xs
xsm
sm
md
lg

“บรรจง&ธนาธร” ชนแก้วคุยยกเลิก พรก.ประมง-ทบทวน IUU อะไรคือ “ทางออกวิกฤตทะเลไทย”?!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - หลังคนรุ่นเก่า “บรรจง นะแส” โพสต์สวนหมัดนโยบายนักการเมืองรุ่นใหม่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” กรณีเสนอยกเลิก ‘พรก.ประมง’ และ ‘ทบทวนมาตรการ IUU’ สุดท้ายจบลงด้วยชนแก้วคุยอะไรคือ “ทางออกวิกฤตทะเลไทย” ที่แท้จริง

วันนี้ (2 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเฟซบุ๊กของ “บรรจง นะแส” ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย อดีตผู้ก่อตั้งและนายกสมาคมฯ คนแรก ได้เขียนแสดงความคิดเห็นถึงบรรดาพรรคการเมือง ที่พยายามพูดเรื่องนโยบายพรรคในประเด็นเรื่องการทำประมง และการได้นั่งร่วมวงคุยเฉพาะกิจกับ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โดยในโพสต์ดังกล่าวระบุว่า…

คนรุ่นใหม่ที่ชื่อธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ.....

ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ซับซ้อนอะไร หลังจากปิยะบุตรเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ไปเปิดเวทีหาเสียงแถวภาคตะวันออก มีการพูดถึงนโยบายพรรคในเรื่องประมงในทำนองว่าจะต้องยกเลิก พ.ร.ก.ประมง/จะทบทวนมาตรการ IUU ....ผมก็โพสต์เฟซบุ๊กสวนไป 2-3 ประเด็น ว่าพวกคุณรู้จักปัญหาของทรัพยากรในทะเล และชาวประมงดีแค่ไหน???

ก็มีน้องๆ ที่รู้จักบอกมาว่า คุณธนาธรจะขอคุยด้วยจะคุยกับเขาไหม ผมบอกไปว่ายินดี...แล้วเราก็นัดแนะคุยกันเพียง 3 คน ผมไม่ได้รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว แต่ทราบมาว่าเขาเป็นคนหนุ่มที่สนใจปัญหาบ้านเมืองมาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา ทราบมาว่าเคยลงมาช่วยพี่น้องที่จะนะสมัยที่เราต่อสู้กับโครงการโรงแยกก๊าซ และท่อส่งก๊าซไทยมาเลย์ (พื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา) หรือการลุกขึ้นสู้ของพี่น้องกรณีปากมูลในสมัยนั้น การเป็นคนสนใจปัญหาของสังคมสำหรับผมถือว่าเป็นกัลยาณมิตร

ผมคิดว่าเรายืนกันอยู่คนละจุดที่เห็นปัญหา และทางออกแตกต่างกัน ผมแค่คนทำงานพัฒนาตัวเล็กๆ ที่สนใจเฉพาะเรื่องที่ลงมือทำ คือปัญหาของทะเลไทยที่เกี่ยวข้องกับแหล่งอาหารโปรตีนของสังคม และอาชีพของพี่น้องประมงพื้นบ้าน 30 กว่าปีที่ขลุกอยู่กับปัญหา เมื่อฟังนโยบายที่เขาอยากทำหรือพรรคอื่นๆ ที่แถลงต่อสาธารณะ ถ้าผมเห็นว่ามันไม่ใช่ ผมก็ทำได้แค่ตอบโต้/ตั้งคำถามไปตามช่องทางที่พอมี เราคุยกัน 3 ชั่วโมงกว่าๆ (อย่างมิตร) และคิดว่าผมเข้าใจเขาในระดับหนึ่ง และคิดว่าเขาก็คงเข้าใจคนแก่อย่างผมไประดับหนึ่งเช่นกัน

ช่วงหลังเขา และพรรคของเขาพูด/เสนอหลายเรื่อง บางเรื่องเป็นแค่กรอบความคิด บางเรื่องก็วิพากษ์วิจารณ์ที่ถูกสังคมมองว่ารุนแรง ก้าวร้าว สำหรับผมรู้สึกเฉยๆ....

