xs
xsm
sm
md
lg

เปิดที่มาเอกสารสิทธิที่ดินคอนโดฯ หรู “เดอะ พีค เรสซิเด้นท์” รอศาลปกครองสูงสุดชี้ ถอนไม่ถอน น.ส.3 ก.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กลายเป็นประเด็นร้อนอยู่ในขณะนี้ สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมหรู “เดอะ พีค เรสซิเด้นท์” ของบริษัท กะตะ บีช จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ หมู่ที่ 2 ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต จำนวน 444 ห้อง มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท โดยมีคนไทย 3 คน เป็นผู้ถือหุ้น ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท และมีนายมนัสนันท์ นรารัตนวี เป็นกรรมการผู้จัดการ ที่ขณะนี้สามารถปิดการขายได้ทั้งหมดของโครงการแล้ว และการก่อสร้างมีความคืบหน้าไปกว่า 70% มีแผนจะส่งมอบและโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติในอีกปีครึ่งหลังจากนี้ ต้องมาสะดุดทั้งในเรื่องการก่อสร้าง และการขอออกโฉนดที่ดิน เพื่อขอจดทะเบียนเป็นอาคารคอนโดมิเนียม

เมื่อ นายสมบัติ อติเศรษฐ์ เจ้าของโรงแรมดังในเครือ “กะตะธานี” ประธานมูลนิธิรักษ์ท้องถิ่น รวมถึงผู้ประกอบการ และชาวบ้านหาดกะตะน้อย อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้รวมตัวกันออกมาคัดค้านการก่อสร้างโครงการ เดอะ พีค เรสซิเด้นท์ เมื่อวันที่ 22 ก.พ.2562 ที่ผ่านมา ภายหลังจากเมื่อวันที่ 31 ส.ค.2560 ศาลปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช มีคำพิพากษาเพิกถอนเอกสารสิทธิหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดิน หรือ น.ส.3 ก. เลขที่ 1863 เนื้อที่ 17 ไร่เศษ ที่ตั้งโครงการ เดอะ พีค เรสซิเด้นท์ โดยให้มีผลย้อนหลังนับจากวันออก น.ส.3 ก เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2555

กลุ่มผู้คัดค้าน ออกมาระบุว่า เมื่อศาลปกครองพิพากษาเพิกถอน น.ส.3 ก. ให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันออก น.ส.3 ก.แล้ว โครงการจะต้องหยุดการก่อสร้างและรื้อถอนเครื่องจักรออกจากพื้นที่ทั้งหมด รวมไปถึงโครงการดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าต้นน้ำเขานาคเกิด การก่อสร้างจะส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำของผู้ประกอบการโรงแรมที่อยู่ด้านล่าง น้ำเสียจำนวนมหาศาลที่เกิดจากโครงการจะส่งผลกระทบต่อชุมชน และเรียกร้องให้เทศบาลตำบลกะรน สั่งระงับการก่อสร้างโครงการ

จากนั้นได้ร้องเรียนไปยังศูนย์ปฏิบัติการที่ 4 กองอำนวยการความมั่นคงในราชอาณาจักร (ศปป.4 กอ.รมน.) ถึงปัญหาการออกเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก.และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากโครงการ แม้ว่าก่อนหน้านี้ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ทางนายสมบัติ และชาวบ้าน รวมถึงผู้ประกอบการได้ร้องเรียนการก่อสร้างโครงการผ่านมาทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และคัดค้านรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ก็ตาม

พล.ท.กิตติศักดิ์ บุญสุข รอง ศปป.4 กอ.รมน.พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จตามที่มีการร้องเรียน เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานที่ดิน ป่าไม้ พัฒนาที่ดิน เทศบาลตำบลกะรน อัยการ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เพื่อรับทราบความเป็นมาของ น.ส.3 ก.และโครงการ เดอะ พีค เรสซิเด้นท์ โดยเฉพาะในประเด็นการออก น.ส.3 ก. เลขที่ 1863 หมู่ที่ 2 ต.กะรน ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการ ที่ศาลปกครองได้สั่งให้เพิกถอน ว่า ถูกต้องตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ อยู่ในเขตป่าไม้หรือไม่ การอนุญาตก่อสร้างถูกต้องตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้ซื้อ หากในอนาคตศาลปกครองสูงสุดยืนตามคำพิพากษาศาลปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช สั่งเพิกถอน น.ส.3 ก.ดังกล่าว พร้อมทั้งลงพื้นที่โครงการเดอะ พีคฯ และพื้นที่ที่ชาวบ้านหาดกะตะน้อยร้องเรียน

