xs
xsm
sm
md
lg

“เอี๊อกจุงเสี้ยน” กับยุทธการฝ่านกงต้าลู่ 返 攻 大 陸 จากแม่ไม่ได้ร่ำลา 50 ปีผ่านได้พบแม่ที่ฮวงซุ้ยนาบอน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 
คอลัมน์  :  จากนาบอนถึงริมฝั่งเจ้าพระยา
โดย  :  ยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที  ผู้ดำเนินรายการสภากาแฟ NEWS 1
 
“ลุงจุงเสี้ยน” กับผมในเทศกาลเชงเม้งที่สุสานคนจีนโพ้นทะเลอำเภอนาบอน ท่านเสียชีวิตเมื่อปี 2561 ที่แล้วนี่เอง โดยสั่งหลานให้เผาเพราะไม่มีครอบครัว ไม่มีลูก
 
ขอต้อนรับตรุษจีนปี 2562 นี้ด้วย “จดหมายจากเขตอนุรักษ์เกษตรกรรมต้าเหิงเกาซิน เมืองหนานผิง” ลงวันที่ 11 กรกฏาคม 2545 ซึ่งส่งมาถึงโต๊ะทำงานผมในปลายเดือนสิงหาคม 2545 เนื้อความในจดหมายเขียนว่า...
 
“สวัสดีน้องผิ่งตี้ ได้ข่าวว่าน้องมาทำการค้าขายตั้งหลักปักฐานอยู่ที่ อำเภอทุ่งสง ลูกๆ ของน้องก็คงมีกิจการงานเป็นของตนเอง เมื่อครั้งที่เราแยกจากกัน น้องผิ่งตี้ยังเล็ก ฉันเองถูกจัดตั้ง (ก๊กหมินตั๋ง) ส่งเข้ามาทำงานที่จีนแผ่นดินใหญ่ เนื่องจากการทำงานเกิดความผิดพลาด แม้ไม่ตาย แต่ก็มีชีวิตที่ยากลำบากอยู่ถึง 45 ปี 
 
45 ปีที่จากมา วันเวลาช่างผ่านไปไวมาก เราก็ต่างแก่เฒ่าและอายุมากแล้ว พี่อาจจะมีโอกาสกลับไทยพบหน้ากันอีกครั้ง หวังว่าวันที่เราจะได้พบกันคงจะมาถึง
 
ขอให้มีการงานที่ดีและมีสุขภาพดี 
เอี๊อกจุงเสี้ยน”

 
จดหมายที่เขียนขึ้นจากลายมือ “ลุงจุงเสี้ยน” ฉบับแรกที่บอกว่า ท่านยังมีชีวิตอยู่ ส่งจาดจากเขตเกษตรกรรมต้าเหิง เกาซิน
 
จดหมายฉบับนี้มีความหมายต่อชีวิตผมมาก!!
 
“ลุงจุงเสี้ยน” เป็นเพื่อนของพ่อ ในวัยเด็กพวกเขาเคยวิ่งเล่นร่าเริงกันในชุมชนนาบอน ถึงคราวเทศกาลตรุษจีนก็ถือเป็นช่วงที่มีความสุขสนุกสนานกันในชุมชนของชาวสวนยาง ซึ่งเป็น “ชุมชนชาวจีนโพ้นทะเลฟูโจวฮกจิว” ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศไทย
 
กลางเดือนธันวาคมปี 2492 กองกำลังของเชียงไคเช็ค ขบวนทัพของก๊กหมินตั๋ง ทิ้งฐานที่มั่นสุดท้ายที่เมืองเฉินตู ได้โบกมืออำลาทหารแม่ทัพของเขาว่า...
 