“พวกคุณคือพวกที่ไปเรียกทหารออกมา” (คุณธนาธรไม่ได้ว่าผมเช่นนี้ แต่ในทีมงานเขาหลายคนพูดเช่นนี้) ผมก็ได้แต่คิดในใจ และอยากจะตอบว่า “ทหารไม่ใช่มอเตอร์ไซค์รับจ้างปากซอยนะที่กวักมือเรียกได้ง่ายๆ” เพราะถ้าจะให้อธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งๆ มีรายละเอียดมากมายที่แต่ละคนตัดสินใจนำตัวเองเข้าสู้ การใช้ตรรกะ/วาทกรรมง่ายๆ อธิบายหรือสรุปมันหยาบเกินไป ...และด้วยความสัตย์จริงผมไม่เคยรู้สึกโกรธเกลียดพวกเขาเหล่านั้นเลยสักนิด อาจจะเพราะแก่แล้วหรือเพราะเข้าใจในสิ่งที่เขาสื่อสาร เพียงแต่สิ่งที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา การทำอะไรลงไปของตัวเองในเวลานั้น เราใคร่ครวญ และตัดสินใจอย่างเคารพตัวเอง

คนรุ่นใหม่ของสังคมมีทุกยุค ทุกสมัย และในทุกองค์กร ผมมีคดีความ เวลาไปขึ้นศาลผมก็พบอัยการ/ศาล/ตำรวจ หรือในสถาบันการศึกษาที่เป็นครูอาจารย์ เป็นนักศึกษาที่เป็นคนหนุ่มสาวมากมาย ทำงานในหมู่บ้านก็พบคนรุ่นใหม่ๆ ของชุมชน คนรุ่นใหม่คือผู้ที่จะสืบทอดสังคมในวันข้างหน้า แต่ไม่ได้หมายความว่าคนรุ่นเก่าอย่างเราๆ จะนั่งงอมืองอตีนให้คนรุ่นใหม่เลี้ยงดูหรือสร้างสังคมให้เราอยู่ ตราบใดที่สมองยังทำงาน มีปากเสียงที่จะพูด/แสดงความคิดเห็นหรือลุกขึ้นมาต่อสู้ถกเถียง/เรียกร้องในหมู่คนรุ่นเก่าๆ กันเอง หรือกับคนรุ่นใหม่ (ที่ปกครองเราอยู่ในปัจจุบัน หรือเสนอตัว หรือทำหน้าที่ปกครองเราในอนาคต) ก็ยังเป็นสิ่งที่จะต้องทำกันต่อไป

การเสนอตัวออกมาเพื่อเป็นตัวแทนของประชาชนในนามพรรคการเมือง ผมถือว่าเป็นการเสียสละ และผมรู้สึกเคารพในผู้ที่เสียสละเหล่านั้นทุกๆ คน ในทุกพรรคการเมือง ผมดีใจที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีช่องทางที่จะทำให้พรรคการเมืองเล็กๆ หรือพรรคใหม่ๆ มีโอกาสได้ทำหน้าที่ในรัฐสภา เพราะถ้าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับเก่า (ที่ว่าด้วยพรรคการเมือง/การเลือกตั้ง) ผมมองไม่เห็นทางว่าพรรคใหม่ๆ คนรุ่นใหม่ๆ จะมีโอกาส

และในอนาคตถ้าระบบการเลือกตั้งเช่นนี้ยังดำรงอยู่ ผมก็ฝันจะเห็นพรรคของเกษตรกรตามสาขาอาชีพในสังคม ไม่ว่าชาวประมง/ชาวสวนยาง/ชาวไร่ชาวนา โดยมีคนที่เป็นเกษตรกรหรือลูกหลานของชาวประมง/ชาวนา/ชาวสวนชาวไร่ได้มีพรรคการเมืองของตัวเอง จะได้มีสิทธิ์มีเสียงตรงไปตรงมาต่อการบริหารจัดการบ้านเมืองมากขึ้น
 



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...