xs
xsm
sm
md
lg

ธปท.สรุปภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคใต้ ไตรมาสที่ 4 ปี 61 พบชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้จัดแถลงข่าวสรุปภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคใต้ ไตรมาสที่ 4 ปี 2561 พบการขยายตัวชะลอลงจากไตรมาสก่อน

ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้จัดแถลงข่าวสรุปภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคใต้ ไตรมาสที่ 4 ปี 2561 พบขยายตัวชะลอลงจากไตรมาสก่อน โดยการท่องเที่ยวขยายตัวต่อเนื่องตามการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวเอเชียซึ่งไม่รวมจีนและนักท่องเที่ยวยุโรป ส่งผลดีต่อกำลังซื้อในพื้นที่ท่องเที่ยว อีกทั้งปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยของภาครัฐ ทำให้การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวได้เล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม รายได้เกษตรกรที่หดตัวยังกระทบต่อกำลังซื้อผู้บริโภคฐานรากสำหรับการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวจากภาคก่อสร้างและการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ ขณะที่การผลิตในอุตสาหกรรมยางแปรรูป ไม้ยางและผลิตภัณฑ์ อาหารทะเลแช่เย็นแช่แข็งและแปรรูป รวมถึงน้ำมันปาล์มดิบยังคงหดตัว จากผลของปัจจัยลบภายนอกประเทศเป็นสำคัญ ส่งผลให้มูลค่าส่งออกสินค้าสำคัญลดลง ขณะเดียวกันการลงทุนภาครัฐหดตัว ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อชะลอลงจากไตรมาสก่อนตามราคาพลังงาน สำหรับอัตราการว่างงานหลังปรับฤดูกาลทรงตัว

รายละเอียดของภาวะเศรษฐกิจภาคใต้มีดังนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนร้อยละ 13.1 จากจำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เร่งตัวขึ้น ประกอบกับการขยายตัวของนักท่องเที่ยวสัญชาติอื่น อาทิ อินเดีย ยุโรป และรัสเซีย ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนยังคงหดตัวต่อเนื่องจากปัจจัยลบที่กระทบความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีน อย่างไรก็ดี เริ่มทยอยฟื้นตัวในช่วงปลายไตรมาส หากพิจารณาตามพื้นที่ การท่องเที่ยวขยายตัวต่อเนื่องในภาคใต้ชายแดน ขณะที่ฝั่งอันดามันชะลอตัว และฝั่งอ่าวไทยหดตัว

เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนร้อยละ 2.4 ตามการขยายตัวของภาคก่อสร้าง สะท้อนจากปริมาณการจำหน่ายปูนซีเมนต์และพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างโดยเฉพาะหมวดที่อยู่อาศัยและหมวดโรงแรมที่ขยายตัว รวมถึงการเพิ่มขึ้นของมูลค่าการจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศหมวดวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับงานก่อสร้างเชิงโครงสร้างเป็นสำคัญ สอดคล้องกับภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มีการลงทุนโครงการใหม่ต่อเนื่อง

เครื่องชี้การอุปโภคบริโภคภาคเอกชนขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.6 ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน ตามการขยายตัวของการใช้จ่ายในหมวดบริการที่เกี่ยวเนื่องกับท่องเที่ยว นอกจากนี้ การใช้จ่ายในหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคขยายตัว ส่วนหนึ่งได้รับผลดีจากมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายในหมวดยานยนต์หดตัว ทั้งนี้ รายได้เกษตรกรที่อยู่ในระดับต่ำยังคงเป็นปัจจัยกดดันการบริโภคครัวเรือน

ผลผลิตเกษตรหดตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนร้อยละ 1.2 ตามผลผลิตปาล์มน้ำมันที่หดตัวสูงผล จากฐานสูง เนื่องจากผลผลิตที่ออกมากผิดปกติในปลายปีก่อนจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ขณะที่ผลผลิตยางพาราและกุ้งขาวขยายตัว ด้านราคาสินค้าเกษตรหดตัวร้อยละ 16.3 โดยหดตัวในทุกสินค้าสำคัญ ราคายางพาราลดลงเนื่องจากสต๊อกยางจีนอยู่ในระดับสูง ประกอบกับความต้องการใช้ยางในจีนชะลอลง ขณะเดียวกันราคาปาล์มน้ำมันและกุ้งขาวลดลงตามราคาตลาดโลก เนื่องจากผลผลิตที่ออกสู่ตลาดจำนวนมาก ส่งผลให้รายได้เกษตรกรหดตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 17.3

มูลค่าการส่งออกลดลงจากระยะเดียวกันปีก่อนร้อยละ 9.6 โดยลดลงในทุกหมวดสินค้าสำคัญภาคใต้ ทั้งจากปริมาณและราคา ขณะเดียวกันการผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนร้อยละ 4.1 ตามการผลิตยางพาราแปรรูปที่ลดลงเนื่องจากความกังวลจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ประกอบกับเศรษฐกิจจีนชะลอตัว ทำให้ความต้องการใช้ยางลดลง การผลิตไม้ยางและผลิตภัณฑ์ยังคงได้รับผลกระทบจากมาตรการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในจีน อย่างไรก็ดี การผลิตถุงมือยางขยายตัวดีตามความต้องการ จากตลาดสหรัฐฯ สำหรับการผลิตอาหารทะเลแช่เย็นแช่แข็งและแปรรูปลดลงต่อเนื่อง จากปัญหาวัตถุดิบตึงตัวทั้งหมึกและปลา ประกอบกับการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันของสินค้ากุ้ง ทั้งนี้ การผลิตอาหารทะเลกระป๋องขยายตัวตามความต้องการจากคู่ค้าที่มีต่อเนื่อง รวมถึงราคาวัตถุดิบทูน่าที่ลดลงมาก สำหรับการผลิตน้ำมันปาล์มดิบยังคงหดตัว

การใช้จ่ายภาครัฐหดตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนร้อยละ 2.4 ตามรายจ่ายลงทุนที่ลดลงร้อยละ 10.3 ในหมวดที่ดินและสิ่งก่อสร้างของกรมชลประทานและกรมทางหลวง และหมวดครุภัณฑ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและการเบิกจ่ายของกลุ่มจังหวัด อย่างไรก็ดี รายจ่ายประจำเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.0 ตามการเบิกจ่าย หมวดเงินอุดหนุนทั่วไปของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเบิกจ่ายในหมวดค่าใช้สอยของกรมการพัฒนาชุมชน และหมวดค่าวัสดุของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการพัฒนาชุมชน

เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ 0.76 ลดลงจากร้อยละ 1.51 ในไตรมาสก่อน ตามการลดลงของราคาพลังงานเป็นสำคัญ สำหรับอัตราการว่างงานหลังปรับฤดูกาลอยู่ที่ร้อยละ 1.3 ใกล้เคียง กับไตรมาสก่อน สอดคล้องกับการจ้างงานหลังปรับฤดูกาลที่ทรงตัว

ณ สิ้นไตรมาสที่ 4 ปี 2561 เงินฝากทั้งระบบเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อนร้อยละ 3.0 จากเงิน ฝากประเภทออมทรัพย์และประจำ ด้านสินเชื่อคงค้างทั้งระบบเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.2 ตามการขยายตัวของสินเชื่อ ธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากมีการรับโอนพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อจากบริษัทในเครือ 
 
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...