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 บาท ทุกคนเสียภาษีตั้งแต่เกิดมาจนอายุ 60 ปี แสดงว่าพออายุ 60 ปี ก็ต้องได้รับการดูแลจากการได้คืน จากเงินออมคือ 3,000 บาท โดยเฉพาะคน 3 จังหวัด เราไม่มีสวัสดิการเหมือนข้าราชการเลย เราเป็นอาชีพชาวสวน เราไม่มีสวัสดิการเลย
 

 
การคิดของพรรคประชาชาติไม่ได้คิดเพื่อตัวเอง แต่คิดว่าอย่างน้อยที่สุดที่บอกว่าประเทศเรายากจน คนที่เป็นผู้สูงอายุ 11 ล้านคน จะกี่ร้อยคนอายุ 100 ปี ก็เกินเส้นความยากจน ถามว่าจะเอาเงินมาจากไหนสำหรับพรรคประชาชาติ วันนี้เรามีนโยบายที่จะปฏิรูปหรือทำระบบการจัดเก็บภาษีใหม่ไม่ให้มีการหลบเลี่ยง วันนี้แค่เรายกเว้นภาษีให้แก่คนรวยหลายรายการมาก กับเบี้ยผู้สูงอายุที่มีแล้วแสนล้าน ดังนั้น การคิดให้ผู้สูงอายุ 3,000 บาท มันเป็นการคิดในฐานะพหุวัฒนธรรม ในฐานะสิทธิคนต้องเท่าเทียมกัน ถ้าอายุ 60 ปีไม่มีใครที่จะไม่ได้ 3,000 บาท ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นข้าราชการที่ได้รับบำนาญ 5-6 หมื่นบาท ก็จะได้รับ 3,000 บาท จะเอาไปทำบุญจะไปทำอะไรก็แล้วแต่ อันนั้นเป็นสิทธิที่จะต้องได้รับ คนรวยที่สุดของประเทศก็ต้องได้รับ พ่อแม่พี่น้องก็ต้องได้รับ คิดว่า 3,000 บาท วันละ 100 บาท กับชีวิตของพวกเรา เราอยู่ได้เพราะความสุขสมบูรณ์ของเรา ไม่ใช่เงิน ความสุขของเราคือได้ปฏิบัติกิจทางศาสนา

วันนี้ปัญหาของประเทศไทย พรรคประชาชาติ เป็นพรรคการเมืองเดียวที่ใช้ความสำคัญเรื่องความรู้สูงสุด เราคิดว่าเราแก้ปัญหาต้องใช้ความรู้ พรรคประชาชาติจึงเป็นพรรคการเมืองที่ส่งเสริมการศึกษาของคนตั้งแต่คลอดจากครรภ์มารดา จนถึงสิ้นลมหายใจ เป็นการศึกษาฟรีที่มีคุณภาพ สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหารุมเร้าคือปัญหาเศรษฐกิจ วันนี้ทำจะให้ราคายางมีราคาสูงขึ้น
 


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...