“พบกันที่เกาะไต้หวัน” รวมถึง “เพื่อดำรงเป้าหมายตีโต้กลับแผ่นดินใหญ่อีกครั้ง”
 
“ยุทธการฝ่านกงต้าลู่     จึงเกิดขึ้น”
 
“ลุงจุงเสี้ยน” หน้าหลุมฝังศพฮวงซุ้ยของแม่ จากแม่ไปยังไม่ได้อำลา แผ่นดินกลบหน้าก็ไม่ได้เห็นหน้า
 
การจัดกระบวนทัพหลังจากพ่ายแพ้ที่แผ่นดินใหญ่ เชียงไคเช็คก็เริ่มต้นจัดตั้งแนวการรบใหม่ที่เกาะไต้หวัน ภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐอเมริกาและโลกเสรีในยุคนั้น
 
กองกำลังของพรรคคอมมิวนิสต์เหมาเจ๋อตุง ได้รับชัยชนะทางการเมืองและการทหาร เพราะความมุ่งมั่นในอุดมการณ์ ได้รับการยอมรับจากประชาชน แผ่ขยายกองกำลังประชาชนจีนของเหมาเจ๋อตุง รุกไล่กองกำลังจีนคณะชาติแตกทัพลงมาทางภาคใต้ของมณฑลยูนาน เข้าพื้นที่เวียดนามเหนือ และเมืองสาดในรัฐฉานของพม่า
 
ในช่วงทศวรรษแรกของการตั้งฐานที่มั่นบนเกาะไต้หวันตามนโยบายฝ่านกงต้าลู่ ทหารเพียงหยิบมือเดียวของจอมพลเชียงไคเช็คจะเอามาจากไหน ประชากรก็น้อย แต่เพื่อหนุนเนื่อง เพื่อตีโอบกลับแผ่นดินใหญ่ แน่นอนที่สุดก็ต้องอาศัยขบวนการจัดตั้งของก๊กหมินตั๋งโพ้นทะเลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวบรวมกำลังพลขึ้นมา
 
สภาพวิถีชีวิตชุมชนชาวจีนโพ้นทะเล “ฮกจิว” ที่ตลาดนาบอนเมื่อครั้งอดีต
 
ลูกจีนโพ้นทะเลทั้งจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน เบตง ปากพนัง นาบอน และอีกหลายพื้นที่ ย่อมถูกเครือข่ายของจีนคณะชาติของเจียงไคเช็คจัดตั้ง รวบรวมกำลังพลเข้าสู่การหนุนช่วยในยุทธการ “ตีโต้ฝ่านกงต้าลู่” 
 
ผมเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ปีแรก 2528 พ่อเปรยเล่าให้ฟังว่า เพื่อนของพ่อชื่อ “จุงเสี้ยน” หายสาปสูญไปแล้วในช่วงนโยบายฝ่านกงต้าลู่ แม่ของลุงจุงเสี้ยนร้องไห้แทบทุกครั้งที่เอ่ยชื่อลูกชายที่หายไปจากบ้าน หายไปอย่างไร้ร่องรอย จะหาลูกชายจุงเสี้ยนได้ที่แห่งหนตำบลใด ใครรู้บ้าง ข้อมูลข่าวสารทุกอย่างเป็นความลับไปหมดในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ความขัดแย้งระหว่าง “จีนขาว” กับ “จีนแดง” ครอบคลุมความขัดแย้งในอุดมการณ์ไปทั่วพื้นที่ที่ชาวจีนโพ้นทะเลอาศัยอยู่
 
แม่ของลุงจุงเสี้ยนเสียชีวิตจากกันไปหลายปีแล้ว นับแต่ที่ลุงจุงเสี้ยนจากบ้านไปตอนอายุได้17-18 ปี ลุงจุงเสี้ยนออกจากนาบอนยังไม่ได้ร่ำลาแม่เลยในปี 2496 เพื่อไปเรียนหนังสือตามนโยบายฝ่านกงต้าลู่ หน่วยจัดตั้งของก๊กหมินตั๋งชักชวนกันขึ้นรถไฟจากภาคใต้ของประเทศไทย เดินทางต่อไปถึงเชียงใหม่ และเดินเท้าผ่านชายแดนเชียงรายเข้าสู่เมืองสาด ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกองทัพทหารจีนคณะชาติเจียงไคเช็คที่ “ตั้งเป็นมหาวิทยาลัยต่อต้านคอมมิวนิสต์” ขึ้นไว้ที่นั่น
 