ป่าไม้จังหวัดยืนยันว่า ที่ตั้งของโครงการเดอะ พีค อยู่นอกเขตป่าถาวรเทือกเขานาคเกิด จากการตรวจจับค่าพิกัดตามอัตราส่วนของกรมป่าไม้ 1:50,000 และพัฒนาที่ดินยังระบุว่า จุดที่ตั้งของที่ดิน ที่ทางสำนักงานที่ดินส่งมาให้ตรวจสอบนั้น อยู่นอกเขตป่าไม้ถาวร ที่ดินส่วนใหญ่เป็นภูเขาและบางส่วนอยู่นอกพื้นที่ภูเขา ความลาดชันอยู่ที่ 35%

ในขณะที่เทศบาลตำบลกะรน เจ้าของพื้นที่ออกมายืนยันว่า การออกใบอนุญาตก่อสร้างเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดทุกประการ โดยโครงการเดอะ พีค ตั้งอยู่ในผังเมือง เขต พ.ร.บ.ควบคุมอาคารและประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ซึ่งในการยื่นขออนุญาตก่อสร้างนั้น ทางโครงการได้ยื่นเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก.เนื้อที่ 17 ไร่ เป็นอาคารเพื่ออยู่อาศัย จำนวน 444 ห้อง ทั้งหมด 11 อาคาร ตั้งแต่ 2-5 ชั้น เทศบาลกะรนได้ออกใบอนุญาตก่อสร้างและครบกำหนดเมื่อวันที่ 18 ก.พ.2562 และยื่นขอต่อใบอนุญาตอีกรอบ ทางเทศบาลได้ต่อใบอนุญาตเมื่อวันที่ 12 มี.ค.2562 พร้อมทั้งเงินมัดจำอีก 3 ล้านบาท สำหรับการรื้อถอนและปรับสภาพพื้นที่ให้เหมือนเดิมหากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้เพิกถอน น.ส.3 ก.เลขที่ 1863

โครงการ เดอะ พีค เรสซิเด้นท์ จะเดินหน้าโครงการต่อไปได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ว่าจะยืนตามคำสั่งศาลปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่พิพากษาให้เพิกถอน น.ส.3 ก. เลขที่ 1863 หมู่ 2 ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต เนื้อที่ 17 ไร่ 1 งาน 44 ตร.ว.หรือไม่

ทำไมศาลปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช ถึงสั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. เลขที่ 1863 ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการ เดอะ พีค เรสซิเด้นท์

ที่ดิน น.ส.3 ก.1863 ที่ตั้งโครงการ เดอะ พีค เรสซิเด้นท์ เริ่มจากเจ้าของที่ดินจำนวน 5 คน ซึ่งประกอบด้วย นายเกษม นางสายใจ ลักษณะมั่น นายประเสริฐ ชูภักดิ์ นายสุชาติ รักสงบ และนายยงยุทธ บุญทองคง ได้ยื่นคำขอรังวัดออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือ น.ส.3 ก.เมื่อปี 2536 โดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ในที่สุด (ส.ค.1) โดยไม่มีการแจ้งครอบครองที่ดิน (ไม่มี ส.ค.1) ต่อมา นายเกษม ได้มีหนังสือถึงสำนักงานที่ดิน เมื่อ พ.ค.2537 ขอเปลี่ยนแปลงชื่อผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินจากเดิม 5 คน เหลือแค่ 2 คน เป็นนายเกษม แสงสว่าง และนายกสิกรณ์ ภูมิกำจร เนื่องจากซื้อที่ดินระหว่างผู้มีสิทธิครอบครองจากรายอื่นๆ โดยนายเกษม ถือครองที่ดิน 18 ไร่ นายกสิกรณ์ 6 ไร่เศษ ต่อทางสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต หลังจากนั้นทางที่ดินภูเก็ตได้แจ้งว่าไม่สามารถออกเอกสารสิทธิที่ดิน น.ส.3 ก.ให้ได้ เนื่องจากเป็นที่เขา อันเป็นเขตหวงห้ามตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 27 มี.ค.2499 และวันที่ 21 พ.ค.2523 และจังหวัดภูเก็ตเป็นเกาะต้องห้ามไม่ให้ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 43 (พ.ศ.2537)