“มหาวิทยาลัยต้านคอมมิวนิสต์” ที่เมืองสาด รัฐฉาน ชายแดนด้านยูนานของจีน ลูกหลานจีนโพ้นทะเลในขบวนการก๋กหมินตั๋งมาเรียนกันที่นี่ จบจากที่นี่บางส่วนก็ไปที่กรุงไทเป
“มหาวิทยาลัยต้านคอมมิวนิสต์” ที่เมืองสาด รัฐฉาน ชายแดนด้านยูนานของจีน ลูกหลานจีนโพ้นทะเลในขบวนการก๋กหมินตั๋งมาเรียนกันที่นี่ จบจากที่นี่บางส่วนก็ไปที่กรุงไทเป
 
ผมเองเมื่อได้รับจดหมายจากเขตอนุรักษ์เกษตรกรรมต้าเหิง เกาซิน เมืองหนานผิง ในฐานะนักประวัติศาสตร์และนักข่าวผู้ที่สนใจเรื่องราวชาวจีนโพ้นทะเลในเอเชียตะวันออกเฉียวใต้ ที่อยากรู้เรื่องราวชีวิตของคนที่เข้าไปผูกพันธ์กับนโยบายความขัดแย้งของโลกยุคนั้น ระหว่าง “จีนขาว” กับ “จีนแดง” หลังสงครามโลกครั้งที่ 2
 
ก็ได้แต่รอคอยว่าสักวันจะได้พบลุงจุ้นเสี้ยน แล้วหลังจากได้รับจดหมายฉบับนี้ 3 ปีลุงจุงเสี้ยนได้เดินทางกลับมาตุภูมิ ลูกจีนโพ้นทะเลที่เกิดบนแผ่นดินไทย ที่ความขัดแย้งของสถานการณ์โลกทำให้เขาจากบ้าน “ทิ้งแม่” ไปด้วยภารกิจทางทหาร
 
ปี 2548 ลุงจุ้นเสี้ยนกลับมายังแผ่นดินที่เขาเกิดแล้ว ด้วยวัยย่างเข้า 70 ปี!!
 
ผมได้เห็นน้ำตาเปื้อนแก้มไหลเอ่อล้นเป้าตาลุงจุ้นเสี้ยน หลังจากที่เราชวนกันไปที่ฮวงซุ้ยหลุมฝังศพของแม่ลุงจุงเสี้ยนที่สุสานอำเภอนาบอน
 
เหมาเจ๋อตุง (ซ้าย) จอมพลเจียงไคเช็ค (ขวา)
 
ลุงบอกผมว่า พลัดพรากจากแม่มายังไม่ทันร่ำลา เพราะถือเป็นภารกิจลับที่ต้องหายตัวไปจากชุมชนนาบอน ลุงจุงเสี้ยนถูกส่งตัวเพื่อไปปฏิบัติงานข่าว สืบการเคลื่อนไหวของทหารเหมาเจ๋อตงที่เมืองเซี้ยงไฮ้ แต่แล้วก็ “เสียลับ”ถูกหน่วยข่าวทางทหารของเหมาเจ๋อตุงจับได้ ถูกกักตัวในเรือนจำและถูกส่งต่อไปใช้แรงงานในเขตเกษตรกรรมชนบททางตอนเหนือของจีน ขาดการติดต่อกับโลกภายนอกถึง 45 ปี
 
วันที่โลกเปลี่ยนไป จีนแผ่นดินใหญ่เปลี่ยนแปลงพัฒนาประเทศไปมาก ลุงจุงเสี้ยนถูกกักตัวในเขตชนบทผ่านวีรกรรมอันยากลำบากที่แสนสาหัสของความอดหยากครั้งใหญ่ในยุคนโยบายหลอมเหล็กกล้าสร้างชาติ ยุคของเหมาเจ๋อตงช่วงปี 2500
 
ลุงจุงเสี้ยนได้รับการผ่อนคลายด้วยหลักมนุษยธรรมของผู้สูงวัย อันเนื่องจากผลพวงของสงครามปี 2544 ยุคของประธานาธิบดีเจียงเจ๋อหมิง ปี 2548 ลุงจุงเสี้ยนเดินทางกลับมาถึงประเทศไทย
 