นายเกษม จึงได้อุทธรณ์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัด และไม่เห็นด้วยที่ทางที่ดินจังหวัดภูเก็ตไม่ออก น.ส.3 ก.ให้ตามคำขอ จึงฟ้องต่อศาลปกครองขอให้เพิกถอนคำสั่งของที่ดินจังหวัดภูเก็ต ศาลปกครองจึงได้สั่งให้ที่ดินภูเก็ตออก น.ส.3 ก.ให้ตามคำยื่นขอ ต่อมา นายเกษม และนายกสิกรณ์ ได้ยื่นคำขอรวมสิทธิการรังวัดออก น.ส.3 ก.โดยไม่แจ้งการครอบครอง ปรากฏว่า นายสุชาติ นางสายใจ นางรัตนา ชูภักดิ์ คัดค้านคำขอรวมสิทธิดังกล่าว ที่ดินจังหวัดภูเก็ตจึงได้ให้กรมที่ดินแปลภาพถ่ายทางอากาศเพื่อหาร่องรอยการทำประโยชน์ในที่ดิน ก่อนประมวลกฎหมายที่ดินจะมีบังคับใช้หรือไม่ พบเป็นพื้นที่ป่าไม่ผลัดใบ หมายความว่า ไม่มีร่องรอยการทำประโยชน์ ทางสำนักงานที่ดินจึงได้ยกเลิกคำขอดังกล่าว

ต่อมา นายสุชาติ รักสงบ 1 ใน 5 ของผู้ที่ยื่นคำขอรังวัดออก น.ส.3 ก.มาตั้งแต่ต้นเมื่อปี 2536 ได้ยื่นคำตรวจสอบการออก น.ส.3 ก.ที่ได้ยื่นขอเมื่อปี 2536 ทางที่ดินจังหวัดภูเก็ตได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิในที่ดินพิพาท และเห็นว่าที่ดินดังกล่าวออกเอกสารสิทธิได้ จึงได้เรียกบุคคลต่างๆ มาให้ถ้อยคำ และทางสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตได้ทำการรังวัดและพบว่าที่ดินบางส่วนอยู่ในที่ป่า จึงได้กันออกไป เหลือที่ดิน 17 ไร่ 1 งาน 44 ตร.ว.ไม่เป็นที่สาธารณะ และได้ครอบครองต่อเนื่องมาก่อนประมวลกฎหมายที่ดินบังคับใช้ ทางสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตจึงได้ออกเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. เลขที่ 1863 ให้แก่ นายสุชาติ รักสงบ แต่เพียงผู้เดียว เมื่อวันที่ 18 เม.ย.2555

หลังจากนั้นเพียงวันเดียว นายสุชาติ ได้ขายที่ดินให้แก่ นายบุญชู ดำรงกิจการวงศ์ และวันที่ 19 เม.ย.นายบุญชู ได้ขายต่อให้แก่ พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ และนายทรงชัย อัจฉริยะหิรัญชัย

นายกสิกรณ์ ภูมิกำจร ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ครอบครองที่ดินแปลง น.ส.3 ก.เลขที่ 1863 ด้วย จำนวน 6 ไร่ 2 งาน โดยซื้อต่อมาจากนายเกษม แสงสว่าง เมื่อวันที่ 29 ก.ย.2537 ได้ยื่นขออายัดที่ดินในเวลาต่อมา และได้ร้องเรียนไปยังนายกรัฐมนตรี โดยเห็นว่าการที่สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต ออก น.ส.3 ก.ที่ดินแปลงดังกล่าวให้นายสุชาติ แต่เพียงผู้เดียวโดยไม่มีชื่อของตนเองด้วยนั้นเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้มีคำสั่งเพิกถอนที่ดิน น.ส.3 ก.เลขที่ 1863 ซึ่งออกให้นายสุชาติ รักสงบ แต่เพียงผู้เดียว ต่อมา เมื่อวันที่ 31 ส.ค.2560 ศาลปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้พิพากษาเพิกถอน น.ส.3 ก.เลขที่ 1863 โดยให้มีผลย้อนหลังนับจากวันที่ออก น.ส.3 ก.

ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่ทางสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมทั้งได้มีการระงับกระบวนการขอออกโฉนดที่ดินแปลงที่ตั้งของโครงการ เดอะ พีค เรสซิเด้นท์ จนกว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำพิพากษาจนถึงที่สุด

โครงการ “เดอะ พีค เรสซิเด้นท์” จะได้เดินหน้าก่อสร้างจนเสร็จตามแผนงานโครงการที่วางไว้ และออกโฉนดที่ดิน โอนเป็นห้องชุดคอนโดมิเนียมให้อก่ลูกค้าหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...