กองทัพปฏิวัติประชาชนจีนทหารของเหมาเจ๋อตุงเข้าเมืองเฉินตูในเดือนธันวาคม 2492 จอมพลเจียงไคเช็คทิ้งฐานที่มั่นสุดท้ายที่เฉินตูจากแผ่นใหญ่ของจีนอย่างถาวรชั่วชีวิต
 
หลังจากหายสาบสูญไปจากการรับรู้ของครอบครัวกว่า 50 ปี กลับมายังประเทศไทย น้องชายผิงตี๋ก็ได้ตายจากกันไปแล้ว เหลือแต่คนรุ่นหลาน แม่ที่เคยถามหาทุกวันว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอยู่แห่งหนตำบลใดของโลกใบนี้ ใครพบเห็นเขาบ้าง ช่วยสืบหาให้ฉันหน่วย ก็ตายจากกันไปแล้วเช่นกัน
 
ผมเองถามลุงจุงเสี้ยนว่า ตอนอยู่ในค่ายจองจำในเขตชนบทของจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ไม่สามารถสื่อสารติดต่อกับโลกภายนอกได้เลย ลุงทราบได้อย่างไรว่าแม่ของลุงได้เสียชีวิตลงแล้วที่อำเภอนาบอนของประเทศไทย
  
“ในค่ำคืนหนึ่งในค่ายกักกันเขตทหารในชนบท ลุงนอนฝันว่า แม่มาหา ใบหน้าของแม่สดใสมาก ส่งยิ้มให้ลุงในฝัน ลุงได้แต่ร้องไห้ในฝันที่ได้พบแม่ เมื่อตื่นจากฝันก็นั่งนับอายุของแม่ ก็เชื่อว่าแม่ได้ตายจากไปแล้วอย่างแน่นอน เมื่อเทียบเวลช่วงที่ฝันก็ตรงกับปีที่แม่เสียชีวิตพอดี”  คำบอกเล่าของลุงจุ้นเสี้ยน 
 
เจียงไคเช็คตรวจแนวทหารที่เกาะไต้หวัน ยุทธการตีโต้กลับแผ่นดินใหญ่ เสียงปลุกขวัญดังจากไทเปถึงเมืองสาด ชายแดนมณฑลยูนานว่า “ฝ่านกงต้าลู่..ฝ่านกงต้าลู่..ฝ่านกงต้าลู่”
 
กาลเวลาของมนุษยชาติไม่ได้ยาวนานเลย ประวัติศาสตร์การสร้างชาติของชนเผ่าจีนยุคใหม่ ความขัดแย้งในช่วงการสร้างชาติของจีนระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนแผ่นดินใหญ่ และขบวนการของจีนคณะชาติของก๊กหมินตั๋งเกาะไต้หวัน
 
มีโศกนาฏกรรมของชีวิตลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเลเข้าไปเกี่ยวข้องผูกพันด้วย!!
 
ลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเลก็ถูกคลื่นแห่ง “ยุคสมัยฝ่านกงต้าลู่” นำพาเข้าสู่สงคราม จากแม่มาที่สถานีรถไฟนาบอนแบบยังไม่มีดอกาสได้ร่ำลากันเลย แม้จะฝังร่างในมาตุภูมิแผ่นดินเกิดอีกครั้ง ก็ไม่ได้พบหน้าแม่เลย
 
“ฝ่านกงต้าลู่...ฝ่านกงต้าลู่” ที่กลืนกินชีวิต “ลุงจุงเสี้ยน”...!!!!
 
ยุคของเหมาเจ๋งตุงป้ายคำขวัญเขียนไว้ว่า “เราต้องปลดปล่อยไต้หวัน” (ซ้าย) ป้ายโฆษณาในยุคเหมาเจ๋อตุงนำว่าวขึ้นสู่ที่สูงเขียนข้อความว่า “เรามุ่งมั่นปลดปล่อยไต้หวันให้จงได้” (ขวา)


